มหากาพย์คดีความของ “ปู มัณฑนา” ยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ล่าสุดศาลอาญามีคำพิพากษาคดีที่ปูเป็นโจทก์ฟ้อง “ทนายกุ้ง” หรือ นางอำนวยพร มณีวรรณ ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา จากการไปออกรายการดังและพูดถึงปูในประเด็นหนี้สิน โดยศาลเห็นว่าคำพูดบางช่วงเกินหน้าที่ทนายความ ไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิของลูกความ และไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ จึงพิพากษาจำคุก 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี และปรับ 100,000 บาท ด้านทนายกุ้งน้อมรับคำพิพากษา พร้อมยืนยันจะอุทธรณ์ต่อ ขณะที่ปูโพสต์ขอบคุณทีมทนายและบอกว่าน้ำตาวันนี้ไม่ใช่น้ำตาของความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาของคนที่ต่อสู้เพื่อความจริง
กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ต้องตามกันต่อค่ะ สำหรับมหากาพย์คดีความของ “ปู มัณฑนา” ที่ล่าสุดวันนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 905 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.2859/2568 คดีนี้ “ปู มัณฑนา หิมะทองคำ” เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ลิลลี่ เหงียน” หรือ วันมะนี พอนสะหวัน นางแบบและอินฟลูเอนเซอร์เชื้อสายเวียดนาม-ลาว เป็นจำเลยที่ 1 และ “ทนายกุ้ง” อำนวยพร มณีวรรณ เป็นจำเลยที่ 2 ในความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
โดยคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2567 จำเลยทั้งสองไปออกรายการ “เคลียร์ชัดชัด” ทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่ง และมีการเผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งฝั่งปูระบุว่ามีคำพูดในรายการที่ทำให้ตนได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการทวงหนี้และการพูดทำนองว่าปูมีหนี้จำนวนมาก ซึ่งฝั่งปูยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เนื่องจากมีเจ้าหนี้เพียง 2 ราย และทำให้เจ้าตัวเครียดจนถึงขั้นเข้ารับการรักษาพยาบาล
อย่างไรก็ตาม ในคดีนี้ ศาลอาญาได้ไต่สวนมูลฟ้องแล้ว และมีคำสั่งยกฟ้อง “ลิลลี่ เหงียน” จำเลยที่ 1 ตั้งแต่ในชั้นฟังคำสั่งไต่สวนมูลฟ้อง ช่วงเช้าวันนี้ “ทนายกุ้ง” จำเลยที่ 2 เดินทางมาฟังคำพิพากษาพร้อมกับ ลูกหมี รัศมีทองสิริไพรศรี และ “ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์
เมื่อถึงเวลานัด ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้พูดในรายการโดยตอบคำถามพิธีกรในทำนองว่า โจทก์มีลูกหนี้อีกหลายราย ซึ่งศาลเห็นว่าการพูดดังกล่าวเกินหน้าที่ของทนายความ ไม่ได้เป็นไปเพื่อปกป้องส่วนได้เสียของลูกความ และไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ
ศาลยังเห็นว่า หากต้องการรักษาสิทธิของลูกความ ก็สามารถดำเนินการทางศาลได้ การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ศาลพิพากษาจำคุก “ทนายกุ้ง” 1 ปี โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี และปรับ 100,000 บาท
ภายหลังฟังคำพิพากษา “ปู มัณฑนา” และทีมทนายความมีสีหน้ายิ้มแย้ม และพอใจคำพิพากษา ก่อนจะพากันเดินทางกลับ
ด้าน “ทนายกุ้ง” ให้สัมภาษณ์พร้อม “ลูกหมี รัศมี” ว่า คดีนี้ต้องยอมรับว่าเราแพ้ และถือว่าพลาดเพียงประโยคเดียว หลังจากนี้ก็ต้องระมัดระวังคำพูดให้มากขึ้น แต่ไม่เป็นไร เพราะจะอุทธรณ์สู้คดีกันต่อไป โดยเจ้าตัวได้จ่ายค่าปรับเป็นเงินสด 100,000 บาทเรียบร้อยแล้ว
ทนายกุ้งยังบอกด้วยว่า ที่ผ่านมา ฝั่งตนฟ้องชนะคดีแล้ว 5 คดี แพ้คดีนี้เพียงคดีแรก ก็ถือว่า 5 ต่อ 1 แล้วกัน เจ้าตัวยืนยันว่าไม่รู้สึกกังวล แม้จะเป็นคดีแรกที่ทำหน้าที่ทนายความให้ลูกความแล้วถูกฟ้องจนศาลสั่งจำคุกและรอลงอาญา แต่ก็จะไปสู้กันต่อในชั้นอุทธรณ์ สำหรับเหตุผลที่ศาลลงโทษนั้น ทนายกุ้งระบุว่า ศาลเห็นว่าตนพูดจริงในเรื่องส่วนตัวของคู่กรณีทั้งสองคน แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ซึ่งตนเคารพคำตัดสินของศาล และจะไปว่ากันต่อในชั้นอุทธรณ์ โดยยังมีหลายประเด็นที่จะต่อสู้ ทั้งเรื่องคำฟ้อง ข้อต่อสู้ พยานหลักฐาน รวมถึงเรื่องอายุความ
ส่วนคดีของ “ลิลลี่ เหงียน” ทนายกุ้งระบุว่า ศาลยกฟ้องไปหมดแล้วตั้งแต่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง รวม 2 คดี และอาจมีการฟ้องกลับต่อไป ขณะที่ “ลูกหมี รัศมี” ก็กล่าวถึงคดีของตนที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “ปู มัณฑนา” ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งศาลนนทบุรีนัดสืบพยานโจทก์และจำเลยในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2568 โดยระบุว่าตนฟ้องไปรวม 13 กรรม และขอให้รอติดตามคดีนี้ต่อไป
นอกจากนี้ ลูกหมียังบอกด้วยว่า ยังมีคดีที่ได้เข้าแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจอีก 3 คดี รวมถึงกรณีโพสต์ที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทอีกประมาณ 60 กรรม โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่มีความกังวล เพราะค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นการโพสต์ข้อความลักษณะไม่เหมาะสม มีรูปภาพ หรือยืนยันชื่อจริง และคาดหวังว่าน่าจะชนะคดี
ต่อมา “ปู มัณฑนา” ได้เคลื่อนไหวหลังฟังคำพิพากษา โดยโพสต์ข้อความว่า “น้ำตาวันนี้…ไม่ใช่น้ำตาของความอ่อนแอ แต่เป็นน้ำตาของคนที่ต่อสู้เพื่อความจริงมาตลอด เมื่อความยุติธรรมได้ทำหน้าที่ หัวใจที่แบกความกดดันมานานก็ได้ปลดปล่อย ขอบคุณทุกกำลังใจที่อยู่เคียงข้างกันเสมอ” ด้านทนายอนันตรักษ์ ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นทันที บอกว่า ก็บอกแล้วรอดทุกศึก
นอกจากนี้ ปูยังโพสต์ขอบคุณทีมทนายความ โดยระบุว่า “ขอบพระคุณทีมทนายอาจารย์มานะ และมาดามสามพีทุกท่านนะคะ ที่ช่วยต่อสู้จนทำให้ปูได้รับความยุติธรรมกลับคืนมา และขอบพระคุณมาดามสามพีเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยเขียนคำแถลงปิดคดีจนทำให้ปูได้รับความยุติธรรมในวันนี้ค่ะ”
และอีกโพสต์บอกว่า เรียน สื่อมวลชนทุกแขนง (เพื่อป้องกันความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน) เนื่องจากปัจจุบันปรากฏข้อมูลที่คลาดเคลื่อน บนสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับบุคคลเบื้องหลังที่มีบทบาทในคดีนี้ ปูขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องสื่อมวลชนและประชาชนทุกท่าน เพื่อความถูกต้องชัดเจนดังนี้ค่ะ
ทนายรักษ์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ “เพียงแค่การร่างฟ้องในจุดเริ่มต้นเท่านั้น” มิได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลหรือการวางยุทธศาสตร์คดีในภายหลังแต่อย่างใด
ทีมทนายวันดี และ มาดาม สามพี คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จและชัยชนะที่แท้จริง! โดยเป็นผู้ควบคุมสำนวนคดี นำสืบพยานหลักฐานเชิงลึกในชั้นศาล และเป็น “ผู้จัดทำคำแถลงปิดคดี” ชิ้นสำคัญที่ล็อกความผิดของจำเลยไว้ทุกประตู จนทำให้ปูได้รับชัยชนะในวันนี้
คำวินิจฉัยของศาล ที่สำคัญที่สุดคือ ศาลท่านได้อ่านและเอาข้อเท็จจริงรวมถึงข้อกฎหมายใน “คำแถลงปิดคดี” ที่ทีมทนายวันดีและมาดาม สามพี จัดทำขึ้น ไปเป็นฐานในการเขียนคำพิพากษาลงโทษจำเลย
ปูขอกราบขอบพระคุณ ทีมทนาย มานะ วันดี หัวหน้าสำนักกฏหมายเพื่อความยุติธรรม และ มาดาม สามพี ผู้ช่วยหัวหน้าสำนะกกฏหมาย จากใจจริง ที่ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตามมรรยาภารทนายความ ไม่เคยทอดทิ้ง และสู้จนสุดซอยเพื่อคืนศักดิ์ศรีให้ผู้หญิงคนนี้ ส่วนบุคคลอื่นที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในชั้นเสาะหาพยานหลักฐานและชั้นปิดคดี ขอความกรุณายุติการบิดเบือนข้อมูลเพื่อแอบอ้างผลงานนะคะ
ยุทธศาสตร์ขั้นต่อไป อุทธรณ์คัดค้าน “ขอไม่ให้รอลงอาญา” แม้ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกและปรับแล้ว แต่ภารกิจในการสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องให้แก่สังคมยังไม่จบลง ปูได้มอบหมายให้ ทีมทนายวันดี เตรียมยื่นอุทธรณ์คัดค้านดุลพินิจในส่วนของการรอการลงโทษ โดยจะร้องขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย “โดยไม่รอการลงโทษ” (ติดคุกจริง) ด้วยเหตุผลที่ว่า
1. จำเลยเป็นถึงผู้ประกอบวิชาชีพทนายความ ย่อมรู้กฎหมายดีกว่าประชาชนทั่วไป แต่กลับใช้ความรู้และสื่อมวลชนมาเป็นเครื่องมือทำลายล้างผู้อื่น
2. จำเลยแสดงพฤติการณ์ไลฟ์สดเยาะเย้ย ท้าทาย และไม่เคยสำนึกผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเลยจนถึงวินาทีสุดท้าย
ปูจะเดินหน้าสู้ให้ถึงที่สุดในทุกมิติ เพื่อพิสูจน์ว่ากฎหมายมีไว้คุ้มครองคนบริสุทธิ์ ไม่ใช่มีไว้ให้ทนายดังใช้รังแกใครตามอำเภอใจค่ะ ขอบพระคุณทุกกำลังใจค่ะ!
ด้านทนายอนันตรักษ์ เพ็ชรหิน ก็ได้โพสต์ภาพคู่กับปู มัณฑนา พร้อมระบุข้อความด้วยว่า
“คดีแรกที่ทนายรักษ์ขึ้นฟาดให้พี่ปู รู้ผลละครับจำคุกจำเลย 2 ปี รอลงอาญา (ทนายดัง) #ที่ผ่านมาไม่ช่ายผม มีคนสู้แพ้แล้วโยนขี้ให้ผม อาญารู้ผลแล้ว ฟ้องแพ่งต่อครับ”
ทางด้าน ปู มัณฑนา ก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นบอกว่า ขอบคุณที่ช่วยร่างฟ้องให้นะครับน้องชาย ทนายอนันตรักษ์ ก็ตอบกลับทันที บอกว่า ข่าวมาไว
ขณะเดียวกัน ทางด้าน “ทนายกุ้ง” ก็ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยระบุว่า “ศาลอาญาพิพากษา ให้รอลงอาญา น้อมรับคำพิพากษาอุทธรณ์ต่อไป ขอบคุณทุกกำลังแรงใจ ”
ขณะที่ทางเพจ “นิกกี้ขยี้ข่าว” ก็ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้เช่นกัน โดยบอกว่า
“ดีใจกับคุณปูด้วยนะคะ ในที่สุดก็ชนะสักที คดีที่ปูฟ้องทนายกุ้ง ศาลมีคำสั่ง ปรับ100,000 บาท และจำคุก 1 ปี โทษจำให้รอลงอาญา ทนายกุ้งใช้สิทธิ์อุทธรณ์ต่อ แพ้เป็นพระชนะเป็นแล้ว ชนะเป็นสักทีเนอะ พร้อมยังบอกอีกว่า “เห็นว่าร้องให้ดีใจในศาลหรอคะ”
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังไม่ถึงที่สุด เพราะ “ทนายกุ้ง” ยืนยันชัดเจนว่าจะใช้สิทธิ์อุทธรณ์ต่อไป หลังจากนี้ต้องติดตามว่าในชั้นอุทธรณ์ ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไร และมหากาพย์คดีความระหว่างกลุ่มคู่กรณีนี้จะเดินหน้าต่อไปในทิศทางไหน รอติดตามค่ะ
#ปูมัณฑนา #มัณฑนาหิมะทองคำ #ทนายกุ้ง #อำนวยพรมณีวรรณ #ลูกหมีรัศมี #ลิลลี่เหงียน #ทนายเดชา #ทนายอนันตรักษ์ #คดีหมิ่นประมาท #หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา #ศาลอาญา #จำคุก1ปี #รอลงอาญา #ปรับ1แสน #อุทธรณ์ #นิกกี้ขยี้ข่าว #คดีปูมัณฑนา #คดีลูกหมีปูมัณฑนา #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า



