กลายเป็นดราม่าสะเทือนใจสายบุญ หลังมีการแชร์คลิปอ้างว่า ทองคำกว่า 50 บาท ที่ญาติโยมร่วมถวายเพื่อนำไปหล่อพระเกศทองคำ กลับตรวจพบว่ามีทองผสมอยู่เพียงเล็กน้อย จนเกิดข้อสงสัยว่าทองหายไปหรือไม่ แต่ล่าสุด วัดและผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมกันผ่าพิสูจน์พระเกศต่อหน้าหลายฝ่าย ก่อนพบว่ามีชิ้นส่วนทองอยู่ด้านใน ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดว่า สรุปแล้วทองอยู่ครบหรือไม่ และเหตุใดผลตรวจช่วงแรกจึงออกมาเป็นอีกแบบ ล่าสุด“ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่า การตรวจในครั้งแรกตรวจได้เพียงผิวด้านนอก และหากจะทราบว่าด้านในมีทองหรือไม่ ต้องผ่าหรือเจาะพิสูจน์เท่านั้น พร้อมขออภัยหากมีคำพูดหรือเจตนาใดทำให้เกิดความเข้าใจ
กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ หลังมีเพจเฟซบุ๊กเพจหนึ่งออกมาเผยแพร่คลิปและข้อความเกี่ยวกับกรณี “พระเกศทองคำ” ของวัดแห่งหนึ่ง โดยระบุว่า มีญาติโยมรายหนึ่งตั้งใจรวบรวมทองคำจำนวนมาก เพื่อนำไปหล่อเป็นพระเกศถวายวัด แต่ภายหลังกลับเกิดข้อสงสัยว่า ทองคำที่เคยถวายไปนั้นอาจไม่ได้อยู่ในพระเกศตามที่เข้าใจกัน
โดยตามข้อมูลที่ถูกแชร์ในช่วงแรก ระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อน มีการรวบรวมทองคำแท่งของญาติโยม รวมกับทองคำจากหลวงพ่อและชาวบ้าน รวมแล้วประมาณ 50 บาท เพื่อนำไปหล่อเป็นพระเกศทองคำถวายเป็นพุทธบูชา
ในวันประกอบพิธี หลายคนระบุว่าเห็นขั้นตอนการเททองลงเบ้าหลอมจริง แต่ภายหลังมีการนำพระเกศกลับไปที่โรงงาน เพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ก่อนจะนำกลับมาส่งมอบให้วัดในภายหลัง
แต่ประเด็นเริ่มร้อนแรงขึ้น เมื่อมีการนำพระเกศไปตรวจสอบที่ร้านทองร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่ และมีการอ้างว่าผลตรวจพบปริมาณทองคำเพียงเล็กน้อย ส่วนประกอบที่เหลือเป็นโลหะชนิดอื่น ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ทองคำที่เคยถวายไปนั้นหายไปไหน และเกิดอะไรขึ้นกับพระเกศทองคำองค์นี้กันแน่

Cr. ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่
หลังเรื่องราวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างดุเดือด บางส่วนรู้สึกสะเทือนใจ เพราะมองว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับศรัทธาและเงินทำบุญของญาติโยม ขณะที่อีกส่วนก็มองว่า ควรรอการตรวจสอบให้ชัดเจนก่อน เพราะข้อมูลจากการสแกนเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอที่จะสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมด
ต่อมา วันที่ 4 พฤษภาคม ที่วัดบุญชื่นชู ตำบลบางพูน อำเภอเมืองปทุมธานี พระครูปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชู พร้อมด้วยพระครูประทีป ธรรมโร เจ้าอาวาสวัดดาวเรือง อดีตสมาชิกสภาจังหวัด ช่างหล่อ คณะกรรมการวัด และผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อหาทางออกของประเด็นพระเกศทองคำที่กำลังถูกพูดถึง

โดยหลังจากสำนักพุทธศาสนาได้ให้ความเห็นว่า ควรมีการผ่าพิสูจน์เพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจน ทุกฝ่ายจึงมีข้อตกลงร่วมกันว่า จะทำการผ่าพระเกศ เพื่อดูว่าภายในมีทองคำอยู่จริงหรือไม่ จากนั้น “นายวรพจน์ จิตตะธัม” หรือ “ช่างโต้ง” อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นช่างหล่อ ได้เป็นผู้ทำการผ่าพระเกศ โดยผ่าตามแนวขวาง ใช้เวลาประมาณ 3 นาที และทันทีที่ผ่าออกมา บรรยากาศก็พลิกจากความตึงเครียดเป็นความโล่งใจ เพราะพบว่าภายในพระเกศมีชิ้นส่วนทองอยู่จริง โดยทองบางส่วนหล่อติดอยู่กับปูน และโผล่ขึ้นมาให้เห็นบริเวณด้านใน ก่อนที่ช่างจะใช้อุปกรณ์ทุบปูนออกเพิ่มเติม จนพบเนื้อทองอยู่บริเวณปลายของพระเกศ

https://www.facebook.com/watch/?v=1628992604821075
Cr. เจ๊ม้อย v+
หลังจากผลการผ่าพิสูจน์ออกมาว่าภายในพระเกศมีทองอยู่จริง ทางด้าน “ช่างโต้ง” ถึงกับร้องไห้ด้วยความโล่งใจ พร้อมเปิดใจว่า ตลอดเวลาที่เรื่องนี้กลายเป็นข่าว ตนเองเครียดและกดดันอย่างมาก เพราะพระเกศองค์นี้ไม่ได้อยู่กับตนเองมานานกว่า 10 ปี จึงไม่รู้ว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ถูกเก็บรักษาไว้อย่างไร หรือมีใครนำไปทำอะไรบ้าง
ช่างโต้งเล่าว่า หลังจากประเด็นนี้ถูกพูดถึงในสื่อต่าง ๆ ตนเองนั่งดูภาพและข่าวของพระเกศซ้ำแล้วซ้ำอีก พยายามสังเกตทุกรอย ทุกจุด และทุกรายละเอียดว่าใช่พระเกศองค์เดิมที่ตนเองเคยทำไว้หรือไม่ เพราะตลอดชีวิตการทำงาน ตนเองเคยทำพระเกศมาแล้วเป็นร้อยเป็นพันองค์ แต่เมื่อดูร่องรอยต่าง ๆ จนละเอียด ก็เริ่มมั่นใจว่าเป็นองค์เดิม และเชื่อว่าต้องมีทองอยู่ด้านใน
เจ้าตัวยังบอกด้วยว่า สิ่งที่กดดันที่สุดคือการถูกตั้งคำถามในฐานะช่างหล่อ เพราะหากพิสูจน์แล้วไม่พบทอง ตนเองอาจต้องรับผิดชอบอย่างหนักถึงขั้นมีคดีความ และยังเป็นห่วงครอบครัวว่า หากตนเองต้องติดคุก ลูกจะอยู่อย่างไร ดังนั้นเมื่อผ่าพิสูจน์แล้วพบว่ามีทองอยู่จริง จึงรู้สึกโล่งใจอย่างมาก เหมือนยกภูเขาออกจากอก
ด้านพระครู ปทุมปุญโญภาส เจ้าอาวาสวัดบุญชื่นชู กล่าวว่า อาตมาก็มั่นใจตามที่ช่างโต้งเคยบอก แต่รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะพระเกศถือเป็นของสูง และไม่อยากให้เกิดการกระทำที่ดูเหมือนเป็นการลบหลู่ อีกทั้งอาตมาไม่ได้มีเจตนาไม่ดีตามที่หลายคนเข้าใจ
เจ้าอาวาสยังระบุว่า ที่ผ่านมาอาตมาตั้งใจสร้างวัด และใช้เงินไปเป็นจำนวนมากเพื่อให้งานของวัดสำเร็จ จึงอยากให้สังคมเข้าใจว่าไม่มีเจตนาทุจริตหรือคิดร้ายใด ๆ ส่วนร้านที่ทำการตรวจสแกนแล้วทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน จนชื่อเสียงของวัดได้รับผลกระทบ ก็อยากให้ทางร้านออกมาชี้แจงหรือเข้ามาพูดคุยกัน ในส่วนของทองที่พบภายในพระเกศ หลังจากนี้จะให้ร้านทองนำเครื่องมือที่เหมาะสมเข้ามาดำเนินการนำทองออกมา และจะมีการพูดคุยกันอีกครั้งว่าจะจัดการต่อไปอย่างไร ในส่วนของพระเกศองค์ใหม่ ช่างโต้งได้แจ้งว่าจะสร้างพระเกศขึ้นมาใหม่ให้ ซึ่งรายละเอียดหลังจากนี้ยังต้องมีการพูดคุยกันระหว่างวัด ช่าง และผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง
ขณะที่ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก “ร้านทำทองนะโมบ้านช่างทอง เพชร ทอง & จิวเวอรี่” ได้ออกมาโพสต์ชี้แจง หลังจากมีการพูดถึงผลการตรวจสอบพระเกศทองคำ และเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ โดยทางร้านได้อธิบายมุมของตัวเองว่า…

” ผมขออนุญาตเล่าเรื่องราว ตั้งแต่แรกครับ ร้านผมจะช่วยตรวจสอบโลหะ (ฟรี) ให้กับทุกคนที่มาที่ร้าน และทุกวัน จะมีผู้นำมาตรวจสอบเยอะมาก
ในกรณีนี้ เรื่องมีอยู่ว่าพี่ที่นำพระเกตมาตรวจ ได้เข้ามาที่ร้านแจ้งว่า ตรวจสอบไห้พี่หน่อยใช่พระเกตทองคำหรือไม่ เเละบอกว่ามีทองไม่ต่ำกว่า 45 บาท และทางพี่ที่นำมา ก็ได้โทรวิดีโอคอลกับท่านเจ้าอาวาส ในขณะตรวจสอบเพื่อเป็นสักขีพยานกัน และผมเองก็ได้ขอถ่ายทำวิดีโอ เพื่อเป็น ข้อมูล เมื่อเราตรวจสอบ ได้พบว่าโลหะด้านนอกเป็นทองเหลือง และผมก็ได้อธิบายตามในคลิปว่าด้านนอกเป็นทองเหลือง
หากจะรู้ ว่าข้างในมีทองหรือไม่ ต้องผ่าพิสูจน์หรือเจาะพิสูจน์เท่านั้น หากมีทองอยู่จริง ก็จะทำให้ทุกคนสบายใจ เพราะทั้งท่านจะอาวาสและผู้ที่นำมา ก็ได้เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นคล้ายกัน ว่ามีการเททองลงในแบบจริงๆ เมื่อรู้ว่าไม่มีทองก็ตกใจ แต่ผมก็บอกแล้วนะครับว่าตรวจได้เพียงด้านนอก
ด้านในต้องพิสูจน์ต่อ ทุกคนอยากจะทดสอบแต่ทรัพย์สินนี้เป็นของวัดต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง ถึงจะสามารถตรวจสอบได้ ผมเลยได้แนะนำให้หลวงพ่อ สอบถามช่างที่มาหล่อในวันนั้น เพราะทีมงานเขาจะรู้ดีที่สุด ผมได้แนะนำทุกคนไปแบบนี้ครับ ท่านหลวงพ่อกับผู้บริจาคทำบุญ (พี่ที่นำมาตรวจ) ได้บอกตรงกัน ว่าเหตุการณ์ในการเทหล่อมีการเททองจริงและใส่ทองไปจริง ๆ เห็นกับตา ทำให้ผมคิดที่จะหาวิธีเเนะนำเพื่อตรวจสอบต่อ
***ผมจะขออธิบายงานเทหล่อสั้นๆ ครับ งานหล่อส่วนใหญ่แล้วจะใช้โลหะที่ต้องหล่อ หลอมละลายให้ใกล้เคียงกับแม่แบบที่จะหล่อ เช่นแม่แบบรับน้ำโลหะได้ 1 กิโลกรัม เทแล้วจะเต็มแบบพอดี จะต้องหลอมโลหะ ใกล้เคียงที่คำนวณไว้ผสมโลหะแล้วเท กรอกลงแบบจนเต็ม ผมหมายถึงการนำ(ทอง)เข้าไปผสมกับโลหะอื่นเช่น ทองเหลือง ละลายให้เข้ากัน แล้วเทให้เต็มแบบ ตามลักษณะงานเทหล่อทั่วไป และผมเองก็คิดว่า กระบวนการแบบนี้จะตรวจเจอทองแน่ๆ****
หลังจากวันนั้น เรื่องก็ได้เป็นข่าว จนได้ไปรายการโหนกระแสเพื่อที่จะพิสูจน์และค้นหาความจริงต่อไป ทำให้ ผู้ที่นำมาตรวจสอบกับท่านเจ้าอาวาส และผู้รับงานเท่หล่อ ได้คุยกันในรายการ และผมเองดีใจที่ ช่างหล่อทองปรากฏตัว และบอกกระบวนการขั้นตอน ในรายการช่างหล่อเล่าว่า(มีการหลอมใหม่อีกครั้ง) มีช่างหล่อ และท่าน เจ้าอาวาส รับรู้ แต่ผู้ที่บริจาคไม่ทราบเรื่องนี้ (พี่ที่บริจาคทำบุญที่นำ พระเกศ มาให้ผมตรวจ ) เขาไม่ทราบ เลยให้ข้อมูลกับผมเพียงแต่ตอนเทหล่อ ในพิธี เท่านั้น ช่างหล่อได้เล่า วิธีการ หลอมเททองใหม่ว่า สร้างแม่แบบทองเหลือง แล้วเททอง กรอก ลงด้านในปิดด้วยปูนพลาสเตอร์ เลยทำให้ เครื่องตรวจไม่สามารถตรวจพบทอง เพราะผิวด้านนอกเป็นทองเหลือง ทุกคน ที่นั่งอยู่ในรายการโหนกระแสก็เพิ่งได้รู้คำตอบจากปากช่าง ได้ข้อสรุป และดีใจที่ได้คลี่คลายไขข้อสงสัยไปได้มาก จนวันนี้ได้มีการผ่าพิสูจน์ ผมเองก็ยังดีใจที่ได้เจอทอง ถ้าผมรู้ กระบวนการทำตั้งแต่ทีแรก ว่ามีการ หลอมและกรอกใหม่อีกครั้ง ผมก็คงจะช่วยให้คำแนะนำได้อีกหลายวิธีเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อทุกคน หากเจตนาหรือคำพูดใดที่ผมทำให้ทุกคนในเหตุการณ์เข้าใจผิด ผิดพลาดประการใดผมต้องขออภัยไว้ณที่นี้ด้วยนะครับ เจตนาของผมคืออยากช่วยจริงๆครับ”
พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า…
กระผมน้อมรับทุกคำวิจารณ์ เพื่อที่จะไปปรับปรุงตนเองให้พัฒนาดีขึ้นต่อไปครับ
สิ่งไหนที่ผิดพลาดที่ท่านได้แนะนำ สำหรับผมมันคือความรักและความห่วงใย
เรื่องนี้ได้ความกระจ่าง ของผู้ที่นำมาให้ผมตรวจแล้ว ตลอดระยะเวลาหลังจากที่นำมาผมก็ได้ให้คำแนะนำตลอด เพื่อจะค้นหาทองจากคำบอกเล่า และสุดท้ายก็ได้พบทองแล้วเป็นเรื่องที่ดีครับ ส่วนเรื่องอื่นจะว่าผมอย่างไรก็ตามผมก็ต้องขอโทษในสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควรด้วยนะครับ และผมเองกับช่างโต้งก็ได้คุยกันแล้ว เจตนาของผมคืออยากช่วยเหลือจริงๆตามที่กล่าวไว้
……..อ่านโพสร้านร้านชี้แจง………
เหตุการณ์นี้จึงกลายเป็นดราม่าที่พลิกไปมาอย่างมาก เพราะจากช่วงแรกที่สังคมตั้งคำถามว่า ทองคำ 50 บาทหายไปไหน แต่หลังการผ่าพิสูจน์กลับพบว่าภายในพระเกศมีทองอยู่จริง เพียงแต่หลังจากนี้ยังต้องตรวจสอบต่อให้ชัดเจนว่า ทองที่พบมีปริมาณเท่าใด และตรงกับจำนวนที่เคยถวายไว้หรือไม่
ดังนั้น เรื่องนี้จึงยังไม่ควรถูกสรุปแบบด้านเดียว เพราะมีทั้งข้อมูลจากการตรวจสแกนในช่วงแรก และผลการผ่าพิสูจน์ล่าสุดที่พบว่ามีทองอยู่ด้านในจริง ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอการตรวจสอบอย่างละเอียดจากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้ข้อเท็จจริงชัดเจนที่สุด
สุดท้ายเรื่องนี้คงต้องรอติดตามกันต่อว่า หลังจากผ่าพิสูจน์แล้วพบว่ามีทองอยู่ภายในพระเกศจริง ขั้นตอนต่อไปจะตรวจสอบปริมาณทองได้ชัดเจนมากน้อยแค่ไหน และทางวัด ช่างหล่อ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องจะหาทางออกกันอย่างไร เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่ประเด็นเรื่องทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับศรัทธาของญาติโยมที่ตั้งใจทำบุญด้วยใจจริงค่ะ
#พระเกศทองคำ #วัดบุญชื่นชู #ดราม่าพระเกศ #ทอง50บาท #ข่าวโซเชียล #ข่าวพระ #ข่าววัด #ศรัทธาสายบุญ #ปทุมธานี #ตรวจพิสูจน์ #ประเด็นร้อนออนไลน์ #สรุปข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า



