เดือดไม่หยุด สำหรับมหากาพย์ดราม่า “ฟาริดา-ติณติณ” หลังทั้งคู่เดินทางไปตรวจ DNA แล้ว และต้องรอผลอีกประมาณ 14 วัน หรือคาดว่าออกวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ แต่หลังตรวจเสร็จกลับมีดราม่ารอบใหม่ เมื่อผู้จัดการฝั่งติณติณออกมาให้สัมภาษณ์แรง มองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความรักธรรมดา แต่เป็น “กระบวนการที่มีการวางแผน” พร้อมตั้งข้อสังเกตหลายประเด็นเกี่ยวกับฟาริดา จนเกิดเสียงวิจารณ์ตามมา ขณะเดียวกันฟาริดากลับมาออกรายการโหนกระแส เคลียร์อดีตกับคนใกล้ตัวหลายคน ทั้งบุ้ง เจ้าของโมเดลลิ่ง พลอย อดีตผู้จัดการ และตี๋ ผู้จัดกองถ่าย ก่อนยอมรับกลางรายการว่าเคยโกหกเรื่องท้องในอดีตเพราะเครียดและกลัวสังคมด่า งานนี้หลายเพจดังมองว่า กระแสเริ่มพลิก คนเริ่มหันมาเห็นใจฟาริดามากขึ้น

เดือดไม่หยุดเลยค่ะ สำหรับมหากาพย์ดราม่าฟาริดา หลังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ฟาริดา-ติณติณ ได้เดินทางไปตรวจ DNA ที่คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ และต้องรอผลตรวจอีก14วัน คาดว่าจะออกในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้
หลังจากตรวจเสร็จก็เกิดประเด็นดราม่าเกิดขึ้นอีกระลอก หลังทางด้านผู้จัดการ ก๊อต จักรพันธ์ ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องความรักธรรมดา แต่เป็น “กระบวนการที่มีการวางแผน” อาศัยความใจดีของติณติณเพื่อสร้างกระแสให้ตัวเอง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงหลายประเด็นของฟาริดา ทั้งเรื่องรอยตาเขียวช้ำที่อ้างว่าถูกทำร้าย ซึ่งผู้จัดการมองว่าอาจเป็นการแต่งหน้าเพื่อเรียกความสงสาร รวมถึงการใส่ประเด็นเรื่องยาเสพติดเข้ามา เพื่อทำให้กระแสในไลฟ์จากคนดูหลักสิบพุ่งเป็นหลักแสน
ผู้จัดการยังปกป้อง “ก๊อต จักรพันธ์” ที่ก่อนหน้านี้ใช้คำพูดค่อนข้างแรง โดยบอกว่าเป็นการพูดความจริงเพื่อปกป้องเด็กในค่าย เพราะกฎเหล็กที่สอนศิลปินมาตลอดคือ “ห้ามพูดโกหก” นอกจากนี้ ผู้จัดการยังพูดถึงประเด็นคืนเกิดเหตุ โดยเปรียบเทียบว่า หากฝ่ายหญิงเป็นคนเมาไม่ได้สติแล้วผู้ชายเดินตามเข้าห้อง สังคมคงมองอีกแบบ แต่กรณีนี้ผู้จัดการมองว่า ติณติณเป็นฝ่ายเมาไม่ได้สติ และฝ่ายหญิงเป็นคนเดินตามขึ้นไปเอง พร้อมยืนยันว่ามีพยานหลายคนในเหตุการณ์ พร้อมฝากเตือนฝั่งคู่กรณีว่า ควรหยุดเสพสื่อและไปโฟกัสดูแลเด็กในท้องให้ดี พร้อมขู่ว่าหากยังไม่หยุดแต่งเรื่อง ตนพร้อมลากออกมาแฉทั้งกลุ่ม ก่อนจะทิ้งท้ายเชิงประชดว่า หากแบรนด์ถุงยางสนใจให้ติณติณเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็ให้ติดต่อเข้ามาได้
ขณะเดียวกันทางเพจดังอย่างซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นกับเรื่องนี้ด้วย โดยบอกว่า จากการสัมภาษณ์วันนี้ของผู้จัดการส่วนตัว “ติณติณ” บอกได้คำเดียวว่า คนจะหันมาเห็นใจฟาอีกเยอะ เพราะแต่ละคำที่ ผจก.พ่นออกมาจากปาก คือทั้งด้อยค่า ทั้งดูถูก ทั้งเหยียด ไม่น่าเชื่อว่าค่ายจะเลือกคนแบบนี้มาเป็นผู้จัดการศิลปิน…พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ไปหาฟังกันเองนะ ไม่หัดโทษศิลปินมึงมั่งล่ะ ค ไม่แข็งมันจะแทงได้ไหม ?
เรื่องเบสิคมาก ที่ ผจก.หริอค่ายต้องกำช้บเด็กในสังกัดว่า หลีกเลี่ยงเรื่องฉาวๆ ใครอยาก ย อย่าลืมใส่ถุงยาง
ประเด็นคือ ฟาสร้างเรื่องใส่ร้าย อันนี้เข้าใจ แต่เรื่องถุงนี่ ต่อให้ติณไม่ใช่พ่อเด็ก มึงก็ไม่ควรด่าฟาฝ่ายเดียว เด็กมึงเงี่ยนเอง แล้วไม่ป้องกัน ทำไมไม่มองตรงนี้
ทางด้านสรปุกก็ได้พูดถึงประเด็นนี้ด้วย โดยบอกว่า วันนี้ฟาริดากลับมาพลิกได้คะแนนสงสารเฉย คู่กรณีที่มาแต่ละคนบ้งเกิ๊น มูฟนี้ถือว่าทำถึง คือมาแบบหมอบ ยอมหมด ขอแก้ไข ยัยนี่อยู่เป็น โดยทางเพจซ้อเปา-เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ได้เข้ามาคอมเมนต์โพสต์ดังกล่าวด้วย บอกว่า ตอนเช้า ผจก.ติณบ้ง ในโหน แขกที่มาออก บ้งแล้วบ้งอีก ฟาตีตื้นเรียกคะแนนความสงสารได้เลยวันนี้ ทางด้านสรปุก ก็ได้ตอบกลับว่า จริง ติณมากะตาลุงก็บ้งอีก วันนี้ฟาริดาก้าวขาออกจากเตียงถูกข้าง
นอกจากประเด็น DNA แล้ว ยังมีอดีตคนใกล้ตัวของฟาริดาหลายคนมาเปิดใจพูดคุยและเคลียร์ประเด็นค้างคาผ่านรายการโหนกระแสวันนี้ด้วย
เริ่มจาก “บุ้ง” เจ้าของโมเดลลิ่ง ที่ยืนยันว่าไม่ได้มาเพื่อเหยียบย่ำฟาริดา แต่ต้องการชี้แจงพฤติกรรมช่วงที่เคยทำงานด้วยกัน พร้อมบอกว่ายังเป็นห่วงเด็กในท้องของฟาริดาอยู่
หลังจากบทสัมภาษณ์ถูกเผยแพร่ออกไป ดูเหมือนกระแสในโลกออนไลน์จะเริ่มพลิกไปอีกทาง หลายคนเริ่มให้คะแนนความสงสารกับฝั่งฟาริดามากขึ้น โดยเฉพาะประเด็นที่เธอออกมาพูดทั้งน้ำตา ยืนยันว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์จริง เด็กในท้องแข็งแรง และอยากขอโอกาสกลับไปทำงานเพื่อหาเงินดูแลลูก
ช่วงหนึ่ง หนุ่ม กรรชัยถามฟาริดาว่า เคยบอกใครหรือไม่ว่าเป็นนักแสดงฮอลลีวูด ซึ่งฟาริดาปฏิเสธ บอกว่าเคยเป็นเพียงตัวประกอบในหนังต่างชาติเท่านั้น ขณะที่บุ้งเล่าว่า ฟาริดาเคยพิมพ์แชทโอ้อวดทำนองว่าโปรไฟล์ของตัวเองดีกว่าลูกสาวของตนทั้งโมเดลลิ่ง ซึ่งฟาริดายอมรับว่าเคยพิมพ์จริง แต่เป็นการคุยเล่นกับ “รถเมล์” และไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแคปแชทมาปล่อย พร้อมขอโทษกลางรายการ ต่อมา บุ้งยังพูดถึงประเด็นที่เคยรับรู้ว่าฟาริดาชอบผู้หญิง ฟาริดาจึงชี้แจงทันทีว่า เธอเป็นคนที่ชอบได้ 2 เพศ ก่อนที่หนุ่ม กรรชัยจะรีบเบรกและเตือนบุ้งว่า คำพูดลักษณะนี้อาจทำให้คนมองว่าเป็นการแซะผู้หญิง ซึ่งบุ้งก็ชี้แจงว่าไม่ได้ตั้งใจแซะ และกล่าวขอโทษหากคำพูดทำให้เข้าใจแบบนั้น
อีกคนคือ “พลอย” อดีตผู้จัดการและพี่เลี้ยงนางงาม ซึ่งเคยดูแลฟาริดาตั้งแต่อายุประมาณ 16-17 ปี และเป็นคนพาเข้าสังกัดโมเดลลิ่งของบุ้ง พลอยยืนยันว่าไม่ได้มาเกาะกระแส แต่ต้องการเตือนสติให้ฟาริดาเลิกพูดไปเรื่อย เลิกใส่ร้ายคนอื่น และพูดความจริง ด้านฟาริดาเปิดประเด็นว่า สาเหตุที่หนีออกจากการดูแลของพลอย เป็นเพราะพลอยเคยทำร้ายร่างกายเธอ 2 ครั้ง ทั้งในกองประกวดมิสแกรนด์ยะลา และที่บ้านของพลอยเอง ซึ่งพลอยยอมรับว่าเคยตบจริง พร้อมชี้แจงว่า ครั้งแรกเกิดจากฟาริดาไปพูดจาปั่นป่วนให้นางงามในกองทะเลาะกัน ส่วนครั้งที่สองเกิดจากฟาริดานำเรื่องส่วนตัวในครอบครัวของพลอยไปพูดต่อ จนทำให้พลอยเสียหาย
จากนั้นทั้งคู่ยังมีประเด็นทวงเงินกันกลางรายการ โดยฟาริดาทวงเงิน 6,000 บาท อ้างว่าเป็นค่าน้ำมันและค่าเดินทางไปทำงานที่ประจวบฯ ที่พลอยยืมไปแล้วไม่คืน ขณะที่พลอยโต้กลับเรื่อง “ค่านม” หรือค่าศัลยกรรมหน้าอก โดยอ้างว่าเคยช่วยดีลส่วนลดให้ฟาริดาจาก 75,000 บาท เหลือ 55,000 บาท โดยมีข้อตกลงว่าฟาริดาต้องถ่ายรีวิวให้คลินิก แต่ภายหลังฟาริดาไม่ได้รีวิว ทำให้เกิดค่าส่วนต่างที่ต้องเคลียร์กับคลินิก
หนุ่ม กรรชัยจึงต่อสายตรงหาคลินิกกลางรายการ ซึ่งทางคลินิกยืนยันว่า ฟาริดาจ่ายเงินมาแล้ว 55,000 บาท แต่เพราะไม่ได้รีวิว จึงมีค่าส่วนต่างค้างชำระจริง เป็นยอดหมื่นกว่าบาท ไม่ถึง 20,000 บาท และพลอยก็ยังไม่ได้จ่ายเงินก้อนนี้ให้คลินิก ฟาริดาจึงเสนอว่าจะกลับไปรีวิวให้ฟรีเพื่อจบหนี้ ส่วนเงิน 6,000 บาท พลอยรับปากว่าจะคืน แต่สุดท้ายหนุ่ม กรรชัยขอเป็นคนจ่ายแทน
ท้ายที่สุด พลอยได้ขอโทษที่เคยลงไม้ลงมือกับฟาริดา ส่วนฟาริดาก็ขอโทษที่เคยนำเรื่องครอบครัวของพลอยไปพูดลับหลัง ก่อนทั้งสองฝ่ายจะอโหสิกรรมให้กัน และตกลงต่างคนต่างไปใช้ชีวิต
อีกหนึ่งคนที่มาในรายการคือ “ตี๋” ผู้จัดกองถ่าย หนุ่มปริศนาที่เคยอัดคลิปแฉฟาริดาลงTikTok โดยตี๋ระบุว่า ออกมาเพราะเห็นฟาริดาเคยยืนยันว่าไม่เคยโกหกใครเรื่องท้อง และมาออกรายการเพื่อยืนยันว่า ฟาริดาเคยพูดเรื่องนี้จริง เมื่อตี๋ถามฟาริดาตรง ๆ ว่ายังยืนยันหรือไม่ว่าไม่เคยโกหกใครเรื่องท้อง ฟาริดาถามกลับว่าอีกฝ่ายมีหลักฐานหรือไม่ ก่อนสุดท้ายจะยอมรับว่า เคยพูดว่าท้องจริง แต่ชี้แจงว่าไม่ได้ตั้งใจกุเรื่อง เพียงแต่ตอนนั้นเข้าใจผิด เพราะตรวจครรภ์ขึ้นขีดเดียว แต่ด้วยความตกใจจึงมองเห็นเป็น 2 ขีดจาง ๆ
ฟาริดายังยอมรับด้วยว่า ในโหนกระแสเทปก่อนที่เคยตอบหนุ่ม กรรชัยว่าไม่เคยพูดเรื่องท้องในอดีตนั้น เธอโกหกจริง เพราะเครียดและกลัวคนด่า กลัวว่าสังคมจะเอาอดีตมาโยงกับเรื่องปัจจุบัน และกล่าวหาว่าเรื่องท้องกับติณติณไม่จริง นอกจากนี้ ตี๋ยังพูดถึงเรื่องที่ฟาริดาเคยโพสต์ต่อว่ากองถ่ายของตนว่า Toxic และ 2 มาตรฐาน ซึ่งฟาริดายอมรับว่าเคยโพสต์จริง แต่ลบไปนานแล้ว พร้อมกล่าวขอโทษจากใจ ด้านตี๋บอกว่า หากฟาริดาคิดได้และสำนึกผิดจริง ก็ยินดีรับคำขอโทษ และรับปากว่าจะลบคลิปแฉใน TikTok เพื่อให้เรื่องนี้จบลง ต่างคนต่างไปทำมาหากิน
อย่างไรก็ตาม แม้กระแสในโลกออนไลน์จะเริ่มมีหลายมุม ทั้งฝั่งที่ยังตั้งคำถามกับฟาริดา และฝั่งที่เริ่มเห็นใจเธอมากขึ้น แต่คำตอบสำคัญที่สุดยังคงต้องรอผลตรวจ DNA ที่คาดว่าจะออกในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ ว่าสุดท้ายแล้วเด็กในครรภ์เป็นลูกของติณติณหรือไม่ และหลังจากผลออกมา มหากาพย์นี้จะจบลงจริง ๆ หรือจะมีประเด็นใหม่ตามมาอีก คงต้องติดตามกันต่อค่ะ
#ฟาริดา #ฟารีดา #ติณติณ #ติณติณNewCountry #NewCountry #ก๊อตจักรพันธ์ #ก๊อทจักรพันธ์ #ผู้จัดการติณติณ #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ตรวจDNA #DNA #ผลตรวจDNA #รอผลDNA #ซ้อเปา #เรื่องนี้ต้องใส่ใจ #สรปุก #บุ้งโมเดลลิ่ง #พลอยอดีตผู้จัดการ #ตี๋ผู้จัดกองถ่าย #รถเมล์ #โฟล์คไมค์ทองคำ #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



