กลายเป็นดราม่าเดือดในโลกออนไลน์ หลังช่างภาพรายหนึ่งออกมาอ้างว่าถูก “อู๋จุน” ยูทูบเบอร์หนุ่มเจ้าของช่อง OAUJUN HI-END ผู้ติดตามกว่า 10 ล้านซับ ถูกกระทำรุนแรงระหว่างทำงานในสตูดิโอที่จังหวัดขอนแก่น จนมีอาการบาดเจ็บที่ดวงตา ก่อนเรื่องจะบานปลาย เมื่อมีอดีตทีมงานอีกหลายรายออกมาให้ข้อมูลในทิศทางเดียวกันว่า เคยเจอพฤติกรรมอารมณ์รุนแรง ตะคอก ข่มขู่ และใช้ความรุนแรง ขณะที่ฝั่งอู๋จุนออกมาโต้กลับเดือด ยืนยันว่าไม่ได้ทำร้ายใคร มีพยานอยู่ในเหตุการณ์จำนวนมาก และเชื่อว่ากลุ่มอดีตพนักงานกำลังรวมหัวบิดเบือนเรื่องราว พร้อมท้าให้นำหลักฐานชัดเจนออกมาสู้กันในศาล
กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในโลกออนไลน์ค่ะ สำหรับกรณีของ “อู๋จุน” ยูทูบเบอร์หนุ่มเจ้าของช่อง OAUJUN HI-END ที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านซับ หลังถูกช่างภาพรายหนึ่งออกมาอ้างว่า ถูกถูกกระทำรุนแรงระหว่างไปทำงานในสตูดิโอ จนมีอาการบาดเจ็บที่ตา
โดยเรื่องนี้เริ่มต้นจาก “แบงค์” ช่างภาพชายวัย 24 ปี ซึ่งเข้าไปรับงานถ่ายวิดีโอแนวตั้งที่สตูดิโอแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ซึ่งเป็นสตูดิโอของยูทูบเบอร์ชื่อดัง แบงค์เล่าว่า ระหว่างกำลังทำงาน อู๋จุนเข้ามาดูงานและไม่พอใจมุมกล้อง ซึ่งตอนนั้นช่างภาพรู้ตัวว่ามุมยังไม่ดี จึงกำลังปรับให้ใหม่ พร้อมบอกด้วยน้ำเสียงปกติว่า “ผมก็ทำตามที่พี่บอกนะครับ”
แต่หลังพูดประโยคนี้ออกไป อู๋จุนมีสีหน้าเปลี่ยนทันที ก่อนจะพูดทำนองว่า “มึงเถียงกูหรอ” และปาโทรศัพท์ของช่างภาพทิ้ง แม้ช่างภาพจะรีบขอโทษ แต่เหตุการณ์กลับไม่จบ โดยช่างภาพอ้างว่า อู๋จุนเริ่มท้าให้ไปต่อยกันบนเวทีมวยในสตูดิโอ ซึ่งช่างภาพปฏิเสธ เพราะไม่อยากใช้ความรุนแรง
จากนั้นช่างภาพยังอ้างอีกว่า อู๋จุนมีการด่าทอและพูดเหยียดหยาม ถามว่าเป็นเกย์หรือตุ๊ดใช่ไหมถึงไม่ยอมต่อยด้วย ซึ่งช่างภาพพยายามตอบตามน้ำว่า “ใช่ เป็นเกย์” เพื่อหวังให้สถานการณ์เบาลง แต่เรื่องกลับบานปลายหนักขึ้น อู๋จุนพุ่งเข้ามากระทำรุนแรงที่ใบหน้าฝั่งซ้าย ด่าทอ ถ่มน้ำลายใส่ และใส่นวมมาทุบหัว ก่อนจะมีคนเข้ามาห้าม และยังบอกอีกว่า อู๋จุนพูดทิ้งท้ายว่า “ถ้าเจออีก จะทำแบบนี้อีก”
หลังเกิดเหตุช่างภาพ บอกว่า CEO อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์เรียกตนไปคุย แต่กลับตำหนิว่าตนไม่มีมารยาทและไปกวนอีกฝ่ายก่อน โดยไม่ได้พูดถึงพฤติกรรมของอู๋จุน และเมื่อ CEO รู้ว่าตนแอบอัดเสียงไว้ ท่าทีก็เปลี่ยนไป ก่อนนำโทรศัพท์ไปลบคลิปเสียงออก และไล่ตนออกทันที โดยไม่ได้จ่ายค่าแรงหรือค่าตกใจ
หลังจากนั้น ช่างภาพไปแจ้งความและตรวจร่างกาย โดยระบุว่าพบอาการบาดเจ็บบริเวณคิ้ว โหนกแก้มซ้าย มีรอยที่คอ ปากแตก และมีเลือดออกในตา 3 จุด จนทำให้ตาพร่ามัว นอกจากนี้จากการไปสืบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่ายูทูบเบอร์รายนี้เคยมีคดีกระทำรุนแรงกับผู้หญิงและสัตว์มาก่อน จึงตัดสินใจออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม รวมถึงค่าชดเชย ค่าตกใจ และอยากให้สังคมรับรู้เรื่องนี้
ขณะที่ทางฝั่ง “อู๋จุน” ก็ได้ออกมาชี้แจงโต้กลับแบบหนังคนละม้วน โดยระบุว่า วันเกิดเหตุมีบริษัทขนมเข้ามาออกกองถ่ายตามปกติ ในสตูดิโอมีทั้งเพื่อน ๆ แก๊งไฮเอนด์และพนักงานอยู่กันเต็มไปหมด รวมแล้วเป็นสิบคน ซึ่งทุกคนเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด อู๋จุนบอกว่า ตนสังเกตว่าช่างภาพคนนี้มีพฤติกรรมแปลก ๆ ทั้งสีหน้า แววตา และการแสดงออกที่ดูห้วน เย้ยหยัน และไม่รับฟัง
อู๋จุนยืนยันว่า ตนไม่เคยรู้จักช่างภาพคนนี้มาก่อน ไม่รู้แม้กระทั่งชื่อ จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปโกรธ เกลียด ด่าทอ หรือกระทำรุนแรงเขาตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน พร้อมยังตั้งคำถามกลับว่า ตนจะไปกระทำรุนแรงคนอื่นต่อหน้าพนักงานหลายสิบชีวิตทำไม พร้อมยืนยันชัดเจนว่า “ไม่ได้กระทำรุนแรงแม้แต่นิดเดียว” และยอมรับว่า มีการเชิญช่างภาพให้ออกไปจากพื้นที่จริง แต่ทำไปเพื่อปกป้องเพื่อน ๆ และรักษาบรรยากาศการทำงานให้ดีขึ้น โดยย้ำว่าตน “ไม่ได้เป็นคนไล่ออก”
ส่วนประเด็นที่ช่างภาพอ้างว่าถูกไล่ออก อู๋จุนชี้แจงว่า ความจริงคือบอร์ดบริหารของบริษัทขนมได้เรียกช่างภาพไปตักเตือนเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย และมารู้ภายหลังว่าผู้บริหารเป็นคนตัดสินใจไล่ช่างภาพออกเอง
ส่วนประเด็นดราม่าเก่า ที่ช่างภาพอ้างว่าอู๋จุนเคยกระทำรุนแรงผู้หญิงเมื่อ 6-7 ปีก่อน อู๋จุนย้ำว่า “คดีนั้นถูกยกฟ้องไปแล้วและไม่ใช่เรื่องจริง”
อู๋จุนเล่าว่า เหตุการณ์ในอดีตเป็นช่วงที่ตนไปเป็นกรรมการประกวดเต้น และมีกลุ่มวัยรุ่นไม่พอใจผลตัดสินเข้ามาโวยวาย ตนแค่สะบัดเพื่อนออกเพื่อจะไปเถียงกลับ แต่กลับถูกคนในโซเชียลเอาไปใส่ไข่ว่ากระทำรุนแรงกับผู้หญิง ทั้งที่เหตุการณ์เกิดกลางห้างเซ็นทรัลที่มีคนจำนวนมาก
อู๋จุนยังบอกว่า หากตนทำจริงคงถูกคนรุมไปแล้ว และที่สำคัญคือไม่มีหลักฐาน เพราะเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหาไม่ได้เกิดขึ้นจริง ส่วนเรื่องกระทำรุนแรงสัตว์ อู๋จุนบอกว่างงมาก และยืนยันว่าไม่เคยมีกรณีนี้เกิดขึ้น ไม่เคยมีดราม่าเรื่องนี้ และไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ไปกระทำรุนแรงสัตว์ตอนไหน
และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในสตูดิโอ ทุกคนที่อยู่ในโกดังเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด และมองว่าเรื่องนี้เกิดจากการที่มีคนไม่พอใจ พอเห็นว่าตนมีชื่อเสียง จึงตั้งใจจะเล่นงานเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย
แต่ล่าสุด เรื่องราวยิ่งบานปลายขึ้นไปอีก เมื่อมีผู้เสียหายรวม 4 ราย ซึ่งล้วนเป็นคนที่เคยร่วมงานกับอู๋จุน ออกมาให้ข้อมูลไปในทิศทางเดียวกันว่า ยูทูบเบอร์คนดังมีอารมณ์รุนแรง ชอบตะคอก และข่มขู่
โดยรายแรกคือ “แบงค์” ช่างภาพ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของดราม่า ที่อ้างว่าถูกอู๋จุนกระทำรุนแรงเพราะไม่พอใจเรื่องมุมกล้อง จนได้รับบาดเจ็บและเลือดออกในตา ขณะที่อู๋จุนยืนยันว่าไม่ได้ทำร้าย และมีพยานหลายคนอยู่ในเหตุการณ์
รายที่สอง คืออดีตพนักงานหญิงรายหนึ่ง ซึ่งออกมาให้สัมภาษณ์ทั้งน้ำตาว่า ตลอดเกือบ 3 ปีที่ทำงาน หากอู๋จุนไม่พอใจ ก็มักนำอารมณ์มาลงที่เธอ พร้อมบอกว่าเคยถูกกระทำรุนแรง เช่น โยนข้าวของใส่ กระชากคอเสื้อ ดีดข้อมือ และดีดดินใส่หน้าต่อหน้าคนอื่น จนตนเองป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและมีใบรับรองแพทย์ จุดแตกหักคือวันหนึ่งเธออ้างว่า อู๋จุนมีอารมณ์รุนแรงและข่มขู่จะใช้อาวุธ ทำให้เธอต้องซ่อนตัวและหนีออกมา จากนั้นอู๋จุนตามไปหาที่บ้านเพื่อน และบ้านพ่อแม่ ทำให้เธอต้องไปหลบซ่อนตัว

ฝั่งอู๋จุนชี้แจงว่า ยอมรับว่าอดีตพนักงานหญิงรายนี้มีตัวตนจริง และป่วยเป็นซึมเศร้าจริง แต่เหตุผลที่ตนตามไปถึงบ้านเพื่อนและบ้านพ่อแม่ เป็นเพราะ “ความเป็นห่วงอย่างมาก” ก่อนเธอหายตัวไป เธอไปเคลียร์กับแฟนเก่าแล้วขาดการติดต่อ ตนจึงแพนิกและกลัวว่าเธอจะเป็นอันตราย เมื่อรู้ว่าเธอปลอดภัย ตนดีใจจนน้ำตาไหล หลังจากไม่เคยร้องไห้มานานหลายปี พร้อมทั้งยังเผยว่าเสียใจมาก เพราะเคยทำคลิปต้อนรับการกลับมาของเธอ แต่เธอกลับมองว่าตนทำไปเพื่อหวังผลประโยชน์ พร้อมถามกลับว่าทำไมเธอถึงให้สัมภาษณ์ย้อนแย้งกับแชตและความจริงที่มีอยู่
รายที่สามคือ “ปอนด์” ซึ่งอ้างว่าเข้ามาทำงานตำแหน่งพร็อป แต่ถูกขอให้ช่วยงานตกแต่งภายในด้วย ทำให้รู้สึกไม่โอเค จึงขอลาออกในวันที่ 19 และไม่เซ็นสัญญารับงาน ฝั่งปอนด์อ้างว่า เรื่องนี้ทำให้อู๋จุนโมโห ท้าต่อย ด่าทอ และขู่ว่าจะใช้อาวุธ จนปอนด์รีบเก็บของออกทันที พร้อมอ้างว่าอู๋จุนไม่ยอมจ่ายค่าแรง 18 วัน โดยอ้างว่าปอนด์ทำให้งานตกแต่งภายในเสียหาย
ด้านอู๋จุนโต้กลับว่า พนักงานรายนี้เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ จู่ ๆ ก็มาขอลาออกและหนีงานไปเลย และยังบอกอีกว่า พนักงานรายนี้เคยรับปากว่าจะทำโปรเจกต์ใหญ่ คือสร้างหินตกแต่งภายในให้เหมือนสวนสนุกดิสนีย์ ซึ่งตนลงทุนจ้างผู้รับเหมาทำโครงสร้างไปเป็นแสนบาทแล้ว แต่พนักงานกลับทิ้งงานจนเกิดความเสียหาย แล้วมาทวงค่าจ้างรายวัน อู๋จุนยืนยันว่า บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินแบบ “รายเดือน” ไม่มีนโยบายจ่ายรายวันตามที่อีกฝ่ายเรียกร้อง
รายที่สี่คือ “เต้” ซึ่งอ้างว่าเมื่อประมาณ 2 ปีก่อน เคยถูกอู๋จุนต่อว่าเรื่องทำงานไม่เรียบร้อย ฝั่งเต้อ้างว่า จังหวะนั้นอู๋จุนเดินออกมาจากห้องชั้น 2 กระโดดลงมาจากสะพานในสตูดิโอ และพุ่งเข้ามาถีบหน้าอกตนเอง เมื่อพยายามคุยด้วยเหตุผล อู๋จุนกลับตะคอกและข่มขู่จะใช้อาวุธ ทำให้ตนเกิดอาการแพนิกจนต้องลาออก
ขณะที่ด้านอู๋จุนตั้งคำถามกลับในเชิงประชดถึงความสมเหตุสมผลของเรื่องนี้ว่า ตนจะกระโดดลงมาจากสะพานเพื่อมาถีบหน้าอกคนได้อย่างไร พร้อมมองว่าเป็นการสร้างเรื่องที่เกินจริงไปมาก ภาพรวมของดราม่านี้ อู๋จุนเชื่อว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากการรวมหัวกันของกลุ่มคนที่มีอคติและไม่ชอบตน โดยนำเรื่องราวไปบิดเบือน ใส่ไข่ และปั้นข่าวสร้างกระแส พร้อมฟาดกลับกลุ่มอดีตพนักงานว่า ทุกคนมักคิดว่าตัวเองถูกเสมอ โลกหมุนรอบตัวเอง และไม่เคยมองความผิดของตัวเอง
พร้อมฝากคำถามถึงคนที่ออกมาร้องเรียนว่า หากในวันที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี กลุ่มคนที่คอยยุยงหรือเสี้ยมอยู่เบื้องหลัง จะออกมาปกป้องหรือยืนเคียงข้างจริง ๆ หรือไม่ และยังท้าให้อีกฝ่ายงัดหลักฐานที่เป็นรูปธรรมออกมา ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ใบรับรองแพทย์ หรือหลักฐานอื่น ๆ เพื่อไปพิสูจน์กันในศาล รวมถึงเรียกร้องให้เปิดกล้องวงจรปิดเพื่อพิสูจน์ความจริง อู๋จุนยังประกาศชัดเจนว่า “อยากไปออกรายการโหนกระแสมาก” เพื่อชี้แจงความจริงทั้งหมดแบบเผชิญหน้ากับทุกฝ่าย
ขณะที่เพจดังอย่าง ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ได้มีการโพสคลิปเสียงปริศนา โดยในคลิปพูดทำนองว่า มึงรู้นิสัยกูอยู่แล้ว ตอบกวนกูทำไม กูไม่เข้าใจ มึงตอบกวน มึงรู้ตัว อย่าสตอ มึงรู้อยู่แล้วถ้ามึงตอบแบบนี้กูจะจบมึง พร้อมระบุข้อความว่า เบื้องหลังใครจะรู้…อารมณ์รุนแรงมาก ถ้าเจอหัวหน้าแบบนี้จะทำยังไง แล้วต้องเจอทุกวัน คลิปเสียงไม่ใช่การสอนงาน หรือหวังดี นี่คือการตะคอก ข่มขู่ อยากรู้ว่าเจ้าตัวจะออกมาแก้ต่างเรื่องนี้ยังไง แล้วเหตุผลอะไรที่ต้องโมโหมากมายขนาดนี้ เค้าทำอะไรผิดหรือมีเหตุผลอะไร รอฟังคำชี้แจง
ขณะเดียวกันเพจดังอย่าง เจ๊มอย108 V1 ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นนี้ โดยบอกว่า หลังจากซ้อเปากูปล่อยคลิปเสียง ยูทูบเบอร์สลิ้งแตกท่านนึง เหล่าfc ก็พากันไปเมนต์ถามในช่องพี่อู๋ ว่าเสียงนั้นใช่เสียงพี่ไม๊น๊าาาาา
พี่อู๋ก็ รับเรื่องไวมากกกก บอกได้ฟังคลิปเสียงแล้วนะ พร้อมบอกว่าใจเย็นๆนะเดี๋ยวกำลังอัดคลิปอธิบาย จะลงชี้แจงให้ทันที
พร้อมมีเหล่าfc ออกมาปกป้องให้ว่า “พี่เค้าก็เป็นแบบนี้มาตลอด เวลาพี่เค้าเสียใจหรือโกรธ พี่เค้าก็มาแสดงออกแบบนี้แล้ว พี่เค้าเป็นคนพูดคำหยาบด้วยนั่นแหละ
กู : อ่ะ กูว่าจะสวดมนต์แล้วนอน สรุปกูเกียมไปชงกาแฟมารอเผือกต่อก็ได้ พร้อมทั้งบอกอีกว่า รับเรื่องแล้วงับ ลงยัง5ทุ่มแล้ว พระรอกูสวดมนต์มา5วันละ ไหนพี่บอกจะลงคลิปชี้แจงตอนห้าทุ่มไงคะ พี่จะทำให้เด็กๆแบบหนูนอนดึก มันไม่ดีต่อสุขภาพหนูนะคะ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังเป็นข้อกล่าวอ้างจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่างให้ข้อมูลคนละมุม และยังต้องรอการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างเป็นทางการ ทั้งคำให้การของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ใบรับรองแพทย์ คลิปเสียง กล้องวงจรปิด และเอกสารการทำงานที่เกี่ยวข้อง
หลังจากนี้ต้องจับตาว่า ฝั่งผู้ร้องเรียนจะมีหลักฐานเพิ่มเติมออกมาหรือไม่ และอู๋จุนจะเดินหน้าดำเนินคดีกับกลุ่มที่กล่าวหาตามที่ประกาศไว้หรือเปล่า เพราะตอนนี้ดราม่านี้บานปลายจากเคสช่างภาพหนึ่งคน ไปสู่มหากาพย์อดีตทีมงานหลายรายออกมาพูดในมุมของตัวเอง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ
#อู๋จุน #OAUJUN #OAUJUNHIEND #อู๋จุนไฮเอนด์ #ยูทูบเบอร์10ล้านซับ #ดราม่ายูทูบเบอร์ #อดีตทีมงานแฉ #แบงค์ช่างภาพ #ปอนด์ #เต้ #ยูทูบเบอร์ดัง #หนังคนละม้วน #กระทำรุนแรง #ข่มขู่ #เบี้ยวค่าแรง #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #ข่าวบันเทิง #ล้อมวงเล่า



