Sunday, 13 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘ทราย สก๊อต’ เข้าพบ ‘อาจารย์ปานเทพ’ ปรึกษาข้อกฎหมาย ลั่น หัวใจสิงห์เป็นแค่คำโฆษณา

“ทราย สก๊อต” เดินทางเข้าพบ “อ.ปานเทพ” ที่บ้านพระอาทิตย์ เพื่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือด้านกฎหมาย ท่ามกลางแฟนคลับและสื่อมวลชนที่มารอให้กำลังใจ เจ้าตัวเปิดใจเสียใจและผิดหวังหลังแถลงการณ์จากตระกูลและบริษัทบุญรอดฯ มองว่าประเด็นนี้ไม่ควรถูกตีกรอบเป็นเพียง “ความรุนแรงในครอบครัว” พร้อมประกาศเดินหน้าสู้ต่อเพื่อความยุติธรรม ขณะที่มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินยืนยันพร้อมสนับสนุนทุกวิถีทางยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับกรณีของ “ทราย สก๊อต” หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวออกมาเปิดเผยเรื่องราวภายในครอบครัว พร้อมกล่าวอ้างถึงบาดแผลในอดีต และข้อพิพาทที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวและตระกูล

ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ “ทราย สก๊อต” ได้เดินทางมายังบ้านพระอาทิตย์ เพื่อเข้าพบ “อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” ในนามมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน หลังมีการติดต่อขอคำปรึกษาและความช่วยเหลือด้านกฎหมาย  จากกรณีที่ทรายออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม โดยระบุว่าตนเองถูกพี่ชายกระทำในวัยเด็ก และถูกคุณแม่ฟ้องร้องเรื่องที่ดิน บรรยากาศที่บ้านพระอาทิตย์เป็นไปอย่างอบอุ่น มีแฟนคลับและประชาชนจำนวนหนึ่งเดินทางมารอให้กำลังใจ ทันทีที่ทรายเดินทางมาถึง เจ้าตัวได้ทักทายแฟน ๆ ก่อนเข้าพบ อ.ปานเทพ ซึ่งยืนรอต้อนรับอยู่ด้านหน้ามูลนิธิ โดย อ.ปานเทพ ได้กล่าวให้กำลังใจทรายว่า อยากให้ทรายรู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป เพราะยังมีสื่อ ประชาชน และคนจำนวนมากที่คอยส่งกำลังใจอยู่ พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของทราย ที่ลุกขึ้นมายืนหยัดเพื่อคนอื่น ๆ ที่อาจเคยเผชิญเหตุการณ์คล้ายกัน

จากนั้น ทรายได้เปิดใจกับสื่อมวลชนว่า หลังจากวันที่บริษัทบุญรอดฯ ออกแถลงการณ์ เจ้าตัวรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะมองว่าตระกูลภิรมย์ภักดีเติบโตและยืนอยู่ได้จากแรงสนับสนุนของสังคม แต่การออกมารับมือกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ กลับทำให้ตนรู้สึกว่า บริษัทและตระกูลไม่ได้แสดงจุดยืนในฐานะผู้นำด้านจริยธรรมทางสังคม หรือแสดงความยุติธรรมต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างที่ควรจะเป็น

ทรายยังบอกว่า สิ่งที่ตนติดใจมากที่สุดในแถลงการณ์ คือการใช้คำว่า “ความรุนแรงในครอบครัว” เพราะในมุมของทราย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ปัญหาภายในครอบครัว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ “ความรุนแรงในตระกูล” มากกว่า
เจ้าตัวอธิบายว่า ในวันที่ตนทุกข์ที่สุด ตนยังนึกถึงตระกูลเสมอ และที่ผ่านมาต้องเหมือน “เหยียบบนแผลของตัวเอง” เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตระกูลและองค์กรมาโดยตลอด แต่เมื่อถึงวันที่เรื่องราวถูกเปิดเผย กลับรู้สึกเหมือนถูกหันหลังให้ และถูกทำให้กลายเป็นเพียงเรื่องภายในบ้าน

ช่วงหนึ่ง ทรายยังกล่าวว่า อยากขอโทษสังคมแทนตระกูลของตนเอง เพราะมองว่าวิธีการรับมือกับเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นการส่งกำลังใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ หรือคนอื่น ๆ ในสังคมที่อาจเคยเผชิญเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน
ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยประโยคที่สะเทือนใจว่า “ทรายอยากขอบคุณตระกูลภิรมย์ภักดีและตระกูลสิงห์ ที่ทำให้ทรายเห็นว่า คำว่าหัวใจสิงห์เป็นแค่คำโฆษณาอย่างเดียว”

ขณะเดียวกัน อ.ปานเทพ ได้เปิดเผยว่า การพบกันครั้งนี้ ทางมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดินได้เตรียมความช่วยเหลือไว้หลายส่วน ทั้งการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การแนะนำเรื่องการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐาน รวมถึงคำแนะนำในเชิงสังคม

อ.ปานเทพระบุว่า มูลนิธิไม่ได้มองทรายในฐานะเพียงบุคคลหนึ่งที่ถูกกระทำในครอบครัว แต่เห็นว่า หากเป็นกรณีการกระทำต่อเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี และคดียังไม่หมดอายุความ ตามกฎหมายอาจถือเป็นคดีอาญาแผ่นดิน  ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาส่วนตัวภายในบ้าน

อ.ปานเทพยังชื่นชมความกล้าหาญของทราย ที่ตัดสินใจลุกขึ้นมาพูดความจริง โดยมองว่าทรายไม่ได้ต่อสู้เพื่อตัวเองเพียงคนเดียว แต่กำลังเป็นตัวอย่างและความหวังให้กับคนอีกจำนวนมาก ที่อาจเคยถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมและยังไม่กล้าออกมาพูด ทางมูลนิธิยืนยันว่า พร้อมสนับสนุนและช่วยเหลือทรายในทุกวิถีทาง พร้อมให้กำลังใจและโอบกอดทรายด้วยความอบอุ่น เพื่อให้เจ้าตัวมีความหวังในการเดินหน้าต่อ และเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมหันมาช่วยกันปกป้องเด็ก เยาวชน และผู้ที่ไม่ควรถูกกระทำในลักษณะเช่นนี้

นอกจากนี้ อ.ปานเทพยังได้ขอเป็นตัวแทนประชาชนจำนวนมาก ที่ฝากกำลังใจมาให้ทราย ก่อนจะสวมกอดทรายกลางวงสื่อ ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง

ด้านทรายเองยอมรับว่า รู้สึกตื้นตันจนแทบไม่มีคำบรรยาย และพยายามไม่พูดมาก เพราะกลัวว่าจะร้องไห้ พร้อมบอกว่า เด็กทุกคนย่อมหวังให้ครอบครัวและตระกูลเป็นที่พึ่ง รวมถึงเป็นพื้นที่ในการเรียกร้องความยุติธรรม
แต่จากสิ่งที่เกิดขึ้น ทรายบอกว่า ตั้งแต่วันที่มีแถลงการณ์ออกมา จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครในตระกูลติดต่อมาหาเลย ขณะที่ตนเองยังคงถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ส่วนพี่ชายซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหา ก็ยังสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ ซึ่งทำให้ทรายรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก

เมื่อถูกถามถึงการเดินหน้าต่อจากนี้ ทรายยืนยันชัดเจนว่า พร้อมสู้ต่อแน่นอน เพราะสำหรับตน ความยุติธรรมไม่ได้ขึ้นอยู่กับธุรกิจหรือตระกูลใด แต่ขึ้นอยู่กับหัวใจและความถูกต้อง หลังจากการให้สัมภาษณ์เบื้องต้น อ.ปานเทพได้ขอเวลาเข้าไปพูดคุยกับทรายเป็นการภายใน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไป และระบุว่าหลังจากหารือกันแล้ว จะให้ทรายเป็นผู้ตัดสินใจเองว่า จะออกมาแถลงหรือเปิดเผยประเด็นใดเพิ่มเติมต่อสื่อหรือไม่

สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อค่ะ ว่าหลังจาก “ทราย สก๊อต” เข้าพบมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน และได้รับการสนับสนุนด้านกฎหมายรวมถึงการตรวจพิสูจน์หลักฐาน เส้นทางการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมของทรายจะเดินต่อไปในทิศทางไหน และฝั่งที่เกี่ยวข้องจะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมหรือไม่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ

#ทรายสมุทร #ทรายสก๊อต #สิรณัฐสก๊อต #บ้านพระอาทิตย์ #อาจารย์ปานเทพ #ปานเทพพัวพงษ์พันธ์ #มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน #บุญรอดบริวเวอรี่ #ตระกูลภิรมย์ภักดี #หัวใจสิงห์ #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ความยุติธรรม #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.