Breaking
EXCLUSIVE

‘ทราย สมุทร’ เคลื่อนไหวหลังแม่ถอนฟ้อง ลั่นความรักไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็นการกระทำ

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘ทราย สมุทร’ เคลื่อนไหวหลังแม่ถอนฟ้อง ลั่นความรักไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็นการกระทำ

หลัง “จีรานุช ภิรมย์ภักดี” แม่ของ “ทราย สมุทร” ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง ขอถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ เพื่อเปิดทางให้แม่ลูกกลับมาพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน ล่าสุด “ทราย สมุทร” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้มาจากแรงกดดันของสังคมและความช่วยเหลือจากทุกคนที่ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว พร้อมย้ำว่า ความรักไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็นการกระทำ และขอรอดูว่าครอบครัวและตระกูลจะนำบรรทัดฐานที่สังคมสะท้อนไปต่อยอดให้จบอย่างสิ้นสุดได้อย่างไร ขณะเดียวกัน เจ้าตัวยังเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม ผ่านกิจกรรมกู้ขยะกับมูลนิธิ Sea You Strong ที่เกาะล้าน-เมืองพัทยา

ตามกันต่อค่ะ สำหรับมหากาพย์ครอบครัวของ “ทราย สมุทร” ที่ก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ หลังมีข้อพิพาทภายในครอบครัว และศาลแพ่งพระโขนงได้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ท้ายที่สุดการเจรจาก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้

โดยศาลให้ทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการไกล่เกลี่ยกันเองนอกรอบ และให้กลับมาแถลงต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งที่ 1

ก่อนหน้านี้ ทางด้าน“จีรานุช ภิรมย์ภักดี” แม่ของ “ทราย สมุทร” ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง เพื่อขอถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ ที่ยื่นฟ้องทราย โดยบอกว่า ต้องการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาพูดคุย และหาทางออกร่วมกันในฐานะแม่และลูก
จีรานุชเปิดเผยว่า การตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา เป็นทางเลือกสุดท้าย หลังจากครอบครัวพยายามพูดคุยเพื่อคลี่คลายปัญหามาเป็นเวลานาน แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้ต้องพึ่งพาศาลในการดำเนินคดี พร้อมออกหนังสือชี้แจง ยืนยันว่ารักลูกทั้งสองคนอย่างสุดหัวใจ และหากการพิสูจน์ความจริงผ่านกระบวนการยุติธรรมเป็นหนทางที่ลูกเลือกเดิน ก็พร้อมเคารพและน้อมรับ ด้วยความหวังให้ความจริงปรากฏ และให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับลูกทั้งสองคนล่าสุด “ทราย สมุทร” ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า “ทุกอย่างที่ออกมาในอาทิตย์นี้เกิดมาจากแรงกดดันจากสังคมและความช่วยเหลือจากทุกๆคนที่ดูแลทรายเหมือนหนึ่งในครอบครัว..เหตุการณ์มหาศาลครั้งนี้ในชีวิตทรายและการที่ทรายรักและดูแลตัวเองมา 20 ปี ย้ำได้สอนทรายว่าความรักนี้เป็นสิ่งที่รู้สึกจากการกระทำ..’รัก’ไม่ใช่คำสัญญาแต่เป็นการกระทำ…หวังว่าต่อจากนี้ครอบครัวและตระกูลของทรายจะช่วยทรายนำบรรทัดฐานที่ทุกๆคนในสังคมสะท้อนไปต่อยอดให้จบอย่างสิ้นสุด..จากจุดนี้ทรายจะขอรอดูครับ ”

พร้อมกันนี้ ทราย สมุทร ยังเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม ผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิชีวาสมุทร Sea You Strong ที่เกาะล้าน-เมืองพัทยา โดยเจ้าตัวโพสต์เล่าถึงงานกู้ขยะและสร้างพลัง เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า “งานกู้ขยะ/สร้างพลัง 28มิถุนายน 2569 มูลนิธิ ชีวาสมุทร – Sea You Strong ที่เกาะล้าน-เมืองพัทยา… งานเก็บขยะของทรายไม่ได้เป็นงานเก็บขยะแต่เป็นโอกาสของการสร้าง/ภูมิใจในคุณค่าของตัวตน.. งานครั้งนี้มี 250 คนที่รวมตัวเพื่อช่วยกันฟึกความกล้าหาญที่จะมุดเก็บขยะที่ตกหล่นจากการเก็บเพราะ ขยะเหล่านี้ (โป๊ะเรือ- ซากเรือ) เป็นขยะที่หลายคนมองว่าเก็บไม่ได้… เลยไม่มีใครเก็บเลย ทุกเสียงของทุกคนได้ช่วยคิดวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆและหาแนวทางร่วมกันที่จะเก็บกู้ขยะยากพวกนี้ออกมาให้ได้ เพราะ ‘ถ้าไม่ใช่เราแล้วใครจะทำ’ งานของเรามีเป้าหมายที่จะทำให้เรื้อง ‘เป็นไปไม่ได้’ ให้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้-เมื่อเราร่วมกัน”

โพสต์นี้สะท้อนอีกมุมหนึ่งของทราย ที่ยังคงเลือกเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม แม้จะอยู่ท่ามกลางประเด็นครอบครัวที่ถูกจับตาอย่างหนัก เรียกได้ว่า ในช่วงเวลาเดียวกับที่เรื่องครอบครัวกำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ทรายก็ยังคงสื่อสารชัดเจนว่า สิ่งที่เขาเชื่อคือการลงมือทำ ไม่ใช่เพียงคำพูด และงานด้านสิ่งแวดล้อมที่เขาทำ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการเปลี่ยนสิ่งที่หลายคนมองว่า “เป็นไปไม่ได้” ให้กลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เมื่อมีคนร่วมมือกันหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาให้กำลังใจ “ทราย สมุทร” พร้อมชื่นชมทั้งการยืนหยัดในเรื่องของตัวเอง และการเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทะเล ที่หลายคนมองว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของทรายได้อย่างชัดเจน

โดยคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า “เอาจริงๆเเรงกดดันจากสังคมล้วนๆ เพราะน้องทรายเป็นคนดี เป็นคนที่คู่ควรกับสังคม ไม่ใช่เพราะแค่คำพูดที่มี แต่ประกอบด้วยการกระทำ ที่เห็นจริง ทำจริง ตรงไปตรงมา ซึ่งทำเพื่อสังคมล้วนๆ ที่ยังไม่เคยมีคนทำแบบนี้ในด้านทะเล สมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง”ซึ่งทรายก็ได้เข้ามาตอบกลับคอมเมนต์นี้ทันที โดยบอกว่า “ขอบคุณมากๆครับพี่ ที่ทุกๆคนเป็นครอบครัวเป็นเพื่อนเป็นมิตรกับผมครับผม”
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข้อความที่สะท้อนกำลังใจจากสังคมที่ส่งไปถึงทรายในช่วงเวลานี้ เพราะนอกจากหลายคนจะติดตามเรื่องราวครอบครัวที่ยังต้องรอความชัดเจนแล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังเห็นถึงสิ่งที่ทรายทำมาตลอด ทั้งการดูแลตัวเอง การยืนหยัดในความจริงของตัวเอง และการใช้พลังของตัวเองไปต่อยอดงานเพื่อสังคมหลังจากนี้คงต้องจับตาว่า การถอนฟ้องของคุณแม่ และการเปิดประตูพูดคุยครั้งใหม่ จะนำไปสู่การเยียวยาความสัมพันธ์ในครอบครัวได้มากน้อยแค่ไหน รวมถึงครอบครัวและตระกูลของทรายจะเดินหน้าต่ออย่างไร หลังจากที่ทรายระบุชัดว่า “จากจุดนี้จะขอรอดู”
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องคดีความหรือข้อพิพาทในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความรู้สึก ความเป็นธรรม และการกระทำที่จะเป็นคำตอบว่า ความรักและการเยียวยาในครอบครัวจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ รอติดตามค่ะ

#ทรายสมุทร #สิรณัฐสก๊อต #จีรานุชภิรมย์ภักดี #พายสก๊อต #สุนิษฐ์สก๊อต #ตระกูลภิรมย์ภักดี #บุญรอดบริวเวอรี่ #ถอนฟ้อง #คดีครอบครัว #ศาลแพ่งพระโขนง #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #SeaYouStrong #ชีวาสมุทร #มูลนิธิชีวาสมุทร #เกาะล้าน #เมืองพัทยา #กู้ขยะ #รักษ์ทะเล #ข่าวสังคม #ข่าวบันเทิง #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact