กลายเป็นดราม่าความสัมพันธ์ที่ถูกพูดถึงอย่างหนัก หลัง “ช่างเสก” วัย 54 ปี เปิดใจถึงความรักที่คบหากันมากว่า 12 ปี ก่อนเริ่มจับพิรุธอดีตภรรยา ตัดสินใจติด GPS ที่รถ และตามไปจนพบว่าอยู่กับลูกน้องหนุ่มที่เจ้าตัวบอกว่าเคยรักและเอ็นดูเหมือนลูก แถมอีกฝ่ายยังเรียกตัวเองว่า “พ่อ” ขณะที่ยังมีปมทองคำ 12 บาทและเงินอีกหลายส่วนที่กำลังเดินหน้าตามกฎหมาย ด้านอดีตภรรยาออกมาโต้ว่าเรื่องไม่ได้เป็นอย่างที่ฝ่ายชายกล่าวอ้าง พร้อมยืนยันว่าทองเป็นของตัวเอง




กลายเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ที่กำลังถูกพูดถึงอย่างหนักค่ะ หลังคุณเสก ชายวัย 54 ปี ซึ่งประกอบอาชีพเป็นช่างรับเหมาทำสเตนเลส ได้เดินทางเข้าร้องขอความช่วยเหลือจาก ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ อดีตเลขาธิการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หลังจับพิรุธคนรักที่อยู่กินกันมานานกว่า 12 ปี ก่อนตัดสินใจติด GPS ตามความเคลื่อนไหว กระทั่งพบความจริงสุดเจ็บปวด โดยคุณเสก เล่าว่า ตลอดระยะเวลาที่อยู่กินกัน เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของฝ่ายหญิง
จนกระทั่งไปพบโทรศัพท์มือถือ และพบข้อความแชตพูดคุยกับชายคนหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตผู้ที่เคยมาสมัครงาน และต่อมาเข้ามาทำงานเป็นลูกจ้างของตน แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจยิ่งกว่า คือจากข้อความแชตที่พบ ทำให้รู้ว่าชายคนดังกล่าวเคยคบหาเป็นแฟนกับฝ่ายหญิงมาก่อน อีกทั้งยังมีหลักฐานการพูดคุยที่เชื่อว่า ฝ่ายหญิงนำเงินไปให้ชายคนดังกล่าวใช้จ่ายอยู่เป็นระยะ ด้วยความสงสัย นายเสกจึงเริ่มติด GPS เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว ก่อนจะพบว่าทั้งสองคนเดินทางไปหาหากันตลอดค่ะ นอกจากนี้ค่ะ ก็ยังพบว่าทองคำของตน น้ำหนักรวม 12 บาท ได้หายไปด้วย จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความช่วยเหลือ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมาย



ขณะที่ต่อมาค่ะ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อหา คุณเตย อดีตภรรยาของคุณเสกบอกว่า คำกล่าวอ้างของคุณเสก ไม่เป็นความจริง ซึ่งในวันเกิดเหตุคุณเสกเดินทางมาที่ห้องพักของตนจริง พร้อมกับโทรเรียกพรรคพวกให้มาด้วย ซึ่งในวันดังกล่าวคุณเสกได้บุกเข้ามาภายในห้องโดยการงัดลูกบิดประตู พร้อมกับมีการขนทรัพย์สินภายในห้อง ซึ่งในตอนนั้นตนออกไปตลาดจึงไม่ทราบเรื่องโดยคุณเตย ยังอ้างว่า ขณะที่ตนกลับมาที่ห้องคุณเสกได้เข้ามาได้กระทำรุนแรงกับเธอด้วย
ส่วนทองคำน้ำหนัก 12 บาท คุณเตยยืนยันว่าเป็นของตน เพราะอีกฝ่ายซื้อให้เพียงแค่แหวนวงเดียว นอกจากนี้คุณเสก ยังมาขอเงินจากแม่ของตน อยู่หลายครั้ง ครั้งละหลักแสนบาท จึงอยากฝากถามคุณเสกว่า ทำไมข้อมูลเหล่านี้ไม่พูดออกมา นอกจากนี้ค่ะ คุณเตยยังบอกอีกว่า ตอนนี้ได้นำข้อมูลทั้งหมดไปแจ้งความกับทางตำรวจแล้ว จึงไม่อยากให้ข้อมูลเพิ่มเติมมากกว่านี้ เนื่องจากกลัวว่าจะกระทบสำนวนคดี ซึ่งได้แจ้งข้อมูลในเรื่องกระทำรุนแรง บุกรุกในยามวิกาล และลักทรัพย์แล้ว
ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่มกรรชัย พี่หมวยอริสรา ก็ได้น้ำประเด็นนี้มาพูดถึงค่ะ โดยพี่หนุ่มก็ได้ถามคุณเสกกลางรายการว่า จะฟ้องไหม คุณเสกก็ตอบว่าฟ้องครับ พี่หนุ่มจึงตอบกลับซัดแรงว่า นี่มันยิ่งกว่ากินบนเรือน ขี้บนหลังคา แสดงว่าเขาสองคนน่าจะแอบชอบกันมานานแล้ว



และในวันเดียวกัน คุณเสก ช่างรับเหมาทำสแตนเลส ก็ได้เดินทางมาเปิดใจในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่มกรรชัย โดยมี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ และ ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ มาร่วมพูดคุยและให้ข้อมูลด้านกฎหมายด้วยค่ะ โดยคุณเสกเล่าว่า ได้คบหากับคุณเตย ซึ่งปัจจุบันอายุ 34 ปี มาเป็นเวลานานกว่า 12 ปี โดยเริ่มแรกพบกันขณะคุณเตยอายุ 22 ปี พี่เสกดูแลและโอนเงินให้รวมหลายล้านบาท พร้อมทั้งเคยซื้อทองคำเก็บสะสมไว้รวมกว่า 300 บาท ซึ่งต่อมาได้ขายไปจนเหลือประมาณ 12 บาท เคยจดทะเบียนสมรสกันในปี 2564 แต่ต่อมาจดทะเบียนหย่ากันในปี 2566 โดยคุณเตยอ้างเหตุผลกับพี่เสกว่าเป็นการหย่าแก้เคล็ด
เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน นายนน ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 16 ปี ได้เข้ามาช่วยงานในร้านหมูกระทะของพี่เสก และนายนนกับคุณเตยก็เคยแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกัน จนกระทั่งนายนนได้ออกไปมีครอบครัวและขาดการติดต่อไป



ต่อมาในเดือนตุลาคม2568 นายนนในวัย 26 ปี ได้กลับมาสมัครทำงานเป็นช่างเชื่อมที่ร้านสแตนเลสของพี่เสก ได้รับค่าจ้างวันละ 400 บาท มักเรียกพี่เสกว่า “พ่อ” พี่เสกก็รักและเอ็นดูเหมือนลูก หลังจากช่วงปีใหม่ พฤติกรรมของคุณเตยเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ยอมให้พี่เสกแตะเนื้อต้องตัวหรือแสดงความรักต่อหน้านายนน รวมถึงเริ่มขอขับรถกลับบ้านโดยอ้างว่าต้องไปดูแลพ่อแม่ที่ จ. กาญจนบุรี พี่เสกเริ่มสงสัยเนื่องจากสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงตัดสินใจนำอุปกรณ์ GPS ไปติดไว้ที่รถเก๋งที่คุณเตยนำไปใช้ พบว่ารถยนต์วิ่งไปห่างจากที่พักเพียงประมาณ 7-9 กิโลเมตรเท่านั้น ไม่ได้เดินทางไปยัง จ. กาญจนบุรี ตามที่กล่าวอ้าง
และในคืนเกิดเหตุ วันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 22.00-23.00 น. พี่เสกได้ขับรถติดตามสัญญาณ GPS ไปยังจุดหมาย เมื่อไปถึงพิกัด พบรถเก๋งของคุณเตยจอดอยู่คู่กับ จยย. ของนายนน ซึ่งเป็น จยย. ที่เอาเงินของพี่เสกไปซื้อ บริเวณหน้าบ้านเช่าห้องแถวแห่งหนึ่ง พี่เสกจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป ก็พบทั้งคู่อยู่ด้วยกันภายในห้อง หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ในวันรุ่งขึ้นพี่เสกพร้อมญาติได้เดินทางไปแจ้งความร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย คุณเสกยังบอกอีกว่า นายนนเรียกตนว่าพ่อ ส่วนกับเมียตนก็รักและเปย์ทุกอย่าง ไปศัลยกรรมทำหน้า 7 ครั้ง ทำหน้าทำจมูก ล่าสุดก็ปักปากกาอีกเป็นแสน แถมยังไปทำรีแพร์ทำสีชมพู แต่ตนไม่เคยเห็นไม่เคยใช้งานเลย
ขณะที่ทางด้าน ดร.ธนกฤต ก็บอกว่า จุดเริ่มต้นที่คุณเสกเข้ามาขอความช่วยเหลือ เพราะก่อนหน้านี้มีการเข้าแจ้งความไปแล้วประมาณ 2 เดือน แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า และเมื่อติดต่อสอบถามก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จึงเข้ามาขอให้ช่วยประสานติดตาม โดยก็ได้มีประสานไปยังตำรวจและผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ กระทั่งมีการติดต่อกลับมา และนัดหมายให้คุณเสกเข้าไปให้ปากคำเพิ่มเติมแล้ว อย่างไรก็ตาม ดร.ธนกฤตยังย้ำว่า การเข้าไปช่วยเหลือไม่ได้เป็นการใช้อำนาจหรือกดดันเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเพียงการช่วยติดตามว่า คดีที่แจ้งเอาไว้เดินหน้าไปถึงขั้นตอนไหนแล้วเท่านั้นค่ะ



โดยทางด้านทนายตุ๋ย ก็ได้อธิบายถึงข้อกฎหมายเอาไว้ว่า เรื่องทองคำจะต้องดูรายละเอียดข้อเท็จจริงก่อนว่า ทรัพย์ดังกล่าวอยู่กับอีกฝ่ายในลักษณะใด หากเป็นทรัพย์ที่เจ้าของฝากให้เก็บแล้วภายหลังนำไปเป็นของตัวเอง ก็อาจต้องพิจารณาเรื่องความผิดเกี่ยวกับการยักยอก แต่ถ้าเป็นการนำทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็อาจเป็นอีกฐานความผิดหนึ่ง ซึ่งสุดท้ายต้องให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐาน และให้ศาลเป็นผู้พิจารณาตามข้อเท็จจริงค่ะ
ขณะที่เรื่องเงินในบัญชี ทนายตุ๋ยก็ยังได้อธิบายว่า หากคุณเสกสามารถพิสูจน์ได้ว่า เงินดังกล่าวเป็นเงินของกิจการหรือเป็นเงินของตนที่ฝากให้อีกฝ่ายดูแล แต่ภายหลังถูกนำไปใช้ในเรื่องส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ก็สามารถนำหลักฐานรายการโอนและเส้นทางการเงินไปให้ตำรวจตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน ส่วนสถานะที่ทั้งคู่เคยจดทะเบียนสมรสและหย่ากันแล้วนั้น สถานะความสัมพันธ์อาจมีผลต่อการพิจารณาข้อยกเว้นทางกฎหมายในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางประเภท แต่เนื่องจากทั้งคู่จดทะเบียนหย่ากันไปก่อนเกิดเหตุ จึงต้องพิจารณาตามสถานะและข้อเท็จจริงในช่วงเวลาที่เกิดเหตุอีกครั้งค่ะ


อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ยังมีรายละเอียดจากทั้งสองฝ่ายที่พูดไม่ตรงกันอยู่หลายจุดค่ะ ทั้งเรื่องสถานะความสัมพันธ์ ทองคำ 12 บาท รวมถึงเหตุการณ์ในคืนที่คุณเสกตาม GPS ไปเจอ ซึ่งตอนนี้ต่างฝ่ายก็ต่างนำหลักฐานของตัวเองเข้าแจ้งความไว้แล้ว หลังจากนี้จึงต้องรอดูว่าพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบข้อเท็จจริงออกมาอย่างไร และสุดท้ายทรัพย์สินจะเป็นของใคร ขณะที่คุณเสกเองก็ยืนยันชัดว่า ไม่ขอกลับไปสานสัมพันธ์แล้ว ขอเพียงให้เรื่องคดีเดินหน้า และได้ทองกลับคืนมาเท่านั้นค่ะ



#โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ช่างเสก #GPS #ดรธนกฤต #ทนายตุ๋ย #ทอง12บาท #ดราม่าความรัก #ข่าวสังคม #ข่าวโซเชียล #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า


