หลังถูกขุดทั้งเรื่องรายได้ การศึกษา ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ ล่าสุด “คุณหนูแอลลี่” ออกมาเปิดใจทุกประเด็น ยอมรับช่วงแรกเสียใจที่ถูกวิจารณ์ แต่ตอนนี้เลือกไม่เก็บมาใส่ใจ พร้อมเผยว่ามีคนคุยแล้ว เป็นนักธุรกิจชาวต่างชาติที่มีรายได้มากกว่าเดือนละ 500,000 บาท นอกจากนี้ยังเคลียร์ชัดเรื่องวุฒิการศึกษา การใช้คำว่า “พี่หมอ” และข้อกล่าวหาเรื่องขายคอร์สหลอกลวง พร้อมขอโทษหากคำพูดก่อนหน้านี้ไปกระทบความรู้สึกของใคร
ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับ “คุณหนูแอลลี่” หลังเจ้าตัวเคยพูดถึงมาตรฐานของคนที่จะเข้ามาคุยว่า ควรมีรายได้ประมาณเดือนละ 500,000 บาท จนกลายเป็นไวรัลและถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ จากนั้นเรื่องไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสเปกค่ะ เพราะชาวเน็ตพากันย้อนขุดข้อมูลเก่า ทั้งเรื่องรายได้ ธุรกิจ คอนโด รถหรู ประวัติการศึกษา รวมถึงการใช้คำว่า “พี่หมอแอลลี่” จนเกิดคำถามตามมามากมายว่า เรื่องราวและภาพลักษณ์ที่เจ้าตัวเคยนำเสนอนั้นเป็นอย่างไรกันแน่
ก่อนหน้านี้ แอลลี่ได้ออกมาชี้แจงไปแล้วหลายประเด็น ทั้งเรื่องธุรกิจเสื้อผ้า บริษัทของญาติ ค่าเช่าคอนโด รวมถึงการเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์ โดยยืนยันว่าเคยเข้าเรียนจริง แต่ไม่ได้จบวุฒิทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และไม่ได้ประกอบอาชีพเป็นทันตแพทย์
และล่าสุดคุณหนูแอลลี่ ก็ได้มาเปิดใจแบบหมดเปลือก ผ่านช่อง Pondonnews ถึงกระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พร้อมตอบทั้งเรื่องคนบูลลี่ เรื่องหัวใจ การศึกษา และข้อกล่าวหาว่าเป็นสแกมเมอร์ขายคอร์ส เริ่มจากประเด็นที่ช่วงนี้มีคนเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และบูลลี่เธอเป็นจำนวนมาก เมื่อถูกถามว่าโกรธหรือไม่ แอลลี่บอกว่า ตอนนี้ไม่ได้รู้สึกโกรธแล้ว เพราะมองว่า การเข้ามาวิจารณ์หรือบูลลี่เธอ อาจเป็นเพียงสิ่งหนึ่งที่ทำให้คนเหล่านั้นรู้สึกดีขึ้นในช่วงเวลานั้น เจ้าตัวอธิบายว่า หากคำพูดเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ชีวิตของเธอดีขึ้น ก็ไม่จำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจ บางคนอาจไม่มีพื้นที่ระบาย หรือไม่มีอะไรที่ทำให้ตัวเองมีความสุข แอลลี่จึงมองว่า หากเธอจะเป็นพื้นที่ให้คนเหล่านั้นได้ระบายและรู้สึกดีขึ้น เธอก็ยอมได้
อย่างไรก็ตาม แอลลี่ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่กระแสโจมตีถาโถมเข้ามา เธอก็รู้สึกเสียใจอยู่บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็เริ่มเลือกที่จะปล่อยผ่าน และไม่เก็บทุกความคิดเห็นมาเป็นภาระทางความรู้สึก ส่วนข้อความไหนที่รุนแรงเกินขอบเขต หรือทำให้เกิดความเสียหาย เจ้าตัวบอกว่าจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทนายความ โดยขณะนี้ได้เก็บหลักฐานของคนที่เข้ามาบูลลี่เอาไว้แล้ว ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากค่ะ
ขณะที่เรื่องหัวใจ ซึ่งหลายคนจับตามองหลังจากคำพูดเรื่องคนที่จะเข้ามาคุยต้องมีรายได้เดือนละ 500,000 บาท แอลลี่ก็เปิดเผยตรง ๆ ว่า ตอนนี้มีคนคุยแล้ว โดยอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ประเทศไทย เป็นชาวต่างชาติ ทำธุรกิจส่วนตัว และมีรายได้มากกว่าเดือนละ 500,000 บาทตามมาตรฐานที่เธอเคยพูดเอาไว้
เรียกได้ว่า ประเด็นนี้ก็ทำเอาหลายคนหูผึ่งค่ะ เพราะจากเดิมที่เคยถูกตั้งคำถามว่า มาตรฐานที่เธอตั้งไว้นั้นสูงเกินไปหรือไม่ ล่าสุดเจ้าตัวก็ยืนยันว่า คนที่กำลังพูดคุยอยู่มีคุณสมบัติตรงกับสิ่งที่เธอเคยระบุไว้จริง
ต่อมาเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงหนักไม่แพ้กัน นั่นก็คือการใช้ชื่อ “พี่หมอแอลลี่” และข้อกล่าวหาว่าเจ้าตัวเป็นสแกมเมอร์ขายคอร์สเรียน แอลลี่บอกว่า รู้สึกว่าคำว่า “สแกมเมอร์” เป็นคำกล่าวหาที่แรงเกินไป และยืนยันว่าตัวเองไม่ใช่สแกมเมอร์ เพราะตลอดระยะเวลากว่า 8 ปีที่สอนหนังสือ ตั้งแต่วันแรกจนถึงปัจจุบัน มีเพียงความตั้งใจที่อยากพาน้อง ๆ ให้ประสบความสำเร็จ ไม่เคยมีการหลอกลวงตามที่ถูกกล่าวหา
เจ้าตัวยังย้ำว่า ไม่เคยเรียกตัวเองว่า “พี่หมอแอลลี่” และมองว่าข้อมูลบางส่วนที่ถูกนำไปพูดต่อกัน อาจทำให้คนเข้าใจผิดว่าเธอพยายามแอบอ้างเป็นแพทย์หรือทันตแพทย์ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยมีเจตนาเช่นนั้น
ส่วนเรื่องประวัติการศึกษา แอลลี่อธิบายเพิ่มเติมว่า เธอเรียนในคณะทันตแพทยศาสตร์จริง และเรียนครบตามหลักสูตรในส่วนที่ทำให้ได้รับวุฒิ วิทยาศาสตรบัณฑิต แต่ไม่ได้เรียนต่อจนได้รับวุฒิทันตแพทยศาสตรบัณฑิต และไม่สามารถประกอบวิชาชีพเป็นทันตแพทย์ได้ และสำหรับสาเหตุที่ตัดสินใจลาออก แอลลี่บอกว่า เกิดจากอาการแพ้วัสดุและแพ้ถุงมือที่ใช้ระหว่างการเรียน ซึ่งอาการค่อนข้างรุนแรง ถึงขั้นต้องใส่ชุด PPE แตกต่างจากเพื่อนคนอื่นในชั้นเรียน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อทั้งการเรียนและการใช้ชีวิต
เจ้าตัวจึงมองว่า เรื่องนี้ไม่ควรถูกหยิบมาใช้ตั้งข้อสงสัยหรือโจมตี แต่ควรเป็นเรื่องที่คนเข้าใจและเห็นใจกันมากกว่า เพราะการตัดสินใจออกจากการเรียนไม่ได้เกิดจากความไม่ตั้งใจ แต่มีปัญหาสุขภาพเข้ามาเกี่ยวข้อง
ส่วนภาพในอินสตาแกรมที่ถูกนำออกมาเผยแพร่ แอลลี่ชี้แจงว่า ภาพเหล่านั้นมาจากบัญชีส่วนตัวที่ตั้งค่าเป็น Private จึงคาดว่าอาจหลุดออกมาจากเพื่อนสมัยมัธยมบางคนที่อาจไม่ชอบเธอ ท้ายที่สุด แอลลี่ได้กล่าวขอโทษ หากคำพูดของเธอก่อนหน้านี้ไปกระทบจิตใจหรือทำให้ใครรู้สึกไม่ดี โดยยอมรับว่า บุคลิกของตัวเองอาจไม่ถูกใจคนบางกลุ่ม เพราะเป็นคนพูดตรงและเติบโตมากับกลุ่มเพื่อนชาวต่างชาติ จึงคุ้นเคยกับการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา
เจ้าตัวยังมองว่า คนไทยส่วนใหญ่อาจคุ้นเคยกับคนที่พูดจาอ่อนน้อม จึงทำให้บุคลิกและวิธีพูดของเธอดูแรงหรือแข็งเกินไปในสายตาบางคน แต่ถึงอย่างนั้น เธอก็ยังยืนยันว่า ทุกคนมีสิทธิ์ตั้งมาตรฐานชีวิตและเลือกคนที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิตของตัวเองได้
พร้อมกันนี้ แอลลี่ยังบอกว่า ไม่ควรดึงคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ทั้งคนรอบตัว ครอบครัว หรือบุคคลอื่น เข้ามารับผลกระทบจากดราม่าครั้งนี้ ส่วนใครที่ไม่ชอบเธอ หรือเคยมีเรื่องอะไรที่ทำให้ไม่สบายใจ เจ้าตัวบอกว่าสามารถมาพูดคุยกันตรง ๆ ได้ แต่อย่าทำร้ายกันด้วยการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพราะเธอเองไม่เคยมีเจตนาจะทำร้ายใครเช่นกัน




ขณะเดียวกัน ทางเพจ ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ได้หยิบประเด็นที่ “คุณหนูแอลลี่” ออกมาเปิดใจผ่านช่อง Pondonnews มาโพสต์ต่อค่ะ โดยสรุปถึงเรื่องที่แอลลี่บอกว่า ไม่โกรธคนที่เข้ามาวิจารณ์หรือบูลลี่ เพราะมองว่านั่นอาจเป็นความสุขของอีกฝ่าย นอกจากนี้ ยังพูดถึงเรื่องหัวใจว่า ตอนนี้แอลลี่มีคนคุยแล้ว เป็นชาวต่างชาติ พร้อมยังคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ”ยอมรับตรงๆ ว่า ซ้อ ฟังได้แค่ประมาณนาทีกว่าๆ (ความยาวมันเ 7 นาที) แต่ไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ ก็รู้สึกจะอ้วก ก็เลยไม่ได้ดูต่อ เข้าไปดูเองแล้วกันนะ ปล.ลืมไปชื่อเต็มต้องเรียกว่า คุณพี่หมอคุณหนูแอลลี่ นะ เรียกแค่ “คุณหนูแอลลี่” เฉยๆ คือ ผิด รบกวนเพจอื่นๆ โดยเฉพาะชาวปด แก้ไขด้วย !!!” อีกคอมเมนต์บอกว่า ”พวกคนที่ไปบูลลี่เค้าเหมือนช้างอ่ะ มองยังไงกัน นี่มองว่าไม่เหมือนช้างนะ พวกมึงดูกันยังไง เหมือนพะยูนป่วยมากกว่า ปล. ทุกคนเบาได้เบานะ อย่าอินเยอะ แซวขำๆ พอ” ”ลืมบอกคุณหนูแอลลี่ ก่อนจะฟ้องใคร คุณหนูต้องระวังเรื่องการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จนะ พ.ร.บ.คอม และอีกเรื่อง ปลอมแปลงเอกสารจดทะเบียนบริษัท ไม่รู้คุณหนูลืมเรื่องนี้ไปหรือยัง ?”
เรียกว่าพอหลังคลิปสัมภาษณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวยมากค่ะ โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า Mindset บวก แต่ทิศทางลบ อีกคอมเมนต์บอกว่า มีแฟนแล้วด้วยรายได้เกิน 5แสนด้วย ,ถ้าไม่อคติ หรือดราม่า สิ่งที่นางพูดไม่ผิดนะ ทุกคนมีสิทธิ์เลือกอะ บุคลิคอาจจะไม่ถูกจริตชาวเน็ต ,ขอแบ่งความมั่นหน่อยครับเจ๊ ขอนิดเดียวพอ และอีกคอมเมนต์บอกว่า คำพูดเหมือนหลอกตัวเองชัดๆ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลหลายส่วนในตอนนี้ยังเป็นเพียงคำชี้แจงจากฝั่งแอลลี่ ขณะที่ประเด็นต่าง ๆ ที่ถูกขุดขึ้นมาบนโลกออนไลน์ก็ยังคงถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ “คุณหนูแอลลี่” ออกมาเปิดใจและตอบทุกข้อสงสัยในครั้งนี้ กระแสดราม่าจะค่อย ๆ เบาลง หรือจะกลับมาเดือดกว่าเดิม ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ
#คุณหนูแอลลี่ #แอลลี่ #ดราม่าคุณหนูแอลลี่ #รายได้ห้าแสน #คนคุยแอลลี่ #พี่หมอแอลลี่ #ทันตแพทย์ #วุฒิการศึกษา #สแกมเมอร์ #ขายคอร์สเรียน #บูลลี่ #ดราม่าโซเชียล #ข่าวโซเชียล #ข่าวบันเทิง #Pondonnews #ชี้แจงดราม่า #ล้อมวงเล่า



