ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการ “Shutdown the laundering” กวาดล้างเครือข่าย Forex ผิดกฎหมาย ร่วมกับตำรวจไซเบอร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย บุกตรวจค้นเป้าหมาย 24 จุด ยึดของกลางมูลค่ามหาศาล ทั้งเงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์ 15 คัน ทองคำ 12 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ และอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยดีเอสไอระบุพบเหยื่อประมาณ 500 ราย มีผู้เสียหายบางรายสูญเงินสูงถึง 70 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีการคอนเฟิร์มชื่อดาราอักษรย่อ “ฟ.” คือ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ซึ่งดีเอสไอระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มโบรกเกอร์ที่ชักชวนลงทุน และเตรียมเรียกเข้าชี้แจง ส่วนอีกด้านยังเปิดเส้นทางการเงิน 28 ล้านบาท ที่โยงถึง “นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โดยดีเอสไอย้ำว่ายังไม่ใช่ผู้ต้องหา และต้องรอการชี้แจงตามขั้นตอนกฎหมาย

ดีเอสไอเปิดปฏิบัติการกวาดล้างเครือข่าย Forex ผิดกฎหมายครั้งใหญ่ ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ “Shutdown the laundering” โดยร่วมกับตำรวจไซเบอร์ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และธนาคารแห่งประเทศไทย เข้าตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายดังกล่าวหลายจุด
จากการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยึดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ทั้งเงินสดกว่า 65 ล้านบาท รถยนต์หลายคัน รวมถึงรถหรู ทองคำแท่ง โลหะเงินแท่ง กระเป๋าแบรนด์เนม อาวุธปืน เซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอายัดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกว่า 70 บัญชี
หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตา คือการบุกตรวจค้นบ้านพักของดารานักแสดงชายชื่อดังอักษรย่อ “ฟ.” ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยึดทรัพย์สิน รถหรูซูเปอร์คาร์ และรถจักรยานยนต์หลายรายการ มูลค่าหลายล้านบาท มาเป็นของกลางในคดี หลังพนักงานสอบสวนพบหลักฐานเบื้องต้นว่า ทรัพย์สินบางส่วนอาจมีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex ที่ไม่ได้รับอนุญาต ทันทีที่มีข่าวบุกค้นบ้านดาราอักษรย่อ “ฟ.” โลกออนไลน์ก็พุ่งเป้าไปที่ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” อย่างรวดเร็ว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
ขณะเดียวกัน “ดีเจแมน” ก็มีความเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลส่วนตัว ด้วยการโพสต์คลิปโปรโมตรายการ “โคตรมู” พร้อมข้อความว่า “และแล้ววันนี้ก็มาถึง กฎแห่งกรรม ยุติธรรมเสมอ” รวมถึงแคปชั่นว่า “ผมเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม” ทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์และตั้งข้อสงสัยว่าเจ้าตัวกำลังสื่อถึงประเด็นร้อนในช่วงนี้หรือไม่



ด้านรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์เมื่อวานนี้ ก็ได้มีการพูดถึงข่าวนี้เช่นกัน โดยมีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ทำนองว่า “รู้แต่ทำเป็นไม่รู้หรือเปล่า” ซึ่ง “หนุ่ม กรรชัย” ก็ได้ตอบกลับว่า ตนไม่รู้ว่าเป็นใคร และต้องรอดูข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมาย พร้อมย้ำว่า หากมีการประกาศชื่อออกมา บุคคลนั้นก็ยังมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่าย หนุ่ม กรรชัยยังทิ้งท้ายว่า อยากรู้เช่นกันว่าเกี่ยวข้องอย่างไร ใครไปทำอะไรกับใคร ตนไม่รู้ แต่ถ้าใครทำอะไรกับผม ผมรู้และจำได้
ต่อมา “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ได้ออกมาเคลียร์ผ่านสื่อ โดยยืนยันหนักแน่นว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับธุรกิจ Forex และไม่ได้มีส่วนร่วมกับบริษัททั้ง 25 แห่งที่มีรายชื่อปรากฏในข่าวอย่างแน่นอน ส่วนประเด็นเส้นทางการเงินที่ทำให้ชื่อของตนเข้าไปเกี่ยวโยงนั้น ฟิล์มระบุว่า ได้รับทราบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่แล้ว และตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องนี้อาจเป็นการกลั่นแกล้งกัน
เนื่องจากบริษัทของตนทำธุรกิจเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมและระบบจัดการหลังบ้าน จึงเป็นไปได้ว่าอาจมีบริษัทใดบริษัทหนึ่งในกลุ่มที่ถูกตรวจสอบ เคยมาจ้างบริษัทของตนทำระบบหรือโปรแกรมให้ ฟิล์มยังขอความเห็นใจจากสังคม โดยบอกว่าตนมักถูกพาดพิงกับเรื่องลักษณะนี้ซ้ำ ๆ ทั้งที่ยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับ Forex และหากมีใครนำข้อมูลเท็จไปเผยแพร่จนทำให้เกิดความเสียหาย ตนจะดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง
ล่าสุด ดีเอสไอได้แถลงผลปฏิบัติการ โดยธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันชัดเจนว่า ในประเทศไทยไม่มีผู้ประกอบธุรกิจ Forex รายใดได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดีเอสไอระบุว่า กลโกงของเครือข่ายนี้คือการแอบอ้างเป็นโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาต สร้างภาพลักษณ์หรูหรา โชว์รถสปอร์ต โชว์พอร์ตทำกำไรสูง เพื่อหลอกล่อให้ประชาชนเข้ามาลงทุน
ในช่วงแรก เหยื่อบางรายสามารถถอนเงินได้จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความตายใจ แต่หลังจากนั้นจะถูกดึงเกมด้วยเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น การบังคับขายคอร์ส การเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือเงื่อนไขอื่น ๆ จนสุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้

จากการสืบสวน ดีเอสไอพบว่ามีเหยื่อประมาณ 500 ราย โดยมีผู้เสียหายรายหนึ่งสูญเงินสูงถึง 70 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือน
เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นเป้าหมายรวม 24 จุด ทั้งกลุ่มโบรกเกอร์และกลุ่มเพย์เมนต์รับชำระเงิน โดยยึดของกลางเป็นรถยนต์ 15 คัน เงินสด 65 ล้านบาท ทองคำ 12 กิโลกรัม และโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง
ในส่วนของดาราอักษรย่อ “ฟ.” ล่าสุดอธิบดีดีเอสไอได้แถลงยืนยันชื่อแล้วว่า ดาราคนดังกล่าวคือ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ดีเอสไอระบุว่า ฟิล์มมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ “กลุ่มโบรกเกอร์” ที่ชักชวนให้ประชาชนลงทุน โดยข้อมูลจากการสอบสวนพบว่า ฟิล์มเคยมีบทบาทในการช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมบริษัทโบรกเกอร์ดังกล่าว ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับที่ผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ไว้
แม้ก่อนหน้านี้ฟิล์มจะออกมายืนยันความบริสุทธิ์ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ แต่ดีเอสไอชี้แจงว่า เมื่อพบความเชื่อมโยง เจ้าหน้าที่จึงมีเหตุจำเป็นต้องเข้าไปตรวจสอบ และหลังจากนี้จะมีการออกหมายเรียกให้ฟิล์มเข้ามาชี้แจงข้อมูล เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามขั้นตอนของกฎหมาย
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตาคือกรณีนักการเมืองอักษรย่อ “ภ.” ซึ่งดีเอสไอแถลงยืนยันชื่อว่า คือ “นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ดีเอสไอระบุว่า ความเกี่ยวข้องของนายภาวุธแตกต่างจากกรณีของฟิล์ม โดยไปเชื่อมโยงกับกลุ่มบริษัท “เพย์เมนต์” หรือระบบรับชำระเงินออนไลน์ที่เครือข่าย Forex นำมาใช้เป็นช่องทางบังหน้า
หลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบคือเส้นทางการเงิน โดยพบว่ามีเงินโอนจากบริษัทเพย์เมนต์ดังกล่าว เข้าบัญชีส่วนตัวของนายภาวุธ จำนวน 14 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 28 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอเน้นย้ำว่า ขณะนี้นายภาวุธยังไม่ใช่ผู้กระทำความผิด และยังไม่ใช่ผู้ต้องหา รวมถึงยังไม่ได้มีการฟันธงว่ามีความผิด โดยการโอนเงินดังกล่าวอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายก็ได้ ดีเอสไอจึงพร้อมรับฟังข้อมูลทุกด้าน และเตรียมเรียกให้นายภาวุธเข้ามาให้ข้อมูลและชี้แจงเส้นทางการเงินทั้งหมดหลังจากนี้
ล่าสุดในวันเดียวกัน ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟสบุคส่วนตัว เพื่อชี้แจงกรณีที่ถูก DSI กล่าวถึง โดยยืนยันว่า ก่อนเข้ามาทำงานการเมือง เคยทำธุรกิจหลายด้าน ทั้งการค้าออนไลน์ ระบบชำระเงินออนไลน์ และให้บริการด้านเทคโนโลยี รวมถึงเคยเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายธุรกิจ จึงมีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของธุรกิจออนไลน์
ภาวุธยืนยันว่า ก่อนเข้ามาทำงานการเมืองเต็มตัว ได้ออกจากการเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ทั้งหมดแล้ว จึงไม่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับบริษัทที่ถูกอ้างถึงได้ เพราะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแล้ว
ส่วนกรณีเงิน 28 ล้านบาทที่ DSI กล่าวอ้างว่าเข้าบัญชีธนาคาร ภาวุธชี้แจงว่า เมื่อประมาณ 3 ปีก่อน เคยเปิดบัญชีลงทุนซื้อขายทองคำผ่านระบบ Gold Trading กับ Broker ซึ่งมีการฝากและถอนเงินหลายครั้งตามลักษณะการลงทุนออนไลน์ แต่สุดท้ายขาดทุนและหยุดลงทุนไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ภาวุธระบุว่า ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเงินจำนวนดังกล่าวมาจากช่วงเวลาใดและบัญชีใด พร้อมบอกว่าข้อมูลที่ DSI แถลงอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง หากต้องการตรวจสอบเพิ่มเติม ตนพร้อมส่งข้อมูลทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ความจริง ภาวุธยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการชักชวนหรือหลอกลงทุน สแกมเมอร์ หรือการพนันออนไลน์ใด ๆ และพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส. พร้อมเข้าไปชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและชัดเจนต่อสังคม
คดีนี้ยังต้องติดตามกันต่อว่า หลังจากดีเอสไอออกหมายเรียกบุคคลที่ถูกกล่าวถึงเข้ามาชี้แจงแล้ว ข้อเท็จจริงและเส้นทางการเงินทั้งหมดจะเป็นอย่างไร เพราะในตอนนี้บางรายยังอยู่ในขั้นตอนตรวจสอบ ยังไม่ได้ถูกชี้ชัดว่าเป็นผู้กระทำผิด สิ่งสำคัญคือ ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เสียหายที่สูญเงินจากการลงทุน และบุคคลที่ถูกพาดพิงซึ่งยังมีสิทธิ์ชี้แจงตามกระบวนการกฎหมาย เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตาม
#ดีเอสไอ #DSI #Forex #Forexเถื่อน #ShutdownTheLaundering #ทลายเครือข่ายForex #ฟิล์มรัฐภูมิ #รัฐภูมิโตคงทรัพย์ #ดีเจแมน #กฎแห่งกรรม #หนุ่มกรรชัย #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ #ภาวุธพงษ์วิทยภานุ #พรรคประชาชน #ธนาคารแห่งประเทศไทย #ตำรวจไซเบอร์ #โบรกเกอร์Forex #เส้นทางการเงิน #เงินสด65ล้าน #ทองคำ12กิโล #รถหรู #ข่าวอาชญากรรม #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า


