Saturday, 22 August 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

เปิด7ข้อหา ตำรวจออกหมายเรียก ‘อู๋จุน’ รอบ2 ‘พี่หนุ่ม กรรชัย’ ตั้งคำถาม หลังเจ้าตัวอัดคลิปชี้แจง

ชี้แจงไปแล้วถึง 2 คลิป แต่ดราม่าของ “อู๋จุน” ดูเหมือนจะยังไม่เบาลงค่ะ หลังเจ้าตัวยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาหลัก พร้อมยอมรับว่าการวางตัวและการจัดการอารมณ์บางอย่างของตัวเองไม่เหมาะสม ขณะที่ “ซ้อเปา” ยังเดินหน้าขยี้ต่อ ล่าสุดเรื่องขยับเข้าสู่ขั้นตอนกฎหมายมากขึ้น เมื่อ “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” พาผู้ร้องทั้ง 4 รายเข้ากองปราบ ขอให้ตรวจสอบรวม 7 ประเด็น ขณะที่ตำรวจขอนแก่นออกหมายเรียกอู๋จุนครั้งที่ 2 นัดเข้าพบวันที่ 15 สิงหาคมนี้ ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” ยังตั้งข้อสังเกตว่า การออกคลิปแล้วปิดคอมเมนต์ ก็ยิ่งไม่มีพื้นที่ให้ใครถามกลับในเรื่องที่สังคมยังค้างคาใจค่ะ

ยังคงเป็นดราม่าที่ชาวเน็ตตามกันแทบไม่ทันเลยค่ะ สำหรับกรณีของ “อู๋จุน” ยูทูบเบอร์หัวสีชื่อดัง หลังจากเมื่อวานนี้ค่ะ ทางด้าน เอ๋ย อารี ฮัท และเวสป้า อดีตทีมงานของอู๋จุน ได้เดินทางเข้าพบ “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” จากเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือและนำข้อมูล รวมถึงหลักฐานไปให้ตรวจสอบ หลังแต่ละคนอ้างว่าเคยเจอปัญหาระหว่างทำงาน ทั้งเรื่องพฤติกรรมในองค์กร การเงิน และเหตุการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่ปลอดภัย ก่อนที่ต่อมาค่ะ ผู้เสียหายทั้ง4ราย จะเดินทางไปเปิดใจต่อในรายการ “โหนกระแส” ค่ะ

โดยเอ๋ย เล่าว่า ตอนแรกเธอมองช่องนี้เป็นเหมือนครอบครัวและอยากเข้ามาเป็นครีเอเตอร์ แต่หลังจากเข้าไปทำงานกลับเริ่มรู้สึกไม่สบายใจกับการวางตัวของอู๋จุน ทั้งเรื่องการกอด หอมแก้ม และเหตุการณ์ในห้องพักที่เธอมองว่าเกินขอบเขตค่ะ ขณะที่อารี ก็เปิดอีกมุมทั้งเรื่องงานและเรื่องเงิน โดยอ้างว่า รายได้จากช่องของตัวเองถูกอีกฝ่ายเป็นคนถือและจัดการ รวมถึงมีเหตุการณ์ที่เธอมองว่าเป็นการลดทอนศักดิ์ศรี หลังมีปัญหาเรื่องงานแล้วถูกถ่มน้ำลายใส่จานข้าว พร้อมสั่งให้ห่อกลับไปกินต่อ ซึ่งประเด็นนี้ก็กลายเป็นเรื่องที่ชาวเน็ตพูดถึงกันอย่างมากค่ะ ขณะที่ฮัท อดีตช่างภาพ ก็เล่าว่าเคยมีปัญหาระหว่างทำงานจนได้รับบาดเจ็บ และได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ส่วนทางด้านเวสป้าเล่าว่า ถูกนำบัญชีธนาคารส่วนตัวไปใช้รับเงินจากสปอนเซอร์และโอนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนมีเงินหมุนเวียนหลักล้านบาท ทำให้เจ้าตัวกังวลทั้งเรื่องภาษีและผลทางกฎหมายค่ะ

แต่หลังจากรายการจบ กระแสในโลกออนไลน์ก็ยังเดือดต่อทันทีค่ะ โดยทางเพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ได้โพสต์ข้อความว่า ”น้องๆ ฟันน้ำนมขอส่งกำลังใจให้ “พี่อู๋จุน” ถึงพี่จะเคยถุยน้ำลายใส่จานข้าวคนอื่น หรือถุยใส่หน้าใครก็ตาม สำหรับพวกหนูแล้ว พี่ก็ยังเป็นไอดอลเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฟันน้ำนมก็พร้อมอยู่ข้างพี่อู๋จุนตลอดไปค่ะ” พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า ”ต่อให้พี่อู๋จุน จะขรี้ใส่จานข้าวแล้วให้พนักงานกิน ก็น่ารักค่ะ ดูแล้วตลกดี พี่ถูกเสมอจ้าาาา พฤติกรรมถ่อยๆ ของพี่แต่ละอย่างโคตรเท่เลยค่ะ”

ต่อมาค่ะซ้อเปายังหยิบกระแส “67” ที่มีแฟนคลับบางส่วนเข้าไปพิมพ์ในคอมเมนต์มาพูดถึง โดยโพสต์ว่า ”ถ้าเราไม่ได้อยู่ในวงของเด็กๆ เราจะงงมากว่า “67 แล้วไงวะ กูต้องโกรธตรงไหนก่อน?” เด็กๆ อาจคิดว่าพวกผู้ใหญ่คงหัวเสียแน่ๆ ก็ยิ่งพิมพ์ “67 67 67” กันทั้งช่อง เด็กก็ยิ่งรู้สึกว่า ภารกิจสำเร็จ ศึกนี้กูชนะแล้ว” และยังคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยว่า ”67 คือกุต้องหัวร้อนตรงไหนก่อน” ”แม่ๆ พ่อๆ ถ้าห้ามลูกแล้วลูกไม่เชื่อ วันนี้ลองถุยน้ำลายใส่จานข้าวลูกดู แล้วสั่งให้ลูกกิน ถ้าน้องรู้สึกขยะแขยง แล้วบอกว่ามันไม่ดี ก็บอกว่าพี่อู๋ก็ทำแบบนี้นะ”

และท่ามกลางกระแสที่กำลังเดือดนั้น ทางด้านอู๋จุน ก็ออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ด้วยการอัดคลิปชี้แจงรวด 2 คลิป โดยคลิปแรกค่ะ อู๋จุนเรียงเหตุการณ์ตลอดช่วง 10 เดือนที่เอ๋ยเข้ามาอยู่และทำงานในสตูดิโอ เพื่ออธิบายตามลำดับเวลาว่า ในมุมของตัวเองแต่ละช่วงเกิดอะไรขึ้นบ้างค่ะ โดยอู๋จุนยืนยันชัดว่า เรื่องการล่วงละเมิดไม่จริง และปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าที่ว่าเคยมีเจตนาลวนลามเอ๋ย โดยบอกว่า การกอดหรือหอมที่เกิดขึ้น เขามองว่าเป็นการแสดงความรักแบบครอบครัวและพี่น้อง ซึ่งเป็นบรรยากาศที่คนในสตูดิโอปฏิบัติต่อกันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามค่ะ อู๋จุนยังยอมรับว่า เรื่องการวางตัวบางอย่าง โดยเฉพาะการหอมแก้ม แม้ตัวเองจะมองว่าเป็นเจตนาแบบพี่น้อง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม และยอมรับว่าในจุดนี้ตัวเองผิดจริง

อู๋จุนบอกอีกว่า หลังจากนั้นเอ๋ยก็ยังคงใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในสตูดิโอต่ออีกหลายเดือน รวมถึงมีช่วงที่ตนเคยคิดจะยุติการปั้นเอ๋ยเพราะปัญหาเรื่องกฎภายในสตูดิโอ แต่เอ๋ยกลับมาขอโอกาสและอยู่ต่อ อู๋จุนยังกล่าวถึงช่วงเดือนที่ 6 ซึ่งมีการพูดคุยเรื่องความไม่สบายใจของเอ๋ย โดยเจ้าตัวยืนยันว่า คำขอโทษที่ปรากฏในคลิปเสียงไม่ได้หมายถึงการยอมรับว่าลวนลาม แต่เป็นการขอโทษเพื่อให้อีกฝ่ายกลับมาปรับความเข้าใจกันเรื่องเจตนาและการวางตัวค่ะ นอกจากนี้ อู๋จุนยังตั้งคำถามในมุมของตัวเองว่า หากเอ๋ยมองว่าเหตุการณ์ในเดือนแรกเป็นเรื่องร้ายแรงจริง เหตุใดจึงยังกลับมาอยู่ต่อในหลายช่วงเวลา รวมถึงยังกลับมาเซ็นสัญญาในช่วงหลัง ก่อนท้ายที่สุดจะเกิดดราม่าและเอ๋ยตัดสินใจไม่กลับมาอีก

ส่วนในคลิปที่ 2 อู๋จุนก็ได้ขอโทษเรื่อง “วุฒิภาวะทางอารมณ์” และยอมรับว่า ที่ผ่านมาตัวเองคิดผิดว่า หากใครไม่น่ารักกับเรา เราก็ไม่จำเป็นต้องน่ารักกับเขา ซึ่งวันนี้มองเห็นชัดแล้วว่า ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไหนก็ควรจัดการอารมณ์ให้ดีกว่านี้ และยังยืนยันอีกครั้งว่า หากเรื่องไหนตัวเองผิดจริงก็พร้อมยอมรับ แต่สำหรับข้อกล่าวหาเรื่องลวนลาม เจ้าตัวยังคงปฏิเสธและยืนยันว่าไม่มีเจตนาในลักษณะนั้น พร้อมบอกว่าจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการทางกฎหมาย ด้วยหลักฐานและพยานที่มีค่ะ

นอกจากนี้ อู๋จุนยังอธิบายถึงประเด็น “ห้ามมีแฟน” ว่า เป็นกฎในช่วงหนึ่งของการปั้นครีเอเตอร์ เพื่อให้มีระเบียบวินัยและโฟกัสกับงานก่อน ไม่ได้หมายถึงการควบคุมความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ขณะที่คำว่า “รัก” ที่เคยถูกพูดถึง ก็หมายถึงความรักต่อทีม ต่อโอกาส และสิ่งที่ทำร่วมกัน ไม่ใช่ความรักแบบคู่รักตามที่บางเพจนำไปตีความค่ะ โดยในช่วงท้ายคลิป อู๋จุนยังขอโทษที่ตัวเองเคยเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กและเยาวชน พร้อมยืนยันว่าจะปรับปรุงตัวเอง และหลังจากนี้จะให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายค่ะ

แต่แน่นอนค่ะว่า ทันทีที่อู๋จุนออกคลิปชี้แจง ทางฝั่งซ้อเปาก็ออกมาสวนกลับทันทีค่ะว่า ”คำพูดมากมาย ความหมายคือ “กูไม่เคยผิด” ทุกอย่างดีแต่กับกู โทษคนอื่น โทษทุกอย่างเหมือนเดิม เจ้าพ่อหลักการ พฤติกรรมติดลบ เก่งกับการอธิบายเพื่อพูดเข้าข้างตัวเองให้ดูหล่อต่อหน้ากล้องเสมอ” และยังคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า
”ตอนแรก คนอาจจะมองว่า ซ้ออคติก็ได้เพราะลงด่าอยู่เพจเดียว จากนั้นก็เริ่มมีเพจอื่นๆ ตามมา ตอนนี้ทุกเพจด่ามึงฉ่ำแบบไม่ได้นัดหมาย มึงยังไม่รู้ตัวอีกเหรอเนี่ย”

ต่อมาค่ะซ้อเปายังโพสต์อีกว่า”สภาพสาวๆ เด็กปั้นของยูทูบเบอร์หัวสี เมื่อแบ่งเป็น “คนที่ยอมให้หอมแก้ม” กับ “คนที่ไม่ยอมให้หอมแก้ม“ พอน้องเอ๋ยไม่ยอมก็สลิ้งแตก ไม่พอใจฟาดงวง ฟาดงา” พร้อมคอมเมนต์ว่า ”ที่ผ่านมาหัวสีได้แต่หอมแก้มแม่ย่ากับแม่ป้า” และอีกประเด็นสำคัญที่ถูกจับตาต่อ ซ้อเปาโพสต์ว่า
”ผกก.เมืองขอนแก่น ออกหมายเรียกยูทูบเบอร์หัวสีครั้งที่ 2 โดยทางทนายความของ ยทบ. แจ้งว่าทางหัวสีจะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนในวันที่ 15 สิงหาคมนี้” พร้อมกับบอกอีกว่า ”นี่ล่ะ เป้าหมายที่กุต้องการ คือ ให้กฎหมายทำงาน” ”ซ้อจบแล้วนะเรื่องหัวสี 30 โพสต์อ่ะ คิดเอา บอกแล้วว่าอย่าท้า จะมูฟไปเรื่องอื่นต่อ เรื่องนี้กูชนะแล้วหลังจากถูกไอ้หัวสีบล็อก”

จากนั้นซ้อเปายังหยิบประเด็นจากคำบอกเล่าของอารีกลับมาขยี้อีกครั้ง โดยโพสต์ว่า ”บ้วนน้ำลายใส่จานข้าวทีมงานแล้วให้ห่อไปกินต่อ” และคอมเมนต์ว่า ”จะลงโพสต์สุดท้าย 6767676767” ขณะที่เพจ “เจ๊มอย108 V1” ก็ออกมาเคลื่อนไหวเช่นกันค่ะ โดยโพสต์ข้อความว่า ”อาอู๋ของอาพิม ลบคลิปที่เคยลงชี้แจงและฟาด ผสห.ทั้งหมดออกหมดเลย เหลือแค่คลิปที่ลงชี้แจงวันนี้ที่ปิดเม้นด้วยอ่ะ เกิดไรขึ้นนะ เทคแคร์ผัวนะ รอให้มานั่งกะผสห.นะ คิดถุง”

นอกจากนี้ค่ะซ้อเปายังโพสต์อีกว่า ตอนแรกว่าจะหยุดแล้ว แต่ไหนๆ ก็มาถึงขนาดนี้ ยังมีเรื่องในสต๊อกที่ค้างคาอยู่อีกหลายประเด็น นอกจากเรื่องพฤติกรรมต่างๆ ยังมีอีกหลายเรื่องที่อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกันจริงจัง ทั้งเรื่องภาษี, การใช้เด็กในการทำคอนเทนต์หรือสร้างรายได้ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่ รวมถึงดูแลเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกรณีที่มีข่าวว่าจระเข้หลุดออกมา จนถึงตอนนี้ตัวอยู่ไหน ตามเจอหรือยัง หรือว่าหลุดไปในคลองแล้ว? อีกเรื่องคือกรณี “หนูม่วง” ที่มีเรื่องการแต่งงานกับ LGBTQ เพื่อต้องการให้ได้นามสกุลคนไทยและใช้เป็นช่องทางไปต่างประเทศ เรื่องนี้ข้อเท็จจริงเป็นยังไง ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบให้ชัดเจน ไหนๆ เรื่องเปิดมาแล้วก็ตรวจให้ครบทุกประเด็นไปเลย จะได้จบแบบไม่มีอะไรค้างคา ส่วนใครจะมานั่งไลฟ์สดแถลง ชี้แจง หรือพูดอะไรอีก อันนี้ตีเก๊ อย่างโบ๋ เพราะสุดท้ายก็ต้องพูดเข้าข้างตัวเองอยู่แล้ว ฟังไปก็ไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงชัดขึ้น.ถ้าอยากเคลียร์จริง เอาหลักฐานไปคุยกับเจ้าหน้าที่ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบกันตรงๆ จบกว่า

ขณะที่ทางด้านต้าเฟ็ดเฟ่ ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ด้วยค่ะว่า ข่าวยูทปหัวสี เป็นกำลังใจให้เหยื่อที่โดนความรุนแรง จากกระทำ คำพูดหนักคือGaslightingครอบงำคุม ให้เราผิดเสมอ แพนิคซึมเศร้า จะติดเหยื่อไปอีกนาน เหมือนพวกผมที่โดนมาหนักกว่าข่าวนี้หลายเท่า ปัจจุบันยังไม่ได้รับความเป็นธรรมครับ

โดยGaslighting หรือที่เราเรียกกันว่าการปั่นหัว คือพฤติกรรมการควบคุมและบงการทางจิตใจรูปแบบหนึ่ง โดยผู้กระทำจะบิดเบือนความจริง โกหก หรือปฏิเสธเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสงสัยในความทรงจำ ความคิด หรือสติสัมปชัญญะของตนเอง จนกระทั่งสูญเสียความมั่นใจและต้องพึ่งพาผู้กระทำมากขึ้น

เรียกได้ว่า ชี้แจงไป 2 คลิป แต่ดูเหมือนดราม่าจะยังไม่ได้เบาลงง่าย ๆ ค่ะ เพราะแทนที่คำชี้แจงของอู๋จุนจะทำให้ประเด็นต่าง ๆ เงียบลง แต่ฝั่งเพจซ้อเปากับเจ๊มอยยังฟาดเดือดรัวๆ หยิบรายละเอียดในคลิปมาขยี้ต่อทันที

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ ทางรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ซึ่งดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย และพี่หมวย อริสรา ก็ได้หยิบประเด็นนี้มาพูดถึงอีกครั้ง โดยพี่หนุ่มบอกว่า เมื่อวานพยายามติดต่อหาอู๋จุน เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อเท็จจริงในประเด็นต่าง ๆ แต่ทางอู๋จุนไม่ได้รับสาย ตอนแรกบอกอยากมาโหนกระแส ก็ไม่มา ก่อนที่ต่อมาอู๋จุนไปทำคลิปชี้แจงผ่านช่องทางของตัวเอง และปิดการแสดงความคิดเห็นเอาไว้ด้วยค่ะ โดยพี่หนุ่มมองว่า ก็เหมือนปิดโอกาสไม่ให้มีการถามกลับในจุดที่สังคมยังสงสัย เพราะสุดท้ายคนดูก็จะได้ฟังเพียงข้อมูลจากฝั่งเจ้าตัว โดยไม่มีใครสามารถซักถามต่อได้ว่า แต่ละเรื่องมีรายละเอียดอย่างไรกันแน่ค่ะ

และในวันเดียวกัน ทางด้าน “เอกภพ เหลืองประเสริฐ” ก็ได้พากลุ่มผู้เสียหายทั้ง4ราย เดินทางเข้าแจ้งความที่กองปราบเรียบร้อยแล้วค่ะ โดยมีการร้องขอให้ตรวจสอบหลายประเด็น รวมทั้งหมด 7 ข้อกล่าวหาหนักดังนี้ค่ะ 1.ทำร้ายร่างกาย(ป จ่อหัว) 2.พยายามกระทำไม่เหมาะสมทางเพศ 3.อนาจาร 4.กระทำไม่เหมาะสมทางเพศ 5.การให้เยาวชนเข้ามาทำงาน 6.เการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี 7.ฟอกเงิน

ส่วนในมุมของข้อกฎหมายทนายสายหยุด อธิบายว่า แต่ละเรื่องต้องแยกพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไป ไม่สามารถรวมทุกเหตุการณ์เข้าด้วยกันแล้วสรุปทีเดียวได้ เพราะต้องดูทั้งวันเวลา อายุของผู้เกี่ยวข้อง พฤติการณ์ของแต่ละเหตุการณ์ รวมถึงอายุความของแต่ละข้อกล่าวหาค่ะ โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ต้องไล่ย้อนให้ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไร ขณะนั้นผู้เกี่ยวข้องอายุเท่าไร และหากจะดำเนินการตามกฎหมาย ยังสามารถดำเนินการในข้อหาใดได้บ้าง

นอกจากนี้ หากมีกรณีที่มีการนำโทรศัพท์ของผู้อื่นไปเข้าถึงข้อมูล หรือลบข้อมูลโดยเจ้าของไม่ได้อนุญาต ก็อาจมีประเด็นเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องดูพยานหลักฐานประกอบอีกครั้งค่ะ อีกประเด็นสำคัญที่ถูกพูดถึงในรายการ คือเรื่อง “ความยินยอม” โดยมีการอธิบายว่า การที่ใครสักคนนิ่ง หรือไม่ได้พูดปฏิเสธออกมาตรง ๆ ในขณะนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะถือว่ายินยอมเสมอไป โดยเฉพาะหากทั้งสองฝ่ายมีสถานะที่ไม่เท่ากัน เช่น ลักษณะนายจ้างกับคนที่อยู่ในองค์กรค่ะรวมถึงความยินยอมเองก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เช่น วันนี้เคยอนุญาตให้ใช้งานบัญชีธนาคาร ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะสามารถใช้งานต่อไปได้ตลอด หากวันหนึ่งเจ้าของบัญชีบอกว่าไม่อนุญาตแล้ว ก็ต้องดูข้อเท็จจริง ณ ช่วงเวลานั้นใหม่ค่ะ

ทนายยังอธิบายด้วยว่า หลายเหตุการณ์อาจพิสูจน์ได้ยาก หากตอนเกิดเรื่องไม่ได้เก็บหลักฐานเอาไว้ แต่กรณีที่มีเอกสารการรักษา ภาพบาดแผล พยานบุคคล คลิปเสียง หรือหลักฐานการโอนเงิน ก็สามารถนำมาใช้ประกอบการตรวจสอบได้ ขณะที่เรื่องที่มีการกล่าวอ้างถึงของอันตราย หากมีพยานเห็นเหตุการณ์ ก็สามารถนำคำให้การมาใช้ประกอบได้เช่นกันค่ะ

เรียกได้ว่า ตอนนี้ดราม่าของ “อู๋จุน”ลุกลามไปหลายประเด็นแล้วค่ะหลังอดีตทีมงาน คนเคยร่วมงาน และคนใกล้ตัวทยอยออกมาเล่าประสบการณ์ในมุมของตัวเองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และแน่นอนว่า หากอู๋จุนมองว่าสิ่งที่ผู้ร้องทั้งหมดพูดไม่ตรงกับความจริง เจ้าตัวก็ยังมีสิทธิ์ออกมาชี้แจงและนำหลักฐานอีกด้านมาโต้กลับได้เต็มที่ค่ะ หลังจากนี้ต้องจับตากันต่อว่า “อู๋จุน” จะออกมาตอบโต้หรือชี้แจงประเด็นต่าง ๆที่ถูกเปิดออกมาหรือไม่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้ราวจะจบลงอย่างไร คงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ

#อู๋จุน #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #สายไหมต้องรอด #เอกภพเหลืองประเสริฐ #ซ้อเปา #เรื่องนี้ต้องใส่ใจ #เอ๋ย #อารี #ฮัท #เวสป้า #กองปราบ #หมายเรียก #ตำรวจขอนแก่น #ยูทูบเบอร์ชื่อดัง #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #ประเด็นร้อน #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.