Tuesday, 28 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

ชาวบ้านผวา! ขยะรีไซเคิล-เศษโฟม ไหลทะลักเข้าหมู่บ้าน หลังฝนถล่มบ่อวิน จี้ตรวจใบอนุญาต–เยียวยาผู้เสียหาย

เกิดเหตุชวนตกใจที่จังหวัดชลบุรี หลังฝนตกหนักทำให้กำแพงด้านหลังหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา พังถล่ม ส่งผลให้เศษโฟมและขยะรีไซเคิลจำนวนมหาศาลจากพื้นที่คัดแยกขยะด้านหลัง ไหลทะลักเข้ามาภายในหมู่บ้าน กระจายเต็มถนนและหน้าบ้านประชาชนหลายครัวเรือน ชาวบ้านกังวลทั้งเรื่องทรัพย์สิน สุขอนามัย และความปลอดภัยระยะยาว ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีลงพื้นที่ สั่งเร่งเก็บกวาด ฟื้นฟูพื้นที่ สำรวจความเสียหาย พร้อมตรวจสอบผู้ประกอบการลานคัดแยกขยะ หากพบผิดกฎหมายให้ดำเนินคดีเด็ดขาด

      กลายเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างหนักค่ะ หลังเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุกำแพงด้านหลังหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 หมู่ 7 ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พังถล่ม หลังมีฝนตกหนักในพื้นที่ เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ซากขยะรีไซเคิลและเศษโฟมจำนวนมาก จากพื้นที่ด้านหลังหมู่บ้าน ไหลทะลักเข้ามาภายในโครงการ กระจายเกลื่อนถนน หน้าบ้าน และพื้นที่สัญจรภายในหมู่บ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายครัวเรือน

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมเข้าดำเนินการเคลียร์เศษโฟม เปิดทางระบายน้ำ และเตรียมสำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน เพื่อบรรเทาผลกระทบเบื้องต้น

ด้านนายอาทิตย์ อินประสิทธิ์ ประธานหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 เปิดเผยว่า พื้นที่ด้านหลังหมู่บ้านเป็นที่ดินเอกชน ซึ่งเจ้าของได้แบ่งพื้นที่ให้เช่าเป็นล็อก โดยมีผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาเช่าระยะยาว เพื่อดำเนินกิจการคัดแยกขยะประเภทตู้เย็นและตู้แช่เก่า ชาวบ้านระบุว่า หลังจากมีการถอดชิ้นส่วนที่มีมูลค่าออกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าแล้ว เศษโฟมจำนวนมากถูกกองทิ้งไว้ในพื้นที่ จนสะสมเป็นปริมาณมหาศาล

กระทั่งเมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำได้พัดพาเศษโฟมและขยะรีไซเคิล ไหลรวมกันเป็นมวลขนาดใหญ่ ก่อนอัดเข้ากับแนวกำแพงด้านหลังหมู่บ้าน จนทำให้กำแพงพังถล่มเป็นแนวยาว และมีน้ำพร้อมเศษโฟมไหลเข้ามาท่วมบ้านเรือนประชาชน เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านกังวลทั้งเรื่องความเสียหายต่อทรัพย์สิน สุขอนามัย สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยในระยะยาว โดยเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประกอบกิจการคัดแยกขยะในพื้นที่ดังกล่าว โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการขออนุญาตประกอบกิจการ มาตรการจัดเก็บของเสีย ระบบระบายน้ำ และการกำจัดวัสดุเหลือทิ้ง ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่นอกจากนี้ ชาวบ้านยังขอให้มีการประเมินความเสียหายอย่างเป็นธรรม พร้อมกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ โดยเฉพาะการควบคุมปริมาณขยะสะสม การทำแนวกั้นที่มั่นคง และการจัดการน้ำฝนในพื้นที่ประกอบกิจการที่อยู่ติดกับชุมชน

ต่อมาเมื่อเวลา 15.30 น. นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุการณ์กำแพงโครงการหมู่บ้านบุญรักษาวิว 2 พังถล่ม หลังเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตลอดคืน จากการลงพื้นที่พบว่า มวลเศษโฟมจากพื้นที่คัดแยกขยะซึ่งตั้งอยู่ติดกับหมู่บ้าน ถูกกระแสน้ำพัดไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนให้กับหลายครัวเรือนผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังเร่งเก็บกวาดเศษโฟม เปิดเส้นทางสัญจรภายในหมู่บ้าน และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลบ่อวิน ร่วมกับเจ้าหน้าที่อำเภอศรีราชา ระดมกำลังและเครื่องจักรเข้าจัดเก็บเศษโฟมอย่างเร่งด่วน

จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีได้เข้าพบและรับฟังปัญหาจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจและประเมินความเสียหายของบ้านเรือนและทรัพย์สิน เพื่อให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ตรวจสอบผู้ประกอบการลานคัดแยกขยะที่อยู่ติดกับหมู่บ้านอย่างละเอียด ทั้งในด้านการดำเนินกิจการ การขออนุญาต และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อชุมชน หากพบว่ามีการดำเนินกิจการโดยฝ่าฝืนกฎหมาย หรือไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง ให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเร่งกำหนดมาตรการป้องกันในระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันซ้ำอีก พร้อมสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม เบื้องต้น เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบพื้นที่ เก็บข้อมูลความเสียหาย และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ขณะเดียวกัน “สนธิ คชวัฒน์” ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการ ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยตั้งคำถามว่า โรงงานรีไซเคิลกลุ่มจีนกับหมู่บ้านบุญรักษาวิลล์ 2 บ่อวิน ชลบุรี สามารถตั้งอยู่ใกล้กันได้อย่างไร โดยพื้นที่ดังกล่าวถูกใช้เป็นจุดเก็บและกองวัสดุรีไซเคิล รวมถึงเศษโฟมจำนวนมากไว้บริเวณริมรั้ว ซึ่งเป็นประเด็นขัดแย้งกับชาวบ้านมาโดยตลอด เพราะเมื่อเกิดฝนตกหนัก ขยะและเศษโฟมได้ไหลไปปิดกั้นทางระบายน้ำ ก่อนเกิดแรงดันจนกำแพงหมู่บ้านพังถล่ม และมวลขยะทะลักเข้าท่วมพื้นที่ภายในหมู่บ้าน ปิดเส้นทางสัญจรของลูกบ้าน

สนธิระบุว่า หมู่บ้านบุญรักษาวิลล์ 2 เปิดให้เข้าอยู่อาศัยราวปี 2564 เป็นโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝดชั้นเดียว บนพื้นที่ประมาณ 40 ไร่ ส่วนพื้นที่ด้านหลังเดิมเป็นที่ดินเอกชน ก่อนมีการปล่อยให้ผู้ประกอบการเช่าพื้นที่ เพื่อดำเนินกิจการคัดแยกขยะประเภทตู้เย็น ตู้แช่เก่า และนำเศษโฟมฉนวนกันความร้อนมากองสะสมไว้จำนวนมาก ที่ผ่านมา ชุมชนมีความกังวลและไม่พอใจกับการกองขยะสะสมจำนวนมากใกล้รั้วหมู่บ้าน เพราะไม่เพียงกระทบทัศนียภาพ แต่ยังอาจสร้างความเสี่ยงด้านมลพิษ สุขอนามัย และปัญหาสุขภาพในระยะยาว

นอกจากนี้ ยังมีข้อร้องเรียนจากประชาชนว่า หน่วยงานราชการปล่อยให้ลานขยะดังกล่าวถมดินและสร้างสิ่งปลูกสร้างสูงกว่าระดับพื้นที่ของหมู่บ้าน เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจึงพัดพากองขยะอัดกระแทกกำแพงจนพังถล่มลงมา สำหรับสาเหตุที่โรงงานรีไซเคิลสามารถตั้งอยู่ใกล้หมู่บ้านได้ สนธิอธิบายว่า ส่วนหนึ่งมาจากการวางผังเมืองและข้อกฎหมายที่อนุญาตให้พื้นที่ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา เป็นเขตอุตสาหกรรมหรือพื้นที่รอยต่อที่สามารถตั้งโรงงานบางประเภทได้ รวมถึงผลจากการขยายตัวของเมืองและความต้องการที่อยู่อาศัยของแรงงานในนิคมอุตสาหกรรม ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยกับพื้นที่ประกอบกิจการตั้งประชิดกันมากขึ้น

อีกประเด็นคือ หากเป็นกิจการคัดแยกขยะหรือรีไซเคิลขนาดเล็ก ใช้เครื่องจักรไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และไม่เข้าข่ายโรงงานขนาดใหญ่ ก็อาจไม่ถูกจัดเป็นโรงงานที่ต้องตั้งห่างไกลชุมชน แม้จะตั้งได้ตามข้อกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติ โรงงานรีไซเคิลที่อยู่ใกล้ชุมชนมักนำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประชาชน

แต่ประเด็นลานคัดแยกขยะที่ชลบุรี ไม่ใช่กรณีเดียวที่ทำให้สังคมตั้งคำถามเรื่อง “ทุนต่างชาติ–โรงงานรีไซเคิล–ชุมชน” เพราะในอีกพื้นที่อย่างจังหวัดปราจีนบุรี ก็มีประเด็นคล้ายกันที่ภาคประชาชนกำลังจับตาอย่างหนักเช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องโรงงานหล่อหลอมขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกตั้งคำถามว่า ได้รับอนุญาตถูกต้องครบถ้วนจริงหรือไม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่เหมาะสมหรือเปล่า และมีความเกี่ยวข้องกับเขตป่าสงวนหรือพื้นที่อนุรักษ์หรือไม่

ขณะที่ทางด้าน นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดปราจีนบุรี ก็ได้ออกมาเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ชี้แจงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโรงงานหล่อหลอมขยะอิเล็กทรอนิกส์ทุนจีนแห่งหนึ่ง โดยขอให้ยืนยัน 2 เรื่องสำคัญ คือ โรงงานในกลุ่มนี้ได้รับใบอนุญาตถูกต้องครบถ้วนจริงหรือไม่ และที่ตั้งโรงงานไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัดใช่หรือไม่

ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ พื้นที่ดังกล่าวเดิมถูกกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียว หรือพื้นที่ชนบทและเกษตรกรรม อีกทั้งยังมีการพูดถึงการเปลี่ยนผังเมืองเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเขตป่าสงวนและพื้นที่อนุรักษ์บางส่วน จึงเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใดโรงงานหลอมกากขยะอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ จึงสามารถเข้ามาตั้งอยู่ใกล้พื้นที่ป่าและพื้นที่เกษตรได้

เรื่องนี้ยังโยงไปถึงกระแสต่อต้านโรงงานจัดการขยะทุนจีนในปราจีนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิและกบินทร์บุรี ที่มีโรงงานคัดแยกขยะ รีไซเคิล โรงหลอมโลหะ และขยะอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้นจำนวนมาก หลังจีนหยุดรับขยะจากต่างประเทศเมื่อปี 2561 ทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนย้ายฐานเข้ามาในไทย

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเรื่องการใช้คนไทยเป็นนอมินีขอใบอนุญาตแทนทุนจีน รวมถึงกรณีโรงงานบางแห่งที่เคยถูกตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์นำเข้าผิดกฎหมาย ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้ว แต่ยังมีรายงานว่าฝ่าฝืนลักลอบดำเนินกิจการต่อ จนหน่วยงานอย่างดีเอสไอต้องเข้ามาขยายผล

ประเด็นป่าสงวนแห่งชาติป่าแควระบมและป่าสียัด ก็ถูกจับตา เพราะเคยมีคดีใหญ่เกี่ยวกับการกว้านซื้อที่ดินและการบุกรุกพื้นที่ป่าเพื่อทำสวนทุเรียน โดยมีข้อสงสัยเรื่องนอมินีและการสวมสิทธิที่ดินมาก่อน ทำให้ภาคประชาชนกังวลว่า รูปแบบเดิมอาจกำลังเกิดซ้ำในฝั่งปราจีนบุรี

โดยประชาชนต้องการคำตอบ จากผู้ว่าราชการจังหวัดว่า โรงงานกลุ่มนี้ถูกต้องตามกฎหมายจริงหรือไม่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมหรือไม่ และหน่วยงานรัฐมีการตรวจสอบเรื่องผังเมือง ใบอนุญาต ผลกระทบสิ่งแวดล้อม และความเชื่อมโยงกับทุนต่างชาติอย่างจริงจังหรือไม่หลังจากนี้คงต้องจับตาว่า จะมีหน่วยงานใดเข้ามาตรวจสอบและดูแลปัญหานี้อย่างจริงจังบ้าง ทั้งในส่วนของจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อุตสาหกรรมจังหวัด หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองและการอนุญาตประกอบกิจการ
และความเสียหายที่เกิดขึ้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงทรัพย์สินได้รับผลกระทบจะได้รับการเยียวยาอย่างไร และจะมีมาตรการป้องกันแบบไหน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก

ขณะเดียวกัน โรงงานหรือลานคัดแยกขยะที่อยู่ติดกับชุมชน ก็จำเป็นต้องถูกตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ได้รับใบอนุญาตถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ดำเนินกิจการตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาตหรือเปล่า มีระบบจัดเก็บของเสีย ระบบระบายน้ำ และมาตรการป้องกันผลกระทบต่อชุมชนเพียงพอหรือไม่

เพราะสุดท้ายแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่ควรถูกมองเป็นเพียง “อุบัติเหตุจากฝนตกหนัก” แต่ควรถูกมองเป็นสัญญาณเตือนเรื่องการจัดการขยะอุตสาหกรรม การวางผังเมือง และการกำกับดูแลกิจการที่ตั้งอยู่ใกล้ชุมชน หากไม่มีการตรวจสอบและแก้ไขอย่างจริงจัง วันนี้อาจเป็นเพียงหมู่บ้านหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ แต่วันหน้าอาจเกิดเหตุซ้ำในพื้นที่อื่นได้อีกค่ะ

#ชลบุรี #บ่อวิน #ศรีราชา #หมู่บ้านบุญรักษาวิว2 #กำแพงพัง #เศษโฟมทะลัก #ลานคัดแยกขยะ #ขยะรีไซเคิล #ฝนตกหนัก #น้ำท่วมหมู่บ้าน #ผู้ว่าชลบุรี #นริศนิรามัยวงศ์ #อบตบ่อวิน #ชาวบ้านเดือดร้อน #ตรวจสอบผู้ประกอบการ #สิ่งแวดล้อม #ข่าวสังคม #ข่าวชลบุรี #ข่าวด่วน #ข่าวไวรัล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.