Sunday, 26 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

เดือดหลังแถลง! ลูกค้าเจอเศษแก้วในเจลาโต้ อ้างรับผิดชอบแค่ค่ารักษา ชาวเน็ตถล่มยับ ควรรับผิดชอบมากกว่านี้ไหม?

ดราม่าเจลาโต้ของ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” ยังไม่ทันซา ก็มีประเด็นใหม่เข้ามาทันที หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาเล่าประสบการณ์ อ้างพบเศษแก้วในเจลาโต้จนมีบาดแผลภายในช่องปาก แม้ร้านจะคืนเงินและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล แต่เจ้าตัวยังผิดหวังที่ไม่ได้รับคำขอโทษและคำอธิบายจากผู้มีอำนาจตัดสินใจโดยตรง ขณะเดียวกัน อินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งยังออกมารีวิวแบบไม่อวย ยอมรับว่ารสชาติดีแต่ราคาแรง ก่อนกฤษณ์จะแชร์คลิปพร้อมถามกลับตรง ๆ ว่า “เป็นอะไรมากปะครับน้อง”


พึ่งจะชี้แจงไปไม่นาน ดราม่าใหม่ก็มาอีกแล้วค่ะ สำหรับดราม่าเจลาโต้ของ “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” เจ้าของร้าน PARAMETER หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข้อถกเถียงเรื่องราคา รวมถึงประเด็นเรื่องมายด์เซ็ต ต่อมากฤษณ์ ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าว ขอโทษต่อถ้อยคำที่อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาดูถูกหรือเหยียดใคร และยังคงยืนยันเต็มที่ถึงคุณภาพ ราคา และกระบวนการผลิต พร้อมประกาศว่าเจลาโต้คลาสสิกบางรสของร้านคือ “อันดับ 1 ของโลก” และเตรียมเปิดตัวรสชาติใหม่ในราคาประมาณถ้วยละ 700 บาท จนชาวเน็ตบางส่วนตั้งคำถามว่า การแถลงครั้งนี้เป็นการเคลียร์ดราม่า หรือเป็นการโปรโมตสินค้าใหม่กันแน่

แต่หลังจากการแถลงข่าวผ่านไปไม่นาน ดราม่าใหม่ก็เข้ามาทันทีค่ะ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ที่อ้างว่า พบเศษแก้วอยู่ภายในเจลาโต้ที่ซื้อจากร้าน โดยระบุข้อความว่า ” โพสต์นี้อยากจะมาแชร์อีกมุมที่หลายๆคนน่าจะไม่เคยเจอของร้าน Gelato ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ส่วนตัวเราได้ไปลองทานมาเมื่อเดือนที่แล้ว ถ้าพูดถึงเรื่องรสชาติ เราค่อนข้างชอบ ถึงกับก่อนจะออกจากห้างอยากชิมอีกรสเลยเดินกลับไปซื้ออีกถ้วย ตอนนั้นประมาณ 22.00 น. ห้างกำลังจะปิดแล้ว เหลือรสชาติให้เลือกไม่กี่รส เราเลยเลือกรสที่มีถั่วมาลอง

 

หลังจากซื้อเสร็จ เราก็เดินไปต่อคิวซื้อโดนัทร้านข้าง ๆ ระหว่างนั้นก็กิน Gelato ตามปกติ แต่รู้สึกว่าทำไมถั่วแข็งผิดปกติ เลยพูดออกมาว่า “ทำไมมันแข็งจัง” แล้วก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบาดอยู่ในปาก จนคนที่มาด้วยหันมามองแล้วบอกว่า “เฮ้ย ลิ้นเธอเลือดไหล”

เราจึงคายออกมา และพบว่าเป็นเศษแก้วขนาดประมาณเม็ดถั่ว หลังจากนั้นก็รู้สึกระคายคอมาก เพราะมีบางส่วนที่กลืนลงไปแล้ว ตอนนั้นรีบพยายามเอาเศษแก้วที่ยังอยู่ในปากออกให้ได้มากที่สุด ก่อนจะเดินกลับไปที่ร้าน ทางร้านนำแก้ว Gelato และเศษแก้วกลับไปตรวจสอบ ทำให้เรายังไม่ทันได้ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นทางร้านแนะนำให้เราไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาล โดยแจ้งว่าจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ พร้อมคืนเงินค่า Gelato เป็นเงินสด
หลังจากนั้นเราก็ไปโรงพยาบาล โชคดีที่คุณหมอแจ้งว่าเป็นเพียงแผลเล็ก ๆ ที่ลิ้นและกระพุ้งแก้ม เนื่องจากเราเคี้ยวเศษแก้วจนละเอียด จึงไม่ได้ทิ่มหรือบาดในลำคอ แต่คุณหมอแนะนำให้ฉีดยาบาดทะยัก เพราะไม่สามารถทราบได้ว่าเศษแก้วดังกล่าวสะอาดหรือปนเปื้อนสิ่งสกปรกหรือไม่

หลังจากนั้น เราได้ส่งใบรับรองแพทย์และใบเสร็จค่ารักษาให้ทางร้าน พร้อมสอบถามถึงแนวทางการรับผิดชอบ ซึ่งทางร้านแจ้งว่าจะรับผิดชอบเฉพาะค่าใช้จ่ายส่วนของค่ารักษาพยาบาล

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ถึงเพิ่งออกมาโพสต์ เพราะตอนแรกเราไม่ได้อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นใหญ่ และอยากรอดูว่าทางร้านจะรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร ยอมรับว่าตอนเกิดเหตุ เราผิดหวังมาก ถึงขั้นคิดว่าจะโพสต์ตั้งแต่วันนั้น เพราะในฐานะลูกค้าที่จ่ายในราคาที่ค่อนข้างสูง เราคาดหวังว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ และสิ่งที่ทำให้เราผิดหวังไม่แพ้กัน คือวิธีการรับผิดชอบของทางร้าน

สำหรับเรา การคืนเงินและรับผิดชอบเฉพาะค่ารักษาพยาบาลเป็นสิ่งที่ควรทำอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ขาดไปคือความจริงใจในการสื่อสารและการแสดงความรับผิดชอบ เรารู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ร้ายแรงพอที่เจ้าของร้านหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจควรติดต่อมาขอโทษด้วยตัวเอง อธิบายว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นได้อย่างไร หากทราบสาเหตุแล้ว รวมถึงชี้แจงว่าจะมีมาตรการป้องกันอย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดกับลูกค้าคนอื่นอีก สิ่งเหล่านี้น่าจะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแลและเห็นถึงความรับผิดชอบของร้านมากกว่าการพูดคุยผ่าน Text message เพียงอย่างเดียว

หลายคนบอกให้เราเรียกร้องค่าเสียหาย แต่สำหรับเรา ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าจะต้องเรียกเงินเท่าไร เพราะไม่มีจำนวนเงินไหนที่สามารถประเมินได้ว่าคุ้มกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากวันนั้นไม่ได้เป็นเพียงแผลในปาก แต่เกิดการติดเชื้อหรือบาดเจ็บรุนแรงกว่านี้ ผลกระทบอาจมากกว่านี้มาก เราเองมองว่า ไม่ใช่หน้าที่ของลูกค้าที่ต้องเป็นฝ่ายต่อรองหรือเรียกร้องสิ่งที่ควรได้รับ แต่เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการที่จะพิจารณาและเสนอแนวทางการเยียวยาที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแลอย่างสมเหตุสมผล และเห็นถึงความเสียใจและความรับผิดชอบอย่างแท้จริง

สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกผิดหวังมากขึ้น คือร้านวางตำแหน่งตัวเองว่าเป็นสินค้าพรีเมียม และเคยสื่อสารถึงมาตรฐานและคุณภาพของสินค้าอยู่เสมอ ดังนั้นเราจึงคาดหวังมาตรฐานด้านความปลอดภัยและการดูแลลูกค้าที่สูงกว่านี้เมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้

สุดท้าย จุดประสงค์ของการโพสต์ครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อโจมตีร้านหรือชักชวนให้ใครเลิกอุดหนุน แต่เพียงอยากแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และหวังว่าทางร้านจะนำเหตุการณ์นี้ไปปรับปรุงทั้งกระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และวิธีการรับมือเมื่อเกิดปัญหา เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับลูกค้าคนอื่นอีก”

ขณะที่ทางเพจซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นนี้บอกว่า ‘’5 ปีที่อิตาลี…ลูกค้ากินเจลาโต้ อัลตร้าสมูทร้านดังแล้วเจอเศษแก้วปะปนอยู่ในไอศกรีม จนบาดปากและเผลอกลืนเศษแก้วบางส่วนเข้าไป จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลและฉีดบาดทะยัก จากนั้นทางร้านคืนเงินค่า Gelato พร้อมรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาล และขอโทษผ่านแชต โดยแจ้งว่าจะปรับปรุงมาตรการป้องกัน ทางเจ้าของโพสต์ยอมรับว่า เจลาโต้รสชาติอร่อยแต่ผิดหวังกับการรับมือเพราะมองว่าควรมีผู้บริหารหรือเจ้าของร้านติดต่อมาขอโทษและอธิบายถึงสาเหตุ รวมถึงมาตรการป้องกันด้วยตัวเอง เจ้าของโพสต์ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการโจมตีร้านหรือเรียกค่าเสียหาย เพียงอยากแชร์ประสบการณ์ และหวังให้ร้านยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับลูกค้าคนอื่น’’ พร้อมทั้งยังคอมเมนต์ใต้โพสอีกว่า ‘’มึง 99% ในคอมเมนต์ตามเพจต่างๆ และที่มาจากในกลุ่มผู้บริโภค ตอนนี้คือการซ้ำร้านแบบจมดินเลย นี่หล่ะผลจากการทำตลาดแบบ Bad PR ,Negative mkt พอพลาดมาคนไม่เห็นใจ’’

นอกจากนี้ทางเพจ ผู้บริโภค ก็ได้แชร์โพสต์ของผู้ใช้รายนี้พร้อมระบุข้อความด้วยว่า ‘’อห ที่ไม่ได้แปลว่า โอ้โห ทุกข์ #ผู้บริโภค’’

 

ขณะเดียวกัน ก็มีอินฟลูเอนเซอร์รายหนึ่งออกมาอัดคลิปรีวิวเจลาโต้ของร้านแบบตรงไปตรงมา โดยยอมรับว่ารสชาติกาแฟเข้มข้นและใช้วัตถุดิบดี แต่ตั้งคำถามถึงปริมาณและราคาที่สูง พร้อมบอกว่า แม้จะอร่อยแต่คงไม่กลับไปซื้อซ้ำ เนื่องจากมองว่าถ้วยละประมาณ 600 บาทแพงเกินไปเมื่อเทียบกับค่าครองชีพและรายได้ของคนทั่วไป และแน่นอนว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบเพียงรีวิวจากฝั่งอินฟลูค่ะ เพราะต่อมา กฤษณ์ได้นำคลิปดังกล่าวมาแชร์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมระบุข้อความว่า ” ขณะที่ทุกคนกำลังชื่นชมผมอยู่ คนนี้ก็ด่าผมอีกและ เป็นอะไรมากปะครับน้อง” เรียกได้ว่า แม้กฤษณ์จะเพิ่งออกมาแถลงขอโทษเรื่องวิธีการสื่อสารไปไม่นาน แต่พอเจอรีวิวที่ไม่ถูกใจ เจ้าตัวก็ยังคงตอบกลับด้วยสไตล์ตรง ๆ แบบเดิม จนทำให้ชาวเน็ตจับตาอีกครั้งว่า คำพูดดังกล่าวจะยิ่งเติมเชื้อให้ดราม่ารอบใหม่เดือดขึ้นหรือไม่ เพราะจากเดิมที่เป็นเพียงรีวิวเรื่องรสชาติและราคา ตอนนี้กลับกลายเป็นประเด็นเรื่องการรับมือกับเสียงวิจารณ์ของเจ้าของร้านอีกครั้งค่ะ

และหลังโพสต์ของลูกค้าที่อ้างว่าพบเศษแก้วในเจลาโต้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมากค่ะ โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า ความเนียนระดับUltra Smooth อีกคอมเมนต์บอกว่า เป็นขนาดนี้เจ้าของแบรนด์ควรยกกระเช้ามาขอโทษแล้วด้วยซํ้านะ อันตรายมากๆเศษแก้วเนี่ย เผลอกลืนไปจะทำยังไง ซวยมาไม่บาดคอก่อนจะกลืนเลยเหรอ ขนาดแบรนด์ขึ้นห้าง ขายราคาไม่ได้แพงเว่อร์ขนาดนี้ แค่กินแล้วท้องเสียยังติดต่อเอาแอเรียหรือผู้จัดการสาขาส่งกระเช้ามากล่าวขอโทษเลยถึงบ้านเลย จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ ติดต่อถามอาการแทบทุก 2-3 วัน และยังให้กลับไปทานฟรีๆอีก 1 รอบด้วย ,ถ้าเป็นเคส ตปท ฟ้องกระจายถึงขั้นปิดร้านได้เลยค่ะ อันตรายมาก,สรุปคือ ร้านจ่ายแค่ค่ารักษาพยาบาลแล้วเรื่องจบแค่ตรงนี้หรอคะ มันไม่ควรจบเพียงเท่านั้นมั้ยคะ ร้านควรหาสาเหตุที่เศษแก้วอยู่ในเจลาโต้มั้ยคะ (ส่วนตัวแล้ว เราไม่สนับสนุนร้านแบบนี้แน่นอน มีเงินพร้อมจ่ายค่าเจลาโต้ แต่ไม่อุดหนุนเพราะความมั่นของเจ้าของร้านค่ะ) ,สงสังต้องมีแถลงรอบ2 และอีกคอมเมนต์บอกว่า เจ้าของจะ Take Action ยังไงนะ เห็นออกมาพูดเรื่องคนถ่ายคลิปถ่ายรูปก่อนกินทุกวัน แต่เรื่องนี้เงียบกริบ และมีพนักงานทำแก้วหล่นลงอีก คงจะมีเศษแก้ว อยู่ที่ลูกค้าท่านอื่นอีกแน่ น่ากลัวอ่ะ

เรียกได้ว่า จากดราม่าเรื่องราคา ปริมาณ และวิธีการสื่อสาร ล่าสุดประเด็นได้ขยับมาถึงเรื่องความปลอดภัยของสินค้าและการดูแลลูกค้าโดยตรงแล้วค่ะ แม้ผู้โพสต์จะระบุว่าทางร้านคืนเงินและรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลให้ แต่คำถามที่สังคมยังรอคำตอบคือ เศษแก้วดังกล่าวปะปนเข้าไปในเจลาโต้ได้อย่างไร ทางร้านตรวจสอบพบสาเหตุแล้วหรือยัง และจะมีมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำกับลูกค้ารายอื่นอย่างไร
หลังเรื่องนี้ถูกแชร์ออกไปจนเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ทางด้าน “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” และร้าน PARAMETER จะออกมาชี้แจงถึงข้อกล่าวอ้างดังกล่าวอย่างไร รวมถึงจะมีการติดต่อขอโทษหรือเยียวยาลูกค้าเพิ่มเติมหรือไม่ และดราม่าครั้งใหม่นี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ร้านยืนยันมาตลอดเรื่องมาตรฐานและคุณภาพมากน้อยแค่ไหน ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

 

#กฤษณ์ศรีภูมิเศรษฐ์ #PARAMETER #เจลาโต้ #ดราม่าเจลาโต้ #เศษแก้วในเจลาโต้ #ความปลอดภัยอาหาร #รีวิวเจลาโต้ #อินฟลูเอนเซอร์ #ผู้บริโภค #ร้านอาหาร #ข่าวบันเทิง #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ดราม่าโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.