Breaking
EXCLUSIVE

‘ทันตแพทย์หญิง’ สุดช้ำ อ้างถูกคนรักหลอกคบ6ปี เปย์กว่า20ล้าน สุดช็อก สุดท้ายจับได้มีผัว!

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘ทันตแพทย์หญิง’ สุดช้ำ อ้างถูกคนรักหลอกคบ6ปี เปย์กว่า20ล้าน สุดช็อก สุดท้ายจับได้มีผัว!

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมจับตาค่ะ หลังทันตแพทย์หญิงวัย 49 ปี หรือ “หมอฟิน” เดินทางขอความช่วยเหลือจากเพจสายไหมต้องรอด พร้อมอ้างว่า ถูกหญิงคนสนิทที่คบหากันมานาน 6 ปี หลอกเรื่องสถานะความสัมพันธ์ และมีทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ขณะที่อีกฝ่ายส่งข้อความชี้แจงกลับว่า หมอรับรู้เรื่องการแต่งงานอยู่แล้วตั้งแต่ต้น และการแยกทางกันเป็นไปตามข้อตกลงของทั้งสองฝ่ายค่ะ

กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากค่ะ หลังทันตแพทย์หญิงวัย 49 ปี หรือ “หมอฟิน” เดินทางไปร้องขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด โดยอ้างว่า ถูกหญิงคนสนิทที่คบหากันมานานกว่า 6 ปี หลอกเรื่องสถานะความสัมพันธ์ จนมีเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท หมอฟินเล่าว่า รู้จักกับหญิงวัย 44 ปี ผ่านกลุ่มเฟซบุ๊กสำหรับ LGBTQ+ โดยช่วงแรกอีกฝ่ายบอกว่าตัวเองโสด เพิ่งเลิกกับแฟนเก่าที่เป็นทอมเพราะถูกนอกใจ กระทั่งจับได้ว่าเคยแต่งงานกับผู้ชายมาแล้วค่ะ

ขณะที่เอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยว่า จะประสานผู้กำกับการ สภ. เมืองขอนแก่น หากฝ่ายหญิงต้องการชี้แจงข้อเท็จจริง สามารถติดต่อผ่านเพจสายไหมต้องรอดได้ หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่หมอให้ข้อมูล และมีการนำเงินหรือทรัพย์สินไปจำนวนมาก หากไม่ได้รักหรือไม่ได้ต้องการใช้ชีวิตคู่ ก็ควรคืนทรัพย์สินให้หมอ ส่วนกรณีหากมีการหลอกลวงตั้งแต่ต้น ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ทั้งนี้ต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

         

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ ทางด้านคุณหมอฟิน ทันตแพทย์ผู้เสียหาย ก็ได้มาเปิดใจในรายการโหนกระแสค่ะพูดคุยเรื่องราวความรัก ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย เอกภพ เหลืองประเสิรฐ จากเพจสายไหมต้องรอด พร้อมด้วยทนายแก้ว มนต์ชัย มาร่วมพูดคุยข้อกฎหมายค่ะ

โดย ‘หมอฟิน’ เล่าว่า เริ่มต้นขึ้นจากการรู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่งผ่านทางเฟซบุ๊กเมื่อช่วงปลายปี 2562 โดยผู้หญิงอ้างว่าตนเองโสด 100% และชอบทอมเหมือนกัน ในช่วงแรกหมอฟินได้ลองใจโดยบอกว่าตนเองทำงานเป็น รปภ. ช่วงแรกทั้งคู่ยังไม่ได้คบหากันอย่างจริงจัง พูดคุยกันเป็นระยะ เนื่องจากตนต้องทำงานและดูแลคนไข้ โดยก่อนหน้านั้นตนเคยขอวิดีโอคอล แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธ อ้างว่ายังไม่พร้อม

กระทั่งประมาณเดือน พ.ย. 2562 จึงนัดเจอกันครั้งแรกในคืนวันลอยกระทง ที่บึงสีฐาน จ. ขอนแก่น หลังจากพบกันและพูดคุยตนรู้สึกชอบ จึงสานสัมพันธ์ต่อ และขอฝ่ายหญิงเป็นแฟนในช่วงวันวาเลนไทน์ 2563 หลังจากนั้น ฝ่ายหญิงบอกว่าจะย้ายออกจากบ้านแฟนเก่าที่เป็นทอม แต่ไม่มีเงินค่าหอพัก ค่าเช่า ค่าน้ำ และค่าไฟ ตนจึงช่วยโอนเงินให้ครั้งละ 10,000-20,000 บาท โดยเงินส่วนนี้หมอระบุว่าไม่ได้รวมอยู่ในยอด 20 ล้านบาท

จากนั้น หมอซึ่งเดิมทำงานอยู่กรุงเทพฯ พยายามหางานพาร์ตไทม์ที่ จ. ขอนแก่น เพื่อจะได้พบฝ่ายหญิงบ่อยขึ้น ระหว่างเดินทางไปทำงานพบว่ามีคลินิกเปิดให้เช่าหรือเซ้ง จึงตัดสินใจเซ้งกิจการและเปิดคลินิกของตัวเองในเดือน มี.ค. 2563 ก่อนที่ฝ่ายหญิงจะย้ายมาอยู่ด้วย โดยมีเพียงกระเป๋า 1 ใบ โดยช่วงแรกให้ฝ่ายหญิงทำงานที่เคาน์เตอร์และให้เงินเดือนเดือนละ 50,000 บาท แต่ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เนื่องจากฝ่ายหญิงใช้เงินค่อนข้างมาก โดยเฉพาะซื้อเครื่องสำอางแบรนด์เนม หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นหากต้องการใช้จ่ายให้มาเบิกกับตนแทน

ตลอดระยะเวลาที่คบกัน หมออ้างว่ามีค่าใช้จ่ายให้ฝ่ายหญิงจำนวนมาก ทั้งโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ซึ่งเครื่องหนึ่งเป็น iPhone 6 รวมประมาณ 30,000 บาท และพาไปแก้จมูกที่คลินิกแห่งหนึ่ ค่าใช้จ่ายประมาณ 60,000 บาท รวมถึงซื้อสินค้าแบรนด์เนมและทองคำให้เป็นระยะ ส่วนเรื่องรถยนต์ หมอบอกว่า ฝ่ายหญิงใช้รถ Toyota Vios สีบรอนซ์เงิน ก่อนจะอ้างว่ารถมีปัญหาและต้องการเปลี่ยนรถ โดยฝ่ายหญิงต้องการรถ Honda CR-V แต่เนื่องจากหมอติดเครดิตบูโร จึงไม่สามารถออกรถในชื่อตัวเองได้ และฝ่ายหญิงมีประวัติการเดินบัญชีจากรายได้ที่เคยได้รับจากการทำงานที่คลินิก จึงสามารถออกรถในชื่อฝ่ายหญิงได้ สุดท้ายเปลี่ยนมาเป็น Honda HR-V โดยใช้เงินดาวน์ประมาณ 170,000 บาท แต่หลังจากใช้งานประมาณ 1 เดือน ฝ่ายหญิงบอกว่ารถแข็งและต้องการเปลี่ยนคันใหม่ จึงนำรถไปขายและหมอต้องเติมเงินจากการขายรถประมาณ 1.1 ล้านบาท ก่อนจะไปจองรถ BMW-X1 โดยใช้เงินดาวน์ 485,000 บาท และผ่อนต่อมาโดยใช้เงินจากรายได้ของหมอเป็นหลัก

ช่วง 1-2 ปีแรก ฝ่ายหญิงยังช่วยทำงานที่คลินิก แต่ช่วงปีที่ 3-4 แทบไม่ได้ทำงาน ออกไปเที่ยว ช็อปปิง ดื่ม และชวนลูกน้องไปเที่ยวหรือเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่ม หากไม่ได้ออกไปข้างนอกก็จะปิดร้าน โดยหมอทำงานตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. และหลังเลิกงานฝ่ายหญิงจะใช้เวลาอยู่บริเวณชั้นล่างของคลินิก
หมออ้างว่า ในช่วงที่ตนมีคนไข้จำนวนมาก ฝ่ายหญิงมักออกไปซื้อสินค้าแบรนด์เนม และมีการซื้อทองคำให้หลายครั้ง รวมประมาณ 50 บาท โดยหมอระบุว่ามีภาพถ่ายเป็นหลักฐานบางส่วน และฝ่ายหญิงมักนำทองกลับไปเก็บไว้ที่บ้าน ไม่ได้เก็บไว้ที่คลินิก นอกจากนี้ยังซื้อโทรศัพท์ iPhone 14 Pro Max ให้ตามที่ฝ่ายหญิงต้องการ

เมื่อกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลบังคับใช้ หมอจึงชวนฝ่ายหญิงไปจดทะเบียนสมรส เพราะต้องการมีคู่ชีวิตและสร้างครอบครัว แต่ฝ่ายหญิงปฏิเสธและบ่ายเบี่ยง โดยอ้างว่าหมอมีหนี้สิน หมอจึงเริ่มสงสัยและมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น โดยหมอยอมรับว่าประเด็นที่ทะเลาะกันส่วนใหญ่เป็นเรื่องการใช้เงินของฝ่ายหญิง
ต่อมาเดือน เม.ย. 2569 หมอกลับไปที่บ้านของฝ่ายหญิง และพบชายคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับแม่ของฝ่ายหญิง โดยชายคนดังกล่าวถูกพูดถึงในลักษณะว่าเป็น “ลูกเขย” ขณะที่ฝ่ายหญิงเคยบอกหมอว่าชายคนนี้เป็น “พี่ชาย” ภายหลังจึงมาทราบว่าฝ่ายหญิงเคยแต่งงานกับชายคนดังกล่าว โดยฝ่ายหญิงอ้างว่าแต่งงานก่อนหน้านั้น เพราะถูกพ่อแม่บังคับให้แต่ง แต่หมอไม่เคยเห็นภาพงานแต่งงาน และไม่ทราบว่าแต่งงานกันเมื่อใด

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มมีปัญหา ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายขอเลิก และกล่าวหาว่าหมอทวงหนี้ หลังหมอทำรายการทรัพย์สินและสิ่งของต่าง ๆ ที่เคยซื้อหรือมอบให้ฝ่ายหญิง หมอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการทวงหนี้หรือทวงบุญคุณ แต่ต้องการรวบรวมรายการสิ่งที่เคยให้ไป หมออ้างว่า ช่วงเดียวกันฝ่ายหญิงเริ่มไลฟ์ในอนนไลน์และพบกับทอมคนใหม่ ก่อนจะมีปัญหาทะเลาะกันและขนของออกจากคลินิกไปเปิดคลินิกอีกสาขาหนึ่ง ขณะที่หมอระบุว่า มีทอมอีกคนหนึ่งซึ่งเคยทำงานกับตนและเคยจีบฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงไม่ได้เลือก

สำหรับทรัพย์สินที่หมอบอกว่าใช้เงินไปกับฝ่ายหญิงและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง มีรถยนต์ BMW-X1 มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาทกว่า, ทองคำประมาณ 50 บาท มูลค่าประมาณ 3.5 ล้านบาท, จยย. 3 คัน ได้แก่ Lambretta, Honda Monkey และ Honda Wave 110i รวมมูลค่าประมาณ 500,000 บาท นอกจากนี้ยังมีอาคารพาณิชย์ 1 คูหา มูลค่าประมาณ 2.5 ล้านบาท ซึ่งหมอระบุว่าฝ่ายหญิงขอให้โอนเป็นชื่อของตัวเอง เพราะเกรงว่าแฟนเก่าจะดูถูกว่าไม่มีทรัพย์สิน ก่อนหน้านี้หมอเป็นผู้ผ่อนชำระกับเจ้าของโดยตรง และเมื่อชำระแล้วจึงโอนเป็นชื่อฝ่ายหญิง

ส่วนการตกแต่งอาคารเพื่อทำเป็นคลินิก หมอบอกว่าใช้เงินประมาณ 10 ล้านบาท รวมถึงอุปกรณ์ภายใน โดยทรัพย์สินและอุปกรณ์บางส่วนซื้อแบ่งกันเป็น 2 ส่วน และฝ่ายหญิงยังขอเป็นผู้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลของคลินิกสาขาดังกล่าว ขณะที่หมอเป็นแพทย์ประจำและรับผิดชอบด้านการรักษา
หมอยืนยันว่า เงินที่นำมาใช้จ่ายและสร้างทรัพย์สินทั้งหมดมาจากการทำงานของตนเอง โดยบางวันทำงานตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง 23.00 น. เพราะมีคนไข้เดินทางมาจากต่างจังหวัดและต้องการให้รักษาจนเสร็จในวันนั้น

โดยเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 โดยฝ่ายหญิงเดินทางมาเอาของออกจากคลินิก และมีการข่มขู่ไม่ให้หมอเข้าไปที่สาขาดังกล่าวอีก ขณะที่หมอต้องการทรัพย์สินและสิ่งของที่อ้างว่าเป็นของตนกลับคืน และได้เข้าแจ้งความที่ สภ. เมืองขอนแก่น โดยระบุว่ามีการแจ้งข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการสร้างความวุ่นวาย การทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง การหลอกลวงหรือฉ้อโกง การลักทรัพย์ และบุกรุก

  

นอกจากนี้ หมอยังฝากถึงฝ่ายหญิง กรณีที่อ้างว่าเป็นผู้กู้เงินจำนวน 3 ล้านบาทมาให้หมอ โดยหมอต้องการเห็นหลักฐานการกู้ยืมเงินดังกล่าว เพราะจนถึงขณะนี้ยังไม่เคยเห็นหลักฐาน สำหรับคนไข้ของหมอที่เคยรักษาอยู่ที่คลินิกสาขาดังกล่าว หมอระบุว่า หลังเกิดปัญหาถูกฝ่ายหญิงข่มขู่และไม่ให้เข้าไปที่สาขา จึงต้องการชี้แจงว่าคนไข้ยังสามารถเข้ารับการรักษากับหมอได้ที่คลินิกสาขาในเมือง และหมอยังคงรับผิดชอบการรักษาคนไข้ต่อไป

ขณะที่ทางด้านด้านฝ่ายหญิง คุ่กรณี ซึ่งตอนแรกจะโฟนอินชี้แจงในรายการ ได้ขอยกเลิก พร้อมส่งข้อความแจ้งว่า ”To ทีมงานครีเอเตอร์รายการโหนกระแส ข้าพเจ้าขอแจ้งความประสงค์ ดังนี้ จะไม่มีการไปรายการ และไม่มีการโฟนอินค่ะ ตอนนี้ตกเป็นประเด็นสังคมจนได้รับความเสียหายแล้ว หากมีการแจ้งความดำเนินคดีไปแล้ว ก็จะขอให้ข้อมูลในชั้นศาลเท่านั้น

แต่อยากจะฝากถึงคู่กรณีว่า เขารู้เรื่องการแต่งงานมาก่อนตั้งแต่แรก หนูกับหมอคบกันมา 6 ปี คุณหมออย่าหลอกสังคมและตัวเอง มันบาป ไม่เคยปิดบัง และการจบความสัมพันธ์ครั้งนี้ เราได้มีการตกลงแยกย้ายกัน เนื่องจากได้เข้าพบและพูดคุยในเรื่องที่ค้างคาต่อกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการตกลงกันแต่โดยดีใ ช้เวลาจัดการทีละเรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องล้วนเป็นการกระทำที่สามารถทำได้โดยการยินยอมทุกอย่างล้วนแต่ละฝ่าย เนื่องจากใช้ชีวิตด้วยกันเป็นเวลายาวนานหลายปีจึงมีสิ่งต่าง ๆ ต้องจัดการ ซึ่งต่างฝ่ายต่างยินยอมในข้อตกลงต่าง ๆ จวบจนสิ้นสุดภาระผูกพันกัน จึงต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิต จนเวลาล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ คำที่ให้สัมภาษณ์เพื่อโจมตี ปรารถนาให้เสื่อมเสียทั้งบุคคล ครอบครัว ธุรกิจ ไม่ว่าจุดใดก็ตาม หากไม่เป็นความจริง อีกฝ่ายก็ต้องรับผิดชอบในคำพูดของตนเช่นกัน”

ขณะเดียวกันค่ะ ทางด้านทนายแก้วก็บอกว่า สามารถไปแจ้งความเป็นคดีอาญาได้แล้ว นอกจากนี้ยังสามารถไปฟ้องกลช่อฉน ในกรณีมันมีการบอกล้างนิติกรรมได้ เพราะว่าเราสำคัญผิด เราถูกหลอก สามารถไปฟ้องส่วนแพ่ง และยังสามารถฟ้องในเรื่องของเหตุเนรคุณ ตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา531

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้คงต้องรอการตรวจสอบจากตำรวจ รวมถึงกระบวนการทางกฎหมายว่า ทรัพย์สินแต่ละรายการเกิดจากการให้โดยสมัครใจ การถือครองแทน หรือมีข้อเท็จจริงอื่นประกอบอย่างไร และสุดท้ายแล้วบทสรุปของเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร รอติดตามกันต่อค่ะ

 

#หมอฟิน #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #สายไหมต้องรอด #เอกภพเหลืองประเสริฐ #ทนายแก้ว #ทันตแพทย์หญิง #LGBTQ #รัก6ปี #20ล้าน #ดราม่าความรัก #ข่าวสังคม #LWL1 #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact