ดราม่า “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ยังไม่จบ หลังเจ้าตัวทำคอนเทนต์นำผงสีขาวในถุงบรรจุภัณฑ์คล้ายกาวยาแนวไปปะแป้งประชาชนในงานสงกรานต์พระประแดง จนเกิดกระแสวิจารณ์หนักเรื่องความเหมาะสมและความปลอดภัย แม้เบิร์ดจะออกมาขอโทษ พร้อมยืนยันว่าในถุงเป็นแค่แป้งมัน ไม่ใช่กาวยาแนว แต่ล่าสุดบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้ ได้ส่งฝ่ายกฎหมายเข้าพบตำรวจ สอท.2 เพื่อหารือแนวทางดำเนินคดี หลังมองว่าคลิปดังกล่าวทำให้ภาพลักษณ์บริษัทได้รับผลกระทบ

กลายเป็นประเด็นดราม่าที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” หรือ นายธีระวัฒน์ อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง หลังมีคลิปขณะเจ้าตัวทำคอนเทนต์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์พระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ โดยในคลิปมีการนำผงสีขาวที่อยู่ในถุงบรรจุภัณฑ์ลักษณะคล้ายกาวยาแนว มาใช้เล่นปะแป้งกับประชาชนที่มาร่วมงานสงกรานต์
หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จำนวนมาก เพราะหลายคนมองว่าเป็นคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม และอาจสร้างความกังวลเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ที่ถูกปะแป้ง โดยเฉพาะเมื่อมีผู้เสียหายออกมาระบุว่าได้รับผลกระทบบริเวณดวงตา จนต้องเข้ารับการตรวจรักษา
ต่อมา “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ได้เดินทางเข้าพบตำรวจที่ สภ.พระประแดง พร้อมออกมาขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่า สิ่งที่อยู่ในถุงไม่ได้เป็นกาวยาแนว แต่เป็นแป้งมัน และยอมรับว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากความคึกคะนองในการทำคอนเทนต์ พร้อมบอกว่าจะไม่ทำคอนเทนต์ลักษณะนี้อีก
อย่างไรก็ตาม แม้เจ้าตัวจะออกมาชี้แจงและขอโทษแล้ว แต่ประเด็นนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของบริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ผลิตกาวยาแนวตราจระเข้ ได้เดินทางเข้าพบ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 หรือสอท.2 เพื่อหารือแนวทางการดำเนินคดี โดยทางฝ่ายกฎหมายของบริษัทเปิดเผยก่อนเข้าพบตำรวจว่า วันนี้จะมาหารือในข้อกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดใดบ้าง โดยเฉพาะประเด็นตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หากตรวจสอบแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิด ทางบริษัทยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย
ทางบริษัทระบุด้วยว่า แม้ฝั่ง “เบิร์ด วันว่าง ๆ” จะออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงคอนเทนต์ และสิ่งที่อยู่ในถุงเป็นแป้ง ไม่ใช่กาวยาแนว แต่ทางบริษัทก็มองว่า มีสิทธิที่จะใช้กระบวนการทางกฎหมายเช่นกัน เนื่องจากพบว่ามีหลักฐานปรากฏอยู่หลายคลิป และในคลิปมีตราสัญลักษณ์ของบริษัทปรากฏอย่างชัดเจน จนอาจทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทได้รับผลกระทบ
https://vt.tiktok.com/ZS94msj88/
Cr.amarintvhd

ด้าน พลตำรวจตรี.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ รอง ผบช.สอท. ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีนี้ว่า ทางบริษัทกาวยาแนวได้เข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจไซเบอร์แล้ว พร้อมดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
โดยเบื้องต้น พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 14 (1) ในประเด็นการนำเข้าข้อมูลที่บิดเบือนเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และอาจสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท
แต่หากพิจารณาว่าเป็นการกระทำผิดต่อบุคคลหรือนิติบุคคล อย่างกรณีของบริษัทที่ได้รับผลกระทบ จะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนกรณีที่ทนายความของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ได้ประสานขอเข้าพบตำรวจไซเบอร์ในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 11.30 น. นั้น ทางตำรวจระบุว่าอาจขอเลื่อนออกไปก่อน เป็นช่วงปลายสัปดาห์ และในวันดังกล่าวอาจมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีก 1 คดี นอกเหนือจากคดีทำร้ายร่างกายที่ สภ.พระประแดง ได้แจ้งข้อหาไปก่อนหน้านี้
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการปิดกั้นช่องทางโซเชียลของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ตำรวจไซเบอร์ได้เสนอกระทรวงดิจิทัลฯ ให้ดำเนินการปิดกั้นไปแล้วบางส่วน แต่ยังเหลืออีก 2 แพลตฟอร์ม คือ X และ YouTube ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันที เนื่องจากเป็นแพลตฟอร์มที่อยู่ต่างประเทศ จึงต้องประสานผ่านอัยการสูงสุด และระบบความร่วมมือทางกฎหมายระหว่างประเทศ
รองผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ยังระบุด้วยว่า หาก “เบิร์ด วันว่าง ๆ” จะตัดสินใจปิดช่อง หรือปิดเนื้อหาของตัวเอง ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นการแสดงให้เห็นว่าสำนึกผิด และรับรู้ว่าเนื้อหาลักษณะดังกล่าวเป็นคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ไม่ควรให้ประชาชนเข้าถึง นอกจากนี้ ยังฝากเตือนไปถึงคนที่แชร์คอนเทนต์ของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” หรือคอนเทนต์ลักษณะเดียวกันที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย ให้รีบลบออก เพราะการแชร์อาจมีโทษเทียบเท่ากับการโพสต์เอง
ส่วนกรณีของบริษัทเลื่อยยนต์ไฟฟ้า ซึ่งถูกนำสินค้าไปใช้ประกอบคอนเทนต์เล่นสงกรานต์ด้วยนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้ประสานเข้ามาแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ แต่ทางตำรวจเองก็อยากให้บริษัทเดินทางเข้ามาให้ข้อมูลเช่นกัน รวมถึงหากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าคอนเทนต์ของ “เบิร์ด วันว่าง ๆ” ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยได้รับความเสียหาย ก็สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้เช่นเดียวกัน
สุดท้ายเรื่องนี้คงต้องรอติดตามกันต่อว่า หลังจากบริษัทจระเข้เข้าให้ข้อมูลกับตำรวจไซเบอร์แล้ว คดีนี้จะถูกพิจารณาเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่ และทาง “เบิร์ด วันว่าง ๆ” จะออกมาชี้แจงเพิ่มเติมอย่างไร เพราะจากคอนเทนต์ที่เจ้าตัวบอกว่าทำไปด้วยความคึกคะนอง ตอนนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่กระทบทั้งผู้เสียหาย ภาพลักษณ์ของแบรนด์ และอาจลามไปถึงข้อกฎหมายหลายส่วน เรื่องราวจะจบลงอย่างไร รอติดตามค่ะ

#เบิร์ดวันว่างๆ #กาวยาแนวตราจระเข้ #จระเข้คอร์ปอเรชั่น #สงกรานต์พระประแดง #คอนเทนต์พ่นพิษ #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #อินฟลูเอนเซอร์ #พรกคอมพิวเตอร์ #ประเด็นร้อนออนไลน์ #สรุปข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า



