คดีวินห้วยขวางยังเป็นประเด็นร้อนที่สังคมถกเถียงกันต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุกลางดึกวันที่ 14 มิถุนายน 2569 บริเวณหน้าวินจักรยานยนต์รับจ้างตลาดเกียรติธงชัย โดยผู้ก่อเหตุเป็นตำรวจตระเวนชายแดนที่เข้ามอบตัวแล้ว ก่อนหน้านี้รายการโหนกระแสเคยเปิดภาพวงจรปิดและคลิปเสียง วิเคราะห์ทั้งมุมการป้องกันตัว บันดาลโทสะ และคำถามว่าใช้อาวุธปืนเกินกว่าเหตุหรือไม่ ล่าสุด “คุณแต” ภรรยาของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ออกมาเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จาก ตชด. ผู้ต้องหา โดยระบุว่าสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว ขณะที่ทนายหลายคนชี้ว่า ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงยอดเรียกร้อง ยังไม่ใช่คำพิพากษาศาล และต้องนำสืบให้ศาลเห็นถึงความเสียหายจริง
ตามกันต่อค่ะ สำหรับเหตุปะทะกันกลางดึกย่านห้วยขวาง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 02.50 น. วันที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา บริเวณหน้าวินจักรยานยนต์รับจ้างตลาดเกียรติธงชัย ใกล้ปากซอยประชาสงเคราะห์ 38 แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตคือ นายภูริต อายุ 37 ปี คนขับวินจักรยานยนต์รับจ้าง สวมเสื้อวินสีส้ม เบอร์ 12 ส่วนอีกรายคือวินจักรยานยนต์อีกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ ขณะที่ผู้บาดเจ็บเป็นคนในพื้นที่ซึ่งอยู่บริเวณดังกล่าว
จากข้อมูลเบื้องต้น ก่อนเกิดเหตุมีรายงานว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นตำรวจตระเวนชายแดน ได้มาเรียกใช้บริการวินจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่ และมีการพูดคุยเรื่องค่าโดยสาร ก่อนจะเกิดการโต้เถียงกับกลุ่มวินจักรยานยนต์ จนสถานการณ์เริ่มตึงเครียดและบานปลายกลายเป็นเหตุยิงขึ้น ภายหลังผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ และคดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวน ขณะเดียวกันประเด็นนี้ก็ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ เพราะสังคมแบ่งความเห็นออกเป็นหลายมุม ทั้งเรื่องพฤติกรรมของวินจักรยานยนต์ในพื้นที่ และเรื่องการใช้อาวุธปืนของเจ้าหน้าที่รัฐว่าเหมาะสมหรือเกินกว่าเหตุหรือไม่
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา ในรายการโหนกระแส พี่หนุ่ม กรรชัย ได้นำประเด็นนี้มาพูดคุย โดยมีทั้งฝั่ง ภรรยาของผู้เสียชีวิต คุณชนทัต ปัทมะภูวดล ผู้ก่อตั้งเพจชณทัตลุยครับ ที่เข้าช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต คุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด รวมถึงทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ มาร่วมวิเคราะห์เหตุการณ์จากภาพวงจรปิดและคลิปเสียงที่ปรากฏ
ภรรยาของผู้เสียชีวิตเล่าว่า วันเกิดเหตุ ตชด. รายดังกล่าวมาต่อราคาค่าวิน จากประมาณ 120 บาท เหลือ 60 บาท เพื่อจะไปย่านมักกะสัน ก่อนเกิดการโต้เถียงกับวินในพื้นที่ โดยสามีของเธอ หรือคุณบอล ได้เข้าไปบอกให้อีกฝ่ายออกจากจุดดังกล่าว เพราะเป็นพื้นที่ทำมาหากินของวินจักรยานยนต์ จากนั้นสถานการณ์เริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อ ตชด. รายดังกล่าวเดินออกไปยืนริมถนน กดโทรศัพท์และหันกลับมามอง ทำให้ภรรยาผู้เสียชีวิตรู้สึกไม่สบายใจ จึงเตือนสามีว่าอย่าหันหลัง เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะกลับเข้ามาหาเรื่อง
ต่อมาทั้งสองฝ่ายกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง โดยฝั่งครอบครัวผู้เสียชีวิตอ้างว่า มีการพูดจายั่วยุและแสดงท่าทีไม่เหมาะสมใส่คุณบอล จนทำให้คุณบอลถีบอีกฝ่ายไป 1 ครั้ง ก่อนจะมีวินอีกคนวิ่งเข้ามา และมีจังหวะคล้ายเตะใส่ จากนั้นเหตุการณ์ก็บานปลายไปถึงการใช้อาวุธปืน ประเด็นนี้กลายเป็นข้อถกเถียงในสังคมอย่างหนัก ฝ่ายหนึ่งมองว่า ฝั่งวินเป็นฝ่ายเริ่มใช้ความรุนแรงก่อน ทั้งการถีบ การเตะ และการเดินตามเข้าไปหา จนอาจทำให้ ตชด. รู้สึกว่าถูกคุกคามและต้องป้องกันตัว แต่อีกฝ่ายมองว่า แม้จะมีการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้นก่อนจริง แต่การใช้อาวุธปืนยิงหลายนัด จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ยังต้องตรวจสอบว่าเป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
ในรายการยังมีการเปิดคลิปเสียงที่ฝั่งครอบครัวนำมาให้ โดยมีเสียงบางช่วงคล้ายการห้ามปรามว่า “ไม่ได้ ๆ อย่า” ซึ่งครอบครัวมองว่าเป็นหลักฐานว่าไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลาย แต่ในคลิปเดียวกันก็มีเสียงอีกช่วงที่พูดทำนองว่า “เปิดก่อนเลย เดี๋ยวพวกเราตาม” ทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า อาจสะท้อนเจตนาจะเข้าไปทำร้ายหรือรุมอีกฝ่ายหรือไม่
ด้านคุณเอกภพ เหลืองประเสริฐ มองว่า คดีนี้ต้องพิจารณาว่า ผู้ก่อเหตุถูกทำร้ายก่อนหรือไม่ และในจังหวะนั้นภัยยังไม่สิ้นสุดหรือเปล่า เพราะจากภาพมีทั้งการถีบ การเตะ และการเดินตามเข้าไป จึงอาจเป็นประเด็นที่นำไปต่อสู้เรื่องการป้องกันตัวหรือบันดาลโทสะได้
ขณะที่คุณชนทัต ฝั่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตมองว่า แม้จะมีการถีบเกิดขึ้นจริง แต่ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ผ่านการฝึกฝน และควรมีทางเลือกอื่น เช่น แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ยิงขู่ หรือหลีกเลี่ยงสถานการณ์ แทนที่จะใช้อาวุธปืนจนเกิดความสูญเสีย อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือเรื่องอาการมึนเมา โดยฝั่งครอบครัวตั้งข้อสงสัยว่า ก่อนเกิดเหตุ ตชด. รายดังกล่าวมีการดื่มสุราหรือมีปัญหากับคนใกล้ชิดมาก่อนหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบพยานหลักฐานให้ครบ ทั้งสถานที่ที่ไปก่อนเกิดเหตุ บุคคลที่อยู่ด้วย และพยานแวดล้อมต่าง ๆ
ขณะเดียวกัน ภรรยาผู้เสียชีวิตยอมรับว่า ครอบครัวกำลังเผชิญกระแสวิจารณ์จากโลกออนไลน์ และรู้สึกว่าถูกสังคมตัดสินไปแล้ว ทั้งที่ยังมีอีกหลายมุมที่อยากให้พิจารณา พร้อมยืนยันว่าต้องการเรียกร้องความยุติธรรมให้สามีและผู้เสียชีวิตอีกคน
ในรายการ หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า เรื่องนี้ต้องแยกให้ออกระหว่าง “อารมณ์ของสังคม” กับ “ข้อเท็จจริงทางกฎหมาย” เพราะสุดท้ายศาลจะไม่ได้ตัดสินจากกระแสโซเชียล แต่จะพิจารณาจากพยานหลักฐาน พฤติการณ์ และเจตนาในขณะเกิดเหตุ
ด้านทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ อธิบายว่า คดีนี้มีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณา ทั้งการเริ่มใช้ความรุนแรงของฝั่งวิน การตอบโต้ของฝั่ง ตชด. การป้องกันตัว การบันดาลโทสะ และคำถามสำคัญว่า การใช้อาวุธปืนในวันนั้น “พอสมควรแก่เหตุ” หรือ “เกินกว่าเหตุ” หรือไม่
นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังเล่าว่า ได้พูดคุยกับพ่อของ ตชด. รายดังกล่าว โดยพ่อระบุว่าลูกชายเครียดและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ไม่อยากออกมาพูดในรายการ เพราะเกรงว่าจะกระทบความรู้สึกของครอบครัวผู้เสียชีวิต ขณะเดียวกันมีการระบุว่า ตชด. รายดังกล่าวได้ไปทำบุญให้กับผู้เสียชีวิตแล้วด้วย
ขณะที่ล่าสุด ประเด็นนี้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังคุณแต ภรรยาของหนึ่งในผู้เสียชีวิต ออกมาเปิดเผยว่า ได้เรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 50 ล้านบาท จาก ตชด. ผู้ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี โดยภรรยาผู้เสียชีวิตระบุว่า สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว และการสูญเสียครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของครอบครัวอย่างรุนแรง อีกทั้งครอบครัวยังไม่ได้รับการเยียวยาตามที่คาดหวัง จึงมีการเรียกร้องค่าเสียหายจำนวนดังกล่าว

นอกจากนี้ เธอยังเปิดเผยด้วยว่า ได้ยื่นคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา พร้อมอ้างว่าหลังเกิดเหตุ มีบุคคลแต่งกายคล้ายตำรวจเข้ามาพูดในลักษณะข่มขู่พยานในพื้นที่ จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและพยานในคดี
ด้านทนายธรรมราชให้ความเห็นว่า หากในท้ายที่สุดศาลวินิจฉัยว่าผู้เสียชีวิตเป็นฝ่ายได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิด ภรรยาและทายาทโดยชอบธรรมสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายเรียกร้องค่าเสียหายได้หลายรายการ ทั้งค่าปลงศพ ค่าขาดไร้อุปการะ ค่าเสียหายทางจิตใจ และค่าเสียหายอื่นตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วอาจมีมูลค่าหลายล้านบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาล
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 50 ล้านบาท ยังเป็นเพียงจำนวนเงินที่ครอบครัวผู้เสียหายเรียกร้อง ไม่ใช่จำนวนที่ศาลมีคำพิพากษาหรือมีการตกลงชดใช้แล้วแต่อย่างใด โดยคดียังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนและดำเนินกระบวนการยุติธรรม
ขณะเดียวกัน ทนายเกิดผล แก้วเกิด ก็ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงประเด็นนี้ โดยระบุในทำนองว่า การเรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท ต้องนำสืบให้ศาลเชื่อให้ได้ก่อนว่า เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายหรือไม่ พร้อมแซวแรงว่า “50 ล้านนี้ ไม่ใช่ขับวินฯ แล้วครับ ต้องขับเครื่องบิน หรือ ยานอวกาศ แล้วจ้า”
ทำให้ประเด็นการเรียกร้องค่าเสียหาย 50 ล้านบาท กลายเป็นอีกมุมที่สังคมถกเถียงกันต่อ บางส่วนมองว่าเป็นสิทธิของครอบครัวผู้สูญเสียที่จะเรียกร้อง เพราะชีวิตคนหนึ่งคนไม่สามารถประเมินค่าได้ง่าย ๆ แต่อีกส่วนก็มองว่า ตัวเลขดังกล่าวสูงมาก และสุดท้ายต้องให้ศาลพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน รายได้ ภาระครอบครัว และความเสียหายที่พิสูจน์ได้จริงต่อไป
ภาพรวมของคดีนี้จึงยังเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะไม่ได้มีเพียงประเด็นว่าใครเริ่มก่อนหรือใครใช้ความรุนแรงมากกว่าเท่านั้น แต่ยังมีทั้งข้อกฎหมายเรื่องการป้องกันตัว บันดาลโทสะ การกระทำเกินกว่าเหตุ รวมถึงสิทธิของครอบครัวผู้เสียชีวิตในการเรียกร้องค่าเสียหาย
ท้ายที่สุด คดีนี้ยังต้องรอการพิสูจน์ในชั้นสอบสวนและชั้นศาล และค่าเสียหายที่ครอบครัวเรียกร้องจะได้รับการพิจารณาอย่างไร เพราะไม่ว่ามุมไหน เหตุการณ์นี้ก็มีผู้สูญเสีย มีผู้บาดเจ็บ และมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป
#วินห้วยขวาง #ตชด #ตำรวจตระเวนชายแดน #ตลาดเกียรติธงชัย #ประชาสงเคราะห์38 #ดินแดง #เมียวินห้วยขวาง #เรียกค่าเสียหาย50ล้าน #ค่าเสียหาย50ล้าน #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายไพศาล #ทนายธรรมราช #ทนายเกิดผล #เอกภพเหลืองประเสริฐ #สายไหมต้องรอด #ชณทัตลุยครับ #ป้องกันตัว #บันดาลโทสะ #เกินกว่าเหตุ #คดีดัง #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



