Breaking
EXCLUSIVE

เพจดังแฉต่อเนื่อง! ปล่อยคลิปเสียง–แชต หลัง ‘เอ๋ย’ อ้างถูกล้ำเส้น ‘อู๋จุน’ ยอมรับโดนครอบงำ หวังเคลมพนักงานสาว?

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

เพจดังแฉต่อเนื่อง! ปล่อยคลิปเสียง–แชต หลัง ‘เอ๋ย’ อ้างถูกล้ำเส้น ‘อู๋จุน’ ยอมรับโดนครอบงำ หวังเคลมพนักงานสาว?

ดราม่า “อู๋จุน” ยังเดือดต่อเนื่องค่ะ จากเดิมที่ถูกวิจารณ์เรื่องคลิปเสียงใช้อารมณ์กับอดีตพนักงาน ล่าสุด “เอ๋ย” อดีตทีมงานออกมาเปิดใจถึงสาเหตุที่ต้องหนีออกจากสตูดิโอ พร้อมอ้างว่าเคยถูกคุกคามทางเพศภายในห้องพัก ขณะที่อู๋จุนออกคลิปโต้ทันที ยืนยันว่ามีทั้งกล้องวงจรปิด แชต และคลิปเสียง พร้อมอ้างว่าเอ๋ยเป็นฝ่ายเดินมาขอกอดเอง ด้านเพจดังทยอยปล่อยข้อมูลเพิ่มเติม ขณะที่ “หนูม่วง” ทีมงานปัจจุบันออกโรงปกป้อง ยืนยันว่าได้รับการดูแลอย่างดีและข่าวที่ออกมาหลายส่วนไม่ตรงกับสิ่งที่ตนพบเจอค่ะ

ตามกันต่อค่ะ สำหรับประเด็นร้อนของ ‘อู๋จุน’ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่ก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังจากโดนเพจดังพากันออกมาแฉพฤติกรรมส่วนตัว เกี่ยวกับประเด็นที่มีการใช้อารมณ์กับอดีตคนร่วมงาน โดยเจ้าตัวยอมรับว่าเป็นเสียงของตัวเองจริง แต่อ้างว่าเป็นคลิปเก่าหลายปีแล้ว และยืนยันว่าในเหตุการณ์ทั้งหมดไม่ได้เป็นไปตามคำกล่าวอ้างของอดีตทีมงานที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราว งานนี้ทำเอาชาวเน็ตพากันวิจารณ์สนั่นโซเชียลค่ะ

โดยก่อนหน้านี้ค่ะ เรื่องราวลุกลามใหญ่โตหลังจากมีกลุ่มอดีตทีมงานของอู๋จุนประมาณ 5-6 คน ออกมาเปิดเผยข้อมูลอย่างต่อเนื่อง แถมยังแท็กทีมหอบหลักฐานไปเปิดใจพูดคุยกันในรายการ โหนกระแส ขณะที่ทางด้านอู๋จุนเอง ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว ว่ายินดีที่จะชี้แจงความจริงทุกอย่าง แต่ขอเวลาไปปรึกษาหารือกับทีมทนายความก่อนค่ะ

กระทั่งล่าสุดค่ะ เรื่องราวก็ร้อนแรงขึ้นอีกระลอก เมื่อเอ๋ยอดีตทีมงานของอู๋จุน ได้ออกมาอัดคลิปเปิดใจพูดถึงชนวนเหตุที่ตัดสินใจลาออก โดยเธออ้างว่า ตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกันมา เธอต้องตกอยู่ในภาวะความกังวลใจ และรู้สึกไม่สบายใจอย่างมากกับการวางตัวของอู๋จุน จนท้ายที่สุดแล้วเธอทนไม่ไหวและไม่สามารถทนอยู่ในสภาพแวดล้อมการทำงานแบบนั้นต่อไปได้ เอ๋ยอ้างว่า เคยเกิดเหตุภายในห้องพักซึ่งเธอใช้ร่วมกับทีมงานรุ่นพี่อีกคน โดยปกติไม่ได้ล็อกประตู เนื่องจากทีมงานมักทำงานเสร็จไม่พร้อมกัน ก่อนที่อู๋จุนจะเข้าไปภายในห้อง และเกิดพฤติกรรมที่เธอมองว่าเป็นการคุกคามทางเพศ จนทำให้รู้สึกหวาดกลัวและไม่สบายใจ
เอ๋ยบอกว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทั้งต่อตัวเองและทีมงานคนอื่นที่เข้ามาช่วยเหลือ จึงตัดสินใจหนีออกจากสตูดิโอตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม ก่อนแจ้งลาออกในวันที่ 13 กรกฎาคมค่ะ ส่วนเรื่องเงิน เอ๋ยบอกว่า วันแจ้งลาออกเธอได้แสดงเจตนาจะคืนเงิน ซึ่งในตอนแรกอีกฝ่ายตอบตกลง แต่ภายหลังกลับลบข้อความและเปลี่ยนข้อตกลงใหม่ ทำให้เรื่องดังกล่าวยังหาข้อสรุปไม่ได้ โดยเธอยืนยันว่ามีหลักฐานการสนทนาทั้งหมด และพร้อมดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนที่ถูกต้อง

ขณะเดียวกัน เอ๋ยยังปฏิเสธเรื่องความสัมพันธ์เชิงชู้สาวกับทีมงานชาย โดยยืนยันว่าเป็นเพียงพี่น้องร่วมงาน ซึ่งฝ่ายชายเข้ามาช่วยสอนการตัดต่อและการใช้คอมพิวเตอร์ เพราะเธอไม่มีพื้นฐานมาก่อน ส่วนประเด็นที่ให้ทีมงานชายช่วยพิมพ์ข้อความตอบอู๋จุน เอ๋ยยอมรับว่าทำจริง เนื่องจากวันนั้นคอมพิวเตอร์มีปัญหาและฝ่ายชายเข้ามาช่วยดูให้ จังหวะเดียวกันอู๋จุนส่งข้อความเข้ามาต่อว่าอย่างรุนแรง เพราะไม่พอใจที่เธอไม่ได้แจ้งก่อนว่ามีคนมาช่วยงาน ทำให้เธอรู้สึกกลัว ตัวสั่น และทำอะไรไม่ถูก ทีมงานชายจึงช่วยพิมพ์อธิบายแทน เพื่อไม่ให้สถานการณ์ตึงเครียดมากกว่าเดิมค่ะ

แต่หลังจากคลิปที่เอ๋ยออกมาพูดถึงประเด็นต่างๆถูกเผยแพร่ออกไป ด้านอู๋จุนก็ออกคลิปตอบโต้ทันทีค่ะ โดยบอกว่า เรื่องที่อีกฝ่ายเล่ามีความย้อนแย้ง และตนมีหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด ข้อความแชต และคลิปเสียง ซึ่งสามารถนำมาหักล้างคำพูดของเอ๋ยได้ทุกประเด็น สำหรับเหตุการณ์ภายในบ้านไม้หรือห้องพัก อู๋จุนชี้แจงว่า เอ๋ยรู้อยู่แล้วว่าเจตนาของตนคืออะไร และทั้งคู่เคยพูดคุยเคลียร์ใจกันเรียบร้อยแล้ว โดยมีคลิปเสียงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พร้อมโต้ว่า ความจริงคือเอ๋ยเป็นฝ่ายเดินเข้ามาขอกอดเขาเอง และพูดว่า “พี่อู๋ขอกอดหน่อย” เมื่อถามว่าขอกอดเพราะอะไร อีกฝ่ายตอบว่ามีเรื่องไม่สบายใจ ซึ่งอู๋จุนยืนยันว่า ที่ผ่านมาเขาดูแลเอ๋ยในฐานะพี่น้อง เพราะทราบว่าอีกฝ่ายมีปมฝังใจจากเหตุการณ์เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน จึงต้องการช่วยดูแลและให้กำลังใจ

ส่วนเรื่องการลาออกและเงิน อู๋จุนกล่าวหาว่า ก่อนหน้านี้เอ๋ยเคยทิ้งงานและหายไปนานเป็นเดือน จนแม่บ้านต้องมาช่วยให้อาหารเม่นแคระแทน ก่อนที่เอ๋ยจะส่งข้อความมาขอโทษและรับปากว่าจะกลับมาปรับปรุงตัว แต่ภายหลังก็ขอลาออกอีกครั้ง ส่วนสาเหตุที่ตนลบข้อความเรื่องข้อตกลงคืนเงิน เป็นเพราะไม่ยอมรับการที่เอ๋ยตัดสินใจลาออกและจัดการทุกอย่างเพียงฝ่ายเดียว โดยต้องการให้อีกฝ่ายกลับมาพูดคุยกันต่อหน้า และขอโทษทีมงานทุกคนให้ถูกต้อง ไม่ใช่เลือกหนีปัญหาไป

นอกจากนี้ อู๋จุนยังกล่าวถึงการวางตัวของเอ๋ยกับทีมงานชาย พร้อมบอกว่า เคยตั้งกฎว่าหากมีบุคคลอื่นเข้ามาช่วยงานภายในสตูดิโอจะต้องแจ้งให้ทราบก่อน แต่ระหว่างที่ตนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น ได้เปิดกล้องวงจรปิดเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย และพบว่าเอ๋ยอยู่กับชายคนดังกล่าวโดยไม่ได้แจ้งตามกฎ

 เมื่อทักไปตักเตือนและกำชับว่าไม่ให้บุคคลอื่นพิมพ์ข้อความตอบแทน กล้องวงจรปิดกลับบันทึกภาพขณะทั้งคู่ส่งโทรศัพท์ให้กันเพื่อช่วยพิมพ์ข้อความ ซึ่งอู๋จุนมองว่า เป็นการหลบเลี่ยง ไม่ซื่อสัตย์ และมีเล่ห์เหลี่ยมต่อกัน พร้อมฝากถึงเอ๋ยว่า อยากให้กลับมาพูดคุยและขอโทษกันดี ๆ ไม่จำเป็นต้องออกมาเปิดเรื่องต่าง ๆ ผ่านสังคมออนไลน์ และอย่าให้บุคคลอื่นเข้ามายุยงอยู่เบื้องหลังค่ะ 

ขณะเดียวกัน เพจ “โรสกันน๊อค” ก็ได้ออกมาโพสต์แฉพฤติกรรมของอู๋จุน โดยระบุข้อความว่า ”ดาวดัง Tiktok! สลิ้งแตกเก็บอารมณ์กำหนัดไว้ไม่อยู่ ใจสั่นอยากปะยางลมรถไม่ไหว แอบลักจะปะยางลมอีกมากมาย ฝ่ายสาวเจ้าของรถไม่ยินยอมพร้อมเสริฟค่ำคืนนี้ปล่อยอันติรัวๆ
ต้องแยกระหว่างความผิดอื่นๆกับเรื่องล่วงยางใน ให้แยกออกจากกันก่อนนะจ๊ะอันดับแรก

เรื่องเกิดในห้องนอนส่วนตัวของสาวยูทูปเบอร์ หนุ่ม อจ ไม่หยุดการเกลายางในแม้เจ้าของรถไม่ยินยอมให้ปะยาง แต่ อจ ยังพยามทากาว หาช่องลมรั่ว ทั้งที่พยามไม่ยอมแล้วแต่ยงจะดึงยางในออกมาปะ โชคดีที่มีพนักงานคนอื่นมาเจอ อจ พยามเอาเรื่องอื่นมาหักล้างกับเรื่องที่ตัวเองพยามปะยางในสาวยูทูปเบอร์ ซึ่งมันคนละส่วนกันกับการกระทำของเขา และอย่าลืมว่าน้องยังอายุไม่ถึง20..เลย ยังมีเรื่องอื่นๆอีกมากมายที่เซอร์ไพร์อยู่ คริคริ ติดตามตอนต่อไป”

ต่อมาค่ะทางเพจโรสกันน๊อค ก็ยังโพสต์ข้อมูลอีกด้านเกี่ยวกับทีมงานที่ชื่อ “หนูม่วง” โดยระบุว่า ”น้องคนนึงในทีมงานที่ชื่อว่า หนูม่วง ปกติชื่อหนูเฉยๆ มันแต่งชื่อให้เป็นหนูม่วง แรกๆหนูยังไม่มีสัญชาติไทย (หนู ชื่อจริงคำหลู่ เป็นคนไทยใหญ่) ตอนนั้นแรกๆหนูม่วงยังไม่มีสัญชาติไทย เเล้วช่วงนั้นมีในคลิปบอกจะไปเป็นพ่อบุญธรรมสร้างสตอรี่พ่อพระ เเต่สุดท้าย เอาทีมงานที่เป็นเพศที่ 3 ชื่อพี่ก๊อต ไปสั่งให้ จดทะเบียนสมรส เพื่อเอาสัญชาติไทย จนตอนนี้หมูม่วงได้สัญชาติไทยเรียบร้อย

หนูม่วงจะโดนส้มตีง ประจำจนมีครั้งนึงถึงขั้นเข้า รพ แอดมิดเลย แต่ตัวเองต้องอยู่ต่อเพราะงานและปากท้องเพื่อความอยู่รอด *ฟังจากคลิปเสียงได้ว่า “แสดงว่ามึงจำไม่ได้มึงโดนตีนกูครั้งที่แล้ว”แสดงให้เห็นว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้เป็นปกติ เอ๊… EP อื่นๆยังมีเรื่องที่เขาไม่ค่อยจะเอาชื่อตัวเองหรือบัญชีตัวเองทำธุรกรรมเท่าไหร่ด้วยนะ กลัวพ่อสรรพากรถามหาอิอิ นี่ไม่ใช่เคสที่ทำร้าeร่างกายเคสแรกนะคะมีอีก หลายคนที่โดนแบบเดียวกันถ้าอยากทราบก็ติดตามตอนต่อไป”

โดยทางด้านหนูม่วง หรือคำหลู่ ก็ได้ออกมาอัดคลิปชี้แจงโต้กลับประเด็นดังกล่าวทันทีค่ะ โดยยืนยันว่า ตั้งแต่เข้ามาอยู่กับอู๋จุน เธอได้รับความรู้และโอกาสมากมาย รู้สึกเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ พร้อมบอกว่า ทั้งอู๋จุนและเมย์พิงค์ดูแลเธอเป็นอย่างดี คอยสอนและแนะนำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เปรียบเสมือนพ่อแม่ที่รักและดูแลลูกค่ะ

หนูม่วงยังเล่าว่า ช่วงที่ตนได้รับบาดเจ็บบริเวณมืออย่างหนักระหว่างถ่ายคอนเทนต์ อู๋จุนยอมทิ้งงานเพื่อไปนอนเฝ้าที่โรงพยาบาล และเป็นผู้รับผิดชอบค่ารักษาทั้งหมดเกือบ 200,000 บาท พร้อมฝากถึงอดีตทีมงานที่ออกไปแล้วกลับมาพูดหรือโพสต์โจมตีอู๋จุนว่า อยากให้ชั่งน้ำหนักถึงสิ่งที่ตัวเองเคยได้รับระหว่างทำงานด้วย ไม่ใช่มองเพียงผลประโยชน์ที่ตัวเองต้องการ และเมื่อไม่ได้ตามที่หวังก็ออกมาโจมตีกลับ

ขณะเดียวกันค่ะ ทางด้านเมย์ หนึ่งในทีมงานใกล้ชิดที่ทำงานกับอู๋จุนมานานกว่า 9 ปี ได้ออกมาโพสต์ข้อความปกป้องอู๋จุน ว่า ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน เธอเห็นอู๋จุนเป็นคนจริงจังกับงานมาก ทำอะไรเต็มที่ วางแผนชัดเจน และแทบไม่ได้พักผ่อน พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ทีมงานช่องอื่นในสังกัด หรือคนที่อู๋จุนดูแล หากมีเรื่องเดือดร้อนและพูดกันตรง ๆ อู๋จุนก็มักยื่นมือช่วยโดยไม่หวังผลตอบแทน

เมย์ยังบอกอีกว่า ข่าวที่เกิดขึ้นทั้งหมดมีทั้งเรื่องจริงและเรื่องที่ไม่จริง ซึ่งฝั่งอู๋จุนได้ออกมาชี้แจงไปแล้ว พร้อมพูดในมุมของผู้หญิงที่อยู่กับอู๋จุนมาตลอดว่า หลายคนที่เข้ามาทำงานต่างก็มีความคาดหวังและผลประโยชน์ของตัวเองไม่มากก็น้อย แต่เมื่อออกไปแล้วไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ กลับออกมาพูดโจมตีและกล่าวหา ทั้งที่ในช่วงเวลาทำงานด้วยกัน อู๋จุนเคยให้ความช่วยเหลือ ดูแล และเป็นห่วงมาโดยตลอด
งานนี้เมย์จึงออกมาฟาดกลับแบบไม่อ้อมค้อมว่า คนเหล่านั้นมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่อู๋จุนเคยมอบให้ พร้อมทั้งยังทิ้งท้ายแรง ๆ ว่า “พวกคุณไม่ควรได้รับตั้งแต่แรก” และ “พวกคุณใจร้ายมาก” พร้อมประกาศชัดว่า จะอยู่เคียงข้างอู๋จุนต่อไป

ยังไม่จบเพียงเท่านั้นดราม่าก็ยิ่งเดือดอย่างต่อเนื่อง เมื่อทางเพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อกรณีดังกล่าวว่า ”คนที่ออกมาพูดเรื่องแบบนี้ ต้องใช้ความกล้ามากแค่ไหน คนที่เคยเจอเองเท่านั้นถึงจะเข้าใจว่ามันเจ็บทั้งความรู้สึกและต้องแบกความกลัวขนาดไหน แต่สิ่งที่ได้กลับมา คือการโยนความผิดให้เหยื่อ พยายามทำให้สังคมมองว่าเธอเป็นคนผิด แต่ที่แปลกใจคือ พวกทีมงานผู้หญิงบางคนออกมาเบลมเหยื่อ เลือกปกป้องคนทำไม่ถูก ทั้งที่โดยปกติแล้ว ผู้หญิงน่าจะเข้าใจความรู้สึกของผู้หญิงด้วยกันมากที่สุด”
พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า ”อย่าคิดแค่ว่าเค้าหล่อ เค้าคนดัง ผู้หญิงต้องวิ่งเข้าหาอย่างเดียว มีผู้หญิงอีกหลายคนที่ไม่ได้คลั่ง ค คนหล่อนะ” และยังโพสต์ตั้งคำถามต่อว่า ”มีใครเคยเจอบ้าง ที่หัวหน้าผู้ชาย “หอมแก้ม” พนักงานผู้หญิง แล้วอ้างว่าเป็นการให้กำลังใจ แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติหรือเปล่า?”

 

นอกจากนี้ค่ะ ทางเพจซ้อเปายังได้นำข้อความแชตของอู๋จุนที่พูดคุยกับทางด้านเอ๋ยบางส่วนออกมาเผยแพร่ พร้อมระบุข้อความด้วยว่า ”ติ่งที่ยังอวยฉ่ำ อ่านซะ เห็นชอบเบลมเหยื่อที่บอกว่า “น้องเอ๋ย” อ่อยหรือเข้าไปหาเองหรือเปล่า? ลองอ่านดูแล้วกัน เอาจริงนะ ฟีลมันทะแม่งๆ มากกว่าหัวหน้าคุยกับลูกน้อง จากที่ควรจะคุยกันเรื่องกฎในที่ทำงาน สุดท้ายก็กลับวนอยู่กับเรื่องแฟน มีทั้งประชด ทั้งตัดพ้อ ทั้งน้อยใจ ออกแนวหึงหวงๆ มากกว่า ซึ่งอันนี้ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน เค้าอาจห่วงใยแบบพี่น้องก็ได้ อีกอย่างนอกจากเรื่องที่น้องออกมาพูดเรื่องถูกละเมิดแล้ว นี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้น้องตัดสินใจออกมาเล่า เพราะรู้สึกอึดอัดที่ล้ำเส้นเรื่องส่วนตัวมากเกินก็เป็นไปได้”
พร้อมคอมเมนต์ว่า ”ตรงลงไม่รู้ใครพิศวาสใครกันแน่” และอีกคอมเมนต์บอกว่า ”อย่าท้าซ้อกะโรส ยิ่งท้าสองเพจนี้มันยิ่งคลั่ง”

และแน่นอนค่ะว่า หลังเรื่องราวทั้งหมดถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างพากันตกใจกับข้อมูลที่ทยอยถูกเปิดออกมา พร้อมแสดงความเป็นห่วงอดีตทีมงาน ขณะเดียวกันก็มีหลายคนยอมรับว่า จากที่เคยติดตามและชื่นชอบอู๋จุนมาก่อน ตอนนี้กลับรู้สึกผิดหวังโดยคอมเมนต์แรกบอกว่า“โห หลุดมาเรื่อยๆรอชมเลยยหละ”อีกคอมเมนต์บอกว่า“สงสารน้องจัง น้องไม่น่ามาเจออะไรแบบนี้เลยอะ”“โห เราเคยติดตามเขาช่วงนึง ชอบดูหมาเขามาก ไม่คิดว่าเป็นคนแบบนี้”“เมื่อก่อนชอบมากนะตอนนี้คงไม่ละ”และอีกคอมเมนต์บอกว่า“เอาแต่ใจชิบหาย เจ้านายหรือเจ้าชีวิต”

เรียกได้ว่า ดราม่าครั้งนี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่าย ๆ ค่ะ เพราะยิ่งแต่ละฝ่ายออกมาชี้แจง ก็ยิ่งมีข้อมูลใหม่และข้อโต้แย้งตามมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่เป็นเพียงปมการใช้อารมณ์กับทีมงาน วันนี้กลับขยายไปถึงข้อกล่าวหาที่ละเอียดอ่อน และทำให้สังคมจับตาหนักกว่าเดิมว่า เบื้องหลังการทำงานจริง ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ขณะที่ฝั่งเอ๋ยยืนยันว่ามีหลักฐานแชตและพร้อมเข้าสู่กระบวนการ ส่วนอู๋จุนก็ยืนยันว่ามีทั้งคลิปเสียง กล้องวงจรปิด และข้อความที่สามารถหักล้างข้อกล่าวหาได้ งานนี้จึงคงต้องวัดกันที่หลักฐาน ไม่ใช่แค่คำพูดหรือจำนวนคนที่ออกมาปกป้องค่ะ สุดท้ายข้อเท็จจริงจะไปจบอยู่ตรงไหน และเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงอย่างไร เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

#อู๋จุน #ดราม่าอู๋จุน #น้องเอ๋ย #เอ๋ยอดีตทีมงาน #อดีตทีมงาน #คุกคามทางเพศ #คลิปเสียงอู๋จุน #หนูม่วง #คำหลู่ #ซ้อเปา #โรสกันน๊อค #ยูทูบเบอร์ดัง #ทีมงานยูทูบเบอร์ #กล้องวงจรปิด #หลักฐานแชต #โหนกระแส #พนักงานหญิง #ข่าวโซเชียล #ดราม่าอินฟลูเอนเซอร์ #รอพิสูจน์ข้อเท็จจริง #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact