กลายเป็นดราม่าร้อนทันที หลัง “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” โพสต์ถึงคนไทยว่าต้องเลิกมายด์เซ็ตที่ไม่พัฒนา พร้อมย้ำว่าของดี มีนวัตกรรม และทำยาก ย่อมมีราคาสูง ก่อนเข้าไปตอบโต้ชาวเน็ตหลายรายแบบดุเดือด ทั้งลั่นว่าเจลาโต้ของตัวเองดีกว่าที่อิตาลี และดีที่สุดเท่าที่โลกเคยมี ล่าสุด “ทราย สมุทร” โผล่ร่วมวง แชร์คลิปพร้อมย้อนถึงคำชวนทำคอนเทนต์ในอดีต ก่อนทิ้งคอมเมนต์เรื่อง “ของแพงไม่ได้หมายถึงของดี” จนชาวเน็ตแห่กดถูกใจอย่างล้นหลาม

เจลาโต้ถ้วยเดียว ทำเอาสะเทือนทั้งโซเชียลค่ะ สำหรับ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” หลังเปิดตัวร้านไอศกรีมเจลาโต้ PARAMETER โดยเฉพาะประเด็นเรื่องราคาที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก เพราะเจลาโต้ของทางร้านมีราคาตั้งแต่ 159 บาท ไปจนถึง 559 บาทต่อถ้วย ขณะที่ปริมาณที่เสิร์ฟอยู่ในถ้วยขนาดเล็กประมาณ 100 กว่ากรัม จึงทำให้ชาวเน็ตบางส่วนมองว่า ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านเจลาโต้ทั่วไปในตลาด นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่แพ้กัน คือ การขอความร่วมมือไม่ให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปขณะรับประทานเจลาโต้ จนเกิดคำถามว่า เพราะเหตุใดลูกค้าจึงทำไม่ได้ แต่เจ้าของร้านกลับสามารถถ่ายคอนเทนต์ได้ตามปกติ
ซึ่งก่อนหน้านี้ กฤษณ์ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงสาเหตุของราคาว่า เจลาโต้ของทางร้านใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง และมีต้นทุนในการผลิตค่อนข้างมาก โดยเจ้าตัวทุ่มเทเวลาหลายปีในการศึกษาศาสตร์การทำเจลาโต้จากทั้งประเทศอิตาลี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น พร้อมยอมรับว่า ราคาของทางร้านอาจสูงกว่าทั่วไป แต่ยืนยันว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพและวัตถุดิบที่คัดสรรมาแล้ว
ส่วนประเด็นเรื่องการห้ามถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปขณะรับประทาน กฤษณ์ก็ได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมว่า ทางร้านเพียง ขอความร่วมมือ จากลูกค้า เพราะอยากให้ทุกคนได้สัมผัสรสชาติและเนื้อสัมผัสของเจลาโต้ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดตามที่ตั้งใจไว้ พร้อมอธิบายว่า สาเหตุที่ตัวเองสามารถถ่ายคลิปไปด้วย รับประทานไปด้วยได้ เพราะตลอดระยะเวลากว่า 5 ปี ที่เดินทางไปศึกษาและฝึกทำเจลาโต้ที่ประเทศอิตาลี ทำให้เรียนรู้วิธีควบคุมอุณหภูมิ รวมถึงจังหวะการรับประทาน จึงสามารถถ่ายคอนเทนต์ควบคู่ไปกับการชิมได้ โดยไม่กระทบต่อคุณภาพของเจลาโต้
อย่างไรก็ตาม แม้จะออกมาชี้แจงทั้งเรื่องราคา คุณภาพ และเหตุผลของการขอความร่วมมือไม่ให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปแล้ว แต่กระแสดราม่าก็ยังไม่ลดลงค่ะ โดยเฉพาะเมื่อยังมีชาวเน็ตเข้าไปตั้งคำถามทั้งเรื่องราคา ปริมาณ ความคุ้มค่า รวมถึงแนวคิดในการสื่อสารของเจ้าตัว ก่อนที่ต่อมา กฤษณ์จะออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “คนไทยต้องหยุด mindset ที่ไม่พัฒนาแบบนี้ครับ มิเช่นนั้นประเทศชาติจะมีแต่ของแย่ๆ ห่วยๆ เต็มประเทศไปหมด ใครคิดจะทำอะไรดีๆ ก็จะโดนด่า พวกเค้าหมดกำลังใจ และหยุดทำ ในต่างประเทศที่เจริญแล้ว สังคมให้ค่าของดี ของที่มี นวัตกรรม ของที่มีความพิเศษ มีความคิดสร้างสรรค์ เพราะมันทำยาก พวกคุณต้องสนับสนุนคนเหล่านี้ เชิดชูเค้า เพราะเค้าสร้างความเปลี่ยนแปลง มิเช่นนั้น พวกคุณก็จะ บริโภค แต่ของ แย่ๆถูกๆไปเรื่อยๆ ไม่พัฒนา อยู่แต่ในกะลา จากใจเลยนะครับ ตอนนี้คนติดต่อ มาให้ไปเปิดสาขาเยอะมากๆ ในต่างประเทศ แต่ผมยังไม่อยากไปเลย ผมอยากให้คนไทยได้รู้สึกกับสิ่งที่ผมรู้สึกเมื่อ 5ปี ที่แล้วที่ Italy มันพิเศษมากๆครับ ผมอยากให้ทุกคนได้กิน ดูน้อยลง”
และแน่นอนว่า หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นทันทีค่ะ โดยบางส่วนเข้าใจว่ากฤษณ์ต้องการอธิบายเรื่องคุณภาพ วัตถุดิบ และกระบวนการผลิต แต่หลายคนกลับมองว่า ถ้อยคำดังกล่าวมีลักษณะเหมารวมและด้อยค่าคนที่มีกำลังซื้อแตกต่างกัน ที่สำคัญ งานนี้กฤษณ์ไม่ได้ปล่อยผ่านคอมเมนต์ต่าง ๆ ค่ะ เพราะเจ้าตัวเข้าไปตอบกลับแทบทุกประเด็นแบบตรง ๆ จนแต่ละคำตอบกลายเป็นไวรัล และยิ่งทำให้กระแสเดือดขึ้นไปอีก
โดยชาวเน็ตรายแรกที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นบอกว่า ”มีร้านเจลาโต้ที่อยู่นอกห้าง ของเค้าไม่ได้แย่กว่า ที่เค้าถูกกว่าเพราะ เค้าไม่ต้องบวกค่าเช่าที่ ค่าแต่งร้าน ครับ” กฤษณ์ก็ได้ตอบกลับทันทีค่ะว่า ”แย่กว่าเยอะครับ คุณไม่มีความรู้เรื่อง gelato และ ice cream ครับ”
จากนั้นชาวเน็ตรายที่ 2 เข้ามาแสดงความเห็นอีกว่า ”mindset ที่พัฒนาในแบบคนไทยที่ขื่อ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” แบบนี่แหละ ที่ทำให้ของ “Made In China” ตีตลาดติดได้ทั่วโลก คำถาม คือ ประเทศจีนมีแต่ของแย่ๆถูกๆ ให้บริโภคหรือ !?! จากใจเลยนะ จะขายก็ขาย จะไปเปิดสาขาในต่างประเทศก็ไป และไม่ต้องมาหวังให้ทุกคนได้กิน เพราะทุกคนไม่ได้คิดหวังที่จะกินเหมือนๆ กัน” กฤษณ์ตอบกลับสั้น ๆ แต่ทำเอาโซเชียลสะดุ้งว่า
”ใช่ครับ ต้อง mindset แบบผมทุกคนครับ และประเทศจะเจริญ”
เรียกได้ว่า คำตอบนี้ยิ่งทำให้คนเข้ามาถกเถียงกันหนักขึ้นค่ะ เพราะบางคนมองว่าเป็นการยืนยันความมั่นใจในแนวคิดของตัวเอง แต่อีกฝ่ายกลับมองว่า ฟังดูเหมือนกำลังบอกว่าคนที่คิดต่างคือคนที่ขัดขวางความเจริญ
ต่อมาชาวเน็ตรายที่ 3 ก็ได้อธิบายถึงกำลังซื้อของตัวเองอย่างละเอียดว่า ”ผมเชื่อว่าไอติมพี่ไม่แพง เนื่องจากกระบวนการ และต้นทุนต่างๆ ก็คงมีความพืเศษแหละ แต่ระดับราคานี้ก็คงมีแค่คนบางกลุ่มที่เข้าถึงได้ ส่วนMindset ของผมคือ ผมหารายได้ ได้แค่นี้ ผมจะไม่ดันทุรังไปกินเจลาโต้ถ้วยละ 3-400 ครับ ถ้าผมรายได้เยอะกว่านี้เมื่อไหร่จะไปลองชิมสักทีเดียวเพื่อเป็นประสบการณ์ แล้วก็คงพอ ต่อจากนั้นคงเอาเงินไปหาความรู้พัฒนาตัวเองเพิ่มเพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเองคงจะเหมาะกับผมมากกว่าเอาเงินมาซื้อไอติมครับ จะขายข้อดีของสินค้าผมว่าโอเคอยู่ แต่ใช้วิธีด้อยค่าความคิดในทางลบ ผมว่าฟังแล้วมันเหมือนกดคนอื่นให้ต่ำเพื่อยกตัวเองให้สูงอะคับ” แต่กฤษณ์ก็ตอบกลับไปว่า ”กินแบบเดิมต่อไปครับ ใช้ชีวิตแบบเดิม ดีแล้วครับ”
จากที่ดราม่าร้อนอยู่แล้ว คำตอบนี้ก็ยิ่งทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาวิจารณ์ค่ะ เพราะมองว่า ผู้แสดงความคิดเห็นไม่ได้ปฏิเสธคุณภาพสินค้า เพียงแต่อธิบายว่าตัวเองมีข้อจำกัดด้านรายได้ และเลือกใช้เงินตามความเหมาะสมเท่านั้น
จากนั้นชาวเน็ตรายที่ 4 ก็เข้ามาถามเรื่องความสมเหตุสมผลของราคา โดยระบุว่า ”เข้าใจในสิ่งที่จะสื่อนะ แต่ผมว่าราคาไอติมที่ใช้ของ ok อาจจะดีจริง แต่มันจำเป๋นต้องแพงขนาดนี้เลยเหรอครับ ราคาขนาดนี้ สำหรับบางคน อาจจะไม่สะเทือนกระเป๋า แต่หลายคนก็คิดตั้งคำถามว่ามันอาจจะดูสมเหตุสมผลมากกว่านี้ถ้าให้เยอะกว่านี้ เลยไม่ค่อยเก๊ตว่าที่แพงนั่นคือต้องการ cover ค่าเช่าพื้นที่มากกว่า หรือมันแพงเพร่ะวัตถุดิบมันดีอะครับ” กฤษณ์ตอบกลับว่า ”ถ้าจะทำของที่สุดยอด จำเป็นต้องราคาสูงครับ”
ส่วนชาวเน็ตรายที่ 5 บอกว่า ”ผมซื้อของในงบที่ผมจะเอื้อมมือซื้อได้เเละคิดว่าสิ่งที่ผมซื้อมันจะใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุดเพราะผมเเม่งจน” กฤษณ์ก็ตอบกลับไปว่า ”อยู่แบบเดิมต่อไปครับ”
และโพสต์ยังเดือดต่อเนื่องค่ะ เมื่อชาวเน็ตรายที่ 6 เปรียบเทียบราคากับเจลาโต้ในประเทศอิตาลี พร้อมวิจารณ์เรื่องปริมาณและวิธีการกินว่า
”ไปเลยครับ อิตาลี ของแท้ยังถูกกว่าไอติมปกติ ขายแพง พอคนบ่น ก้ บอกกินใว เลยหมดไว ไห้กินช้าๆ ห้ามเคี้ยว เอ้า ก้ไห้มาแก้วนิดนึง มีแต่อากาศ ไปเยอะ ก้ขายไห้ราคาปกติ ไม่ต้อง อ้างกรรมวิธียืดยาว ขายแบบ สเวนเซ่น แดนี่ควีนแพงแต่คุ้ม คนก้ไม่บ่นแล้ว นี่ห้ามวิจาร เจลาโต้ดีเลิศ ต้องแพงๆ อิตาลี ราคาถูกกว่าไอติมปกติอีก” กฤษณ์ตอบกลับแบบมั่นใจว่า ”ของผม ดีกว่า Italy ครับ” ประโยคนี้เรียกได้ว่า กลายเป็นอีกหนึ่งคำตอบที่ถูกแคปไปแชร์ต่ออย่างรวดเร็วค่ะ เพราะจากเดิมที่ถกเถียงกันเพียงเรื่องราคา กลับขยับไปถึงการเปรียบเทียบคุณภาพกับต้นตำรับอย่างประเทศอิตาลีโดยตรง
ต่อมาชาวเน็ตรายที่ 7 พยายามเตือนว่า ”ขายของไปเถอะครับ เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเองครับ แต่อย่าด้อยค่าคนไทยเรื่องmindsetเลย” แต่กฤษณ์ตอบกลับว่า ” ไม่ได้ด้อยค่าครับ พูดเรื่องจริง กะลา land”
จากนั้นชาวเน็ตรายที่ 8 แสดงความคิดเห็นถึงเรื่องต้นทุนและกระบวนการผลิตว่า”ทำได้นะ มันอยู่ที่สมอง บางคนมีวัตถุดิปดี แต่ผลิตออกมาด้วยดระบวนการโง่ๆ ก็ใช้ต้นทุน และค่าใช้จ่ายสูงกว่าคนฉลาด” กฤษณ์ก็ได้ตอบกลับว่า ”ทำแบบผมไม่ได้ครับ ยากมากที่จะถูก ผมฉลาดแล้วนะครับ ยังทำได้ถูกเท่านี้เลย”
ส่วนชาวเน็ตรายที่ 9 ตั้งคำถามสั้น ๆ ว่า ”ยอมไปอิตาลี4-5ยูโรได้ถ้วยโครตใหญ่’’ กฤษณ์ตอบว่า ”บินไปกินทุก week เลยซิครับ”
และรายที่ 10 บอกว่า ‘’คือจะให้เค้ากินเลยมันก็ไม่ได้เพราะมันไม่ได้กินทุกวันเขาซื้อของคุณไปเขาจะทำอะไรก็เรื่องของเขา’’ กฤษณ์ตอบว่า ‘’ไม่ครับ ต้องห้ามถ่ายรูป’’
ขณะที่ชาวเน็ตรายที่ 11 จะถามถึงผลิตภัณฑ์ว่า ”แล้ว Ultra smooth นี่แพงแล้วดีมั้ยฮะ” กฤษณ์ตอบกลับอย่างมั่นใจว่า ”ดีที่สุดเท่าที่โลก เคยมี gelato มาเลยครับ”
นอกจากนี้อีกรายบอกว่า ‘’อร่อยแต่มันไม่อิ่มไง’’ กฤษณ์ตอบกลับว่า ‘’ต้องกินข้าวครับ’’
เรียกได้ว่า แต่ละคำตอบไม่มีคำว่าแผ่วค่ะ เพราะนอกจากจะยืนยันคุณภาพและราคาของสินค้าแล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างเต็มที่ จนชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเป็นการตลาดแบบสร้างกระแส ขณะที่อีกส่วนมองว่ายิ่งพูดก็ยิ่งเปิดช่องให้เกิดคำถามใหม่ตามมา
แต่ดราม่ายังไม่จบเพียงเท่านี้ค่ะ เพราะทางด้าน “ทราย สมุทร” ก็ได้แชร์คลิปขณะที่กฤษณ์กำลังรีวิวเจลาโต้ของทางร้านผ่านแพลตฟอร์ม X พร้อมระบุข้อความว่า ”กิน dairy queen ดีกว่า ไซส์ L 89.บาท..มี oreo เยอะด้วยจะเขี้ยวจะถ่ายภาพ ไม่เรื่องมาก พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ป.ล บุคคลคนนี้เคยทักมาถามว่าอยากไปนั้งทานไอติมที่ร้านและถ่าย content เล่นด้วยกันมั้ย (แต่ไม่มีค่าตัว) ไม่แน่ใจว่าเจตนาคืออะไร แต่รู้สึกตลกที่ตอนนี้เขาไม่ชอบให้คนอื่นถ่ายภาพไอติม”
และยังไม่หมดค่ะ เพราะทราย สมุทร ยังเข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ข่าวของไทยรัฐ ซึ่งรายงานถึงประเด็นร้านไอศกรีมของกฤษณ์ โดยระบุว่า“ของแพงไม่ได้หมายถึงของดี อย่างกับคนที่ทำตัวสูงส่งศึกษาการงานดี แต่บุคลิกและตัวตน ไร้สาระ ไร้ประโยชน์ ครับ” หลังคอมเมนต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปกดถูกใจและแชร์ต่อ พร้อมยกให้เป็นหนึ่งในคอมเมนต์ที่สวนกลับได้เจ็บและตรงประเด็น จนหลายคนถึงกับให้คะแนนระดับ 10 เต็ม 10 กันเลยทีเดียวค่ะ
ขณะเดียวกัน ทางด้านเบียร์เดอะว้อย ก็ได้ไปลองชิมเจลาโต พร้อมอัดคลิปรีวิวกินรสมัทฉะ ชมว่าอร่อย เนื้อเนียน หนึบ ๆ ถ้วยเล็กแต่เนื้อแน่น และคอนเฟิร์มว่า “พอกินจริง ๆไม่เห็นหวานเลย กำลังพอดี” ซึ่งกฤษณ์ก็อธิบายว่าวัตถุดิบแพงหมด เจลาโต้มันต้องมีความหวานนิดนึง แต่ทางร้านปรับลดน้ำตาลลงมาให้แล้ว
พร้อมทั้งยังโพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุค ระบุว่า ”เบียร์ในฐานะที่โคตรจะชอบกินไอศครีมหรือเจลาโต้ เบียร์ก็กินตั้งแต่ไผ่ทองยัน Häagen-Dazs แต่ละแบรนด์เอกลักษณ์ก็แตกต่างกันไป ส่วนเจลาโต้ของพี่กฤษ ก็อร่อยเนื้อเนียนจริงๆอย่างที่เค้าว่า มันเพลินๆ มันอยู่ที่ว่าคุณอยากจะกินเอาอิ่มเต็มกระเพาะ หรืออยากจะกินแค่เพราะว่ามันเป็นของหวาน แต่สำหรับเบียร์ ถ้วยที่เค้าขายถือว่าพอดี เพราะไม่ใช่คนที่กินของหวานเยอะ
เห็นคนดราม่ากัน เบียร์ว่าพี่กฤษพูด เค้าน่าจะหมายถึงพวกที่ชอบดูถูกคุณภาพ เจลาโต้ของเขา เบียร์คิดว่าเค้าจะขายราคาเท่าไหร่ จะแพงหรือจะถูก เบียร์ว่าขึ้นอยู่กับคนกิน ถ้าคุณไม่ชอบก็ยังมีคนอื่นที่ชอบนะ ไม่จำเป็นต้องดูถูกเขา พอเขาว่ากลับ ก็รับไม่ได้กันเป็นแถวเลย ื ไม่ชอบก็แค่ไม่ต้องกิน ก็ไปกินที่คุณชอบแค่นั้นเอง”
ขณะที่ล่าสุดกฤษณ์ ก็ออกมาอัดคลิป สอนวิธีกินเจลาโต้ที่ถูกต้อง และทำไมถึงห้ามถ่ายรูป ถ่ายVDO ขณะกินเจลาโต้ แต่ตัวผมทำได้ กฤษณ์บอกว่า ตอนที่ผมอยู่ Italy ผมได้ฝึกฝนมาอย่างดีครับ



#กฤษณ์ศรีภูมิเศรษฐ์ #ทรายสมุทร #เบียร์เดอะว้อย #เจลาโต้ #ไอศกรีม #ดราม่าเจลาโต้ #ของดีต้องแพง #มายด์เซ็ต #กะลาแลนด์ #DairyQueen #ไอศกรีมแพง #ราคาสินค้า #ผู้บริโภค #ดราม่าโซเชียล #ชาวเน็ต #คอมเมนต์เดือด #ข่าวบันเทิง #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



