หลัง “จีรานุช ภิรมย์ภักดี” แม่ของ “ทราย สมุทร” ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง ขอถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ เพื่อเปิดทางให้แม่ลูกกลับมาพูดคุยและหาทางออกร่วมกัน ล่าสุด “ทราย สมุทร” ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้มาจากแรงกดดันของสังคมและความช่วยเหลือจากทุกคนที่ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว พร้อมย้ำว่า ความรักไม่ใช่คำสัญญา แต่เป็นการกระทำ และขอรอดูว่าครอบครัวและตระกูลจะนำบรรทัดฐานที่สังคมสะท้อนไปต่อยอดให้จบอย่างสิ้นสุดได้อย่างไร ขณะเดียวกัน เจ้าตัวยังเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม ผ่านกิจกรรมกู้ขยะกับมูลนิธิ Sea You Strong ที่เกาะล้าน-เมืองพัทยา

โดยศาลให้ทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการไกล่เกลี่ยกันเองนอกรอบ และให้กลับมาแถลงต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งที่ 1
ก่อนหน้านี้ ทางด้าน“จีรานุช ภิรมย์ภักดี” แม่ของ “ทราย สมุทร” ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งพระโขนง เพื่อขอถอนฟ้องคดีเพิกถอนการให้ ที่ยื่นฟ้องทราย โดยบอกว่า ต้องการเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาพูดคุย และหาทางออกร่วมกันในฐานะแม่และลูก
จีรานุชเปิดเผยว่า การตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมา เป็นทางเลือกสุดท้าย หลังจากครอบครัวพยายามพูดคุยเพื่อคลี่คลายปัญหามาเป็นเวลานาน แต่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้ต้องพึ่งพาศาลในการดำเนินคดี พร้อมออกหนังสือชี้แจง ยืนยันว่ารักลูกทั้งสองคนอย่างสุดหัวใจ และหากการพิสูจน์ความจริงผ่านกระบวนการยุติธรรมเป็นหนทางที่ลูกเลือกเดิน ก็พร้อมเคารพและน้อมรับ ด้วยความหวังให้ความจริงปรากฏ และให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับลูกทั้งสองคน
พร้อมกันนี้ ทราย สมุทร ยังเดินหน้าทำงานเพื่อสังคม ผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมของมูลนิธิชีวาสมุทร Sea You Strong ที่เกาะล้าน-เมืองพัทยา โดยเจ้าตัวโพสต์เล่าถึงงานกู้ขยะและสร้างพลัง เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ว่า “งานกู้ขยะ/สร้างพลัง 28มิถุนายน 2569 มูลนิธิ ชีวาสมุทร – Sea You Strong ที่เกาะล้าน-เมืองพัทยา… งานเก็บขยะของทรายไม่ได้เป็นงานเก็บขยะแต่เป็นโอกาสของการสร้าง/ภูมิใจในคุณค่าของตัวตน.. งานครั้งนี้มี 250 คนที่รวมตัวเพื่อช่วยกันฟึกความกล้าหาญที่จะมุดเก็บขยะที่ตกหล่นจากการเก็บเพราะ ขยะเหล่านี้ (โป๊ะเรือ- ซากเรือ) เป็นขยะที่หลายคนมองว่าเก็บไม่ได้… เลยไม่มีใครเก็บเลย ทุกเสียงของทุกคนได้ช่วยคิดวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆและหาแนวทางร่วมกันที่จะเก็บกู้ขยะยากพวกนี้ออกมาให้ได้ เพราะ ‘ถ้าไม่ใช่เราแล้วใครจะทำ’ งานของเรามีเป้าหมายที่จะทำให้เรื้อง ‘เป็นไปไม่ได้’ ให้เป็นเรื่องที่เป็นไปได้-เมื่อเราร่วมกัน”


หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาให้กำลังใจ “ทราย สมุทร” พร้อมชื่นชมทั้งการยืนหยัดในเรื่องของตัวเอง และการเดินหน้าทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานด้านสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทะเล ที่หลายคนมองว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของทรายได้อย่างชัดเจน
โดยคอมเมนต์หนึ่งบอกว่า “เอาจริงๆเเรงกดดันจากสังคมล้วนๆ เพราะน้องทรายเป็นคนดี เป็นคนที่คู่ควรกับสังคม ไม่ใช่เพราะแค่คำพูดที่มี แต่ประกอบด้วยการกระทำ ที่เห็นจริง ทำจริง ตรงไปตรงมา ซึ่งทำเพื่อสังคมล้วนๆ ที่ยังไม่เคยมีคนทำแบบนี้ในด้านทะเล สมควรได้รับการยกย่องเป็นแบบอย่าง”
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งข้อความที่สะท้อนกำลังใจจากสังคมที่ส่งไปถึงทรายในช่วงเวลานี้ เพราะนอกจากหลายคนจะติดตามเรื่องราวครอบครัวที่ยังต้องรอความชัดเจนแล้ว อีกด้านหนึ่งก็ยังเห็นถึงสิ่งที่ทรายทำมาตลอด ทั้งการดูแลตัวเอง การยืนหยัดในความจริงของตัวเอง และการใช้พลังของตัวเองไปต่อยอดงานเพื่อสังคม
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องคดีความหรือข้อพิพาทในครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของความรู้สึก ความเป็นธรรม และการกระทำที่จะเป็นคำตอบว่า ความรักและการเยียวยาในครอบครัวจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อ รอติดตามค่ะ
#ทรายสมุทร #สิรณัฐสก๊อต #จีรานุชภิรมย์ภักดี #พายสก๊อต #สุนิษฐ์สก๊อต #ตระกูลภิรมย์ภักดี #บุญรอดบริวเวอรี่ #ถอนฟ้อง #คดีครอบครัว #ศาลแพ่งพระโขนง #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #SeaYouStrong #ชีวาสมุทร #มูลนิธิชีวาสมุทร #เกาะล้าน #เมืองพัทยา #กู้ขยะ #รักษ์ทะเล #ข่าวสังคม #ข่าวบันเทิง #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า






