มหากาพย์ครอบครัว “ทราย สมุทร” ยังไม่จบ หลังศาลแพ่งพระโขนงนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทรอบที่ 2 ในคดีที่มารดาเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง “ทราย สมุทร” ในข้อหาเพิกถอนการให้เพราะเหตุเนรคุณ หรือที่สังคมเรียกกันว่า “คดีลูกเนรคุณ” แต่สุดท้ายการเจรจายังไม่สำเร็จ ศาลให้ทั้งสองฝ่ายไปไกล่เกลี่ยกันเองนอกรอบ ก่อนกลับมาแถลงอีกครั้งวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ขณะที่ทรายเปิดใจแรงว่า วันนี้ไม่ได้เจอหน้าแม่ และ “ไม่มีความเป็นแม่เป็นลูกเหลืออยู่แล้ว” พร้อมเผยชีวิตพังจากเรื่องนี้ งานอนุรักษ์ก็ไม่ได้ทำ เพราะจมอยู่กับความทุกข์มานาน
มหากาพย์ครอบครัวของ “ทราย สมุทร” ยังไม่จบง่าย ๆ ค่ะ หลังจากเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ ศาลแพ่งพระโขนงได้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทรอบแรก “ปมคดีลูกเนรคุณ” แต่สุดท้ายยังไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกันได้
ล่าสุดวันนี้ 16 มิถุนายน 2569 ศาลแพ่งพระโขนงได้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทรอบที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ พ.101/2569 ระหว่างมารดาในฐานะโจทก์ ยื่นฟ้อง “ทราย สมุทร” นักอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลชื่อดัง ในฐานะจำเลย ในข้อหาเพิกถอนการให้เพราะเหตุเนรคุณ หรือที่สังคมเรียกกันว่า “คดีลูกเนรคุณ”
คดีนี้เป็นข้อพิพาทภายในครอบครัวเกี่ยวกับทรัพย์สินและสมบัติที่คุณตาเคยยกให้กับทราย สมุทร โดยวันนี้ ทราย สมุทร เดินทางมาศาลพร้อมด้วยอาจารย์ปานเทพ และทีมทนายความ ก่อนจะออกมาเปิดใจถึงทิศทางคดี ความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงท่าทีล่าสุดของคนในตระกูลภิรมย์ภักดี
อาจารย์ปานเทพและทีมทนายความ เปิดเผยภาพรวมหลังการขึ้นศาลว่า ในส่วนของ “ชายปริศนา” ที่ก่อนหน้านี้ถูกพูดถึงว่าแอบอ้างเป็นทนายฝั่งคุณแม่ และออกมาให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับข้อมูลการไกล่เกลี่ยนัดแรกนั้น ล่าสุดบุคคลดังกล่าวได้มาขอโทษคุณแม่และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว โดยศาลได้ว่ากล่าวตักเตือนอย่างเป็นทางการ และมีข้อกำหนดห้ามไม่ให้บุคคลดังกล่าวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดีนี้อีก
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการไกล่เกลี่ย ทราย สมุทร เปิดเผยความรู้สึกว่า วันนี้ไม่ได้เจอหน้าคุณแม่ เนื่องจากศาลให้แยกห้องไกล่เกลี่ยคนละรอบ โดยทรายบอกว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับการไม่ได้เจอในครั้งนี้ พร้อมระบุว่า “ไม่มีความเป็นแม่เป็นลูกเหลืออยู่แล้ว ชีวิตทรายพังไปกับเรื่องนี้ งานด้านอนุรักษ์ก็ไม่ได้ทำ เพราะทุกข์อยู่กับเรื่องนี้”
ส่วนประเด็นเรื่อง “สัญญาปิดปาก” ที่ทราย สมุทร เคยฉีกไปก่อนหน้านี้ และมีนักกฎหมายบางส่วนตั้งข้อสังเกตว่า หากรู้สึกไม่เป็นธรรมตั้งแต่แรก เงินที่รับมาในสัญญาส่วนนั้นควรถูกคืนหรือไม่ ทางด้านอาจารย์คมสัน ได้ชี้แจงว่า เงินที่ระบุอยู่ในสัญญานั้น แท้จริงแล้วเป็นสิทธิประโยชน์และสิ่งที่ทรายควรได้รับตามที่คุณตาคุณยายให้ไว้ตามกฎหมายตั้งแต่แรก เพียงแต่ถูกนำมาใส่รวมไว้ในสัญญาดังกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้คุณแม่มาไกล่เกลี่ยด้วยรู้สึกอย่างไรบ้าง ทรายกล่าวว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ส่วนความเป็นแม่เป็นลูกวินาทีนี้ ทรายตอบว่าไม่มี “ตนมีแม่แค่แม่บุญธรรมเท่านั้น ส่วนนางจีรานุชเป็นแม่แค่เชิงดีเอ็นเอ”
นอกจากนี้ ทราย สมุทร ยังเปิดเผยถึงการพูดคุยกับนายภูริต ภิรมย์ภักดี หรือ “เต้” เมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งมีนายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม กรรชัย” ร่วมวงสนทนาด้วย โดยระหว่างการพูดคุย มีการเสนอแนวคิดว่าควรมีการประชุมภายในตระกูล และควรคำนึงถึงอนาคตของทุกฝ่ายเป็นสำคัญ ทรายระบุว่า หลังจากการพูดคุยดังกล่าว ตนได้รับข้อความจากผู้บริหารระดับสูงของบริษัทสิงห์ มีเนื้อหาให้พูดคุยกับเต้อย่างเปิดเผย และขอให้งดโพสต์ข้อความลงโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม ทรายมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ
ทรายกล่าวว่า หากมีการแก้ไขกันตั้งแต่แรก เรื่องคงไม่มาถึงจุดนี้ และย้ำว่าชีวิตของตนเสียหายไปมากจากเรื่องนี้ พร้อมบอกว่าตนมีความทุกข์กับเรื่องนี้จริง ๆ ทรายยังยอมรับว่า หลังจากได้รับข้อความดังกล่าว ก็ยังไม่มีการนัดหมายหรือแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม จึงรู้สึกผิดหวัง เพราะยังไม่เห็นความชัดเจนที่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาได้ พร้อมย้ำว่าตนพร้อมเปิดใจพูดคุยกับทุกฝ่ายเสมอ แต่ต้องมีทีมงานและทีมกฎหมายร่วมอยู่ด้วย เนื่องจากเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและความรู้สึกของตนมาเป็นเวลานาน
และยังพูดถึงบาดแผลในใจว่า ตนไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่แต่งงานเข้าไปในตระกูล แต่เป็นเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวนี้ บาดแผลจึงลึกมาก และเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของตนด้วย สำหรับการได้พูดคุยกับนายภูริต ทรายมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี และอาจเป็นทางออกหนึ่งของปัญหา แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับสมาชิกในครอบครัวว่าจะเปิดใจรับฟังข้อเท็จจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมา หลายคนอาจได้รับข้อมูลเพียงด้านเดียวจากฝั่งมารดา เนื่องจากตนไม่ค่อยได้เข้าร่วมกิจกรรมหรือพบปะญาติพี่น้องในครอบครัว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของ “ต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี” ทรายเปิดเผยว่า ตนไม่เข้าใจว่าทำไมต๊อดถึงยังตั้งคำถามว่าฝ่ายไหนเป็นฝ่ายถูก เพราะเรื่องนี้คนในสังคมน่าจะรับรู้ข้อมูลในระดับเดียวกันแล้ว และทรายมองว่าเป็นการดูถูกเรื่องนี้อย่างมาก
ทรายยังระบุด้วยว่า ต๊อดอาจไม่รู้รายละเอียดในบางประเด็นที่ตนกล่าวอ้างเกี่ยวกับพี่ชาย แต่รู้ว่าตนต้องกลายเป็นคนไร้บ้านและถูกกระทำ โดยที่ผ่านมาตนเคยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือและคำปรึกษาไปแล้ว แต่กลับเงียบหาย ดังนั้นหลังจากนี้ ตนจะไม่เชื่อสัญญาณที่จินตนาการไปเองอีกต่อไป แต่ต้องการเห็น “การกระทำ” ที่เป็นรูปธรรมมากกว่า
นอกจากนี้ ทราย สมุทร บอกว่า ตนมี “เทปบันทึกเสียง” ในอดีต ซึ่งเป็นเหตุการณ์ตอนที่ตนเคยเข้าไปนั่งในห้องประชุมร่วมกับกลุ่มผู้บริหารระดับสูงของตระกูล ในวันที่พวกเขากำลังร่วมกันตัดสินว่า “ชีวิตและความลับของทรายมีค่าเท่าไหร่”
ทรายย้ำว่า หากหลังจากนี้ต้องมีการประชุมกับคนในตระกูลอีกครั้ง อยากให้พูดคุยกันด้วยหลักมนุษยธรรม และการเยียวยาที่ไม่มีเงื่อนไข ไม่ใช่มาตีมูลค่าความเป็นคน สำหรับเป้าหมายหลังจากนี้ ทราย สมุทร ยืนยันว่า ต้องการเห็นเรื่องนี้จบลงโดยเร็วที่สุด เพื่อนำความจริงมาตั้งเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับเหยื่อและเด็กอีกหลายคนที่อาจกำลังเผชิญชะตากรรมแบบเดียวกัน ให้กล้าลุกขึ้นมาสู้เพื่อความถูกต้อง และเมื่อเรื่องราวทั้งหมดสิ้นสุดลง ทรายยืนยันว่าจะขอถอนตัวจากดราม่าเหล่านี้ เพื่อกลับไปอุทิศตนทำงานขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมในฐานะ “นักอนุรักษ์” ซึ่งเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาต่อไป
ขณะเดียวกัน ศาลแพ่งพระโขนงยังได้ออกหนังสือชี้แจงเกี่ยวกับคำร้องที่จำเลยขอให้ศาลไต่สวนกรณีกล่าวหาว่า “นาย ท.” ละเมิดอำนาจศาล โดยศาลไต่สวนแล้วเห็นว่า การกระทำของนาย ท. ตามที่ถูกกล่าวหา เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล จึงได้ว่ากล่าวตักเตือนนาย ท. และออกข้อกำหนดห้ามไม่ให้นาย ท. เข้าร่วมรับฟัง หรือเกี่ยวข้องกับการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีนี้
นอกจากนี้ ยังห้ามมิให้นาย ท. กระทำการใดอันเป็นการโฆษณา เผยแพร่ข้อความ หรือออกสื่อใด ๆ รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีนี้ทุกกรณี และห้ามนำเอกสารใดในสำนวนคดีไปคัดถ่ายหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งนาย ท. ได้รับทราบข้อกำหนดดังกล่าวแล้ว
ขณะที่ผลการไกล่เกลี่ยในวันนี้ แม้ทางทราย สมุทร จะให้ความร่วมมือกับศาลมาโดยตลอด และใช้เวลาร่วมเจรจาทั้งช่วงเช้าและช่วงบ่าย แต่ท้ายที่สุดการเจรจาก็ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ศาลจึงให้ทั้งสองฝ่ายไปดำเนินการไกล่เกลี่ยกันเองนอกรอบ และให้กลับมาแถลงต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นวันนัดพิจารณาคดีครั้งที่ 1
ขณะที่ทางด้านอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุคส่วนตัว โดยบอกว่า คดีทราย สมุทร ยังไม่สามารถเจรจากันได้ ศาลให้ตัวแทนเจรจากัน และให้มาแถลงศาล 8 ก.ค. 9 โมงเช้า หากตกลงไม่ได้เริ่มพิจารณาคดี
หลังจากนี้ต้องติดตามต่อว่า การไกล่เกลี่ยนอกรอบระหว่างสองฝ่ายจะมีทิศทางอย่างไร เพราะจนถึงตอนนี้มีการดำเนินกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ โดยคู่ความทั้งสองฝ่ายมีความประสงค์ขอนัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. ซึ่งตรงกับวันสืบพยานโจทก์ตามที่ศาลนัดไว้แล้ว สุดท้ายแล้ว คดีครอบครัวที่สังคมจับตานี้จะจบลงด้วยการเจรจา หรือจะต้องเดินหน้าสืบพยานในชั้นศาลต่อไป คงต้องรอติดตามความคืบหน้าในนัดวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ค่ะ
#ทรายสมุทร #ทรายสก๊อต #คดีลูกเนรคุณ #ศาลแพ่งพระโขนง #ไกล่เกลี่ยรอบ2 #คดีครอบครัว #ข้อพิพาทมรดก #ปานเทพ #อาจารย์ปานเทพ #ทีมทนายทราย #ตระกูลภิรมย์ภักดี #ต๊อดปิติ #เต้ภูริต #หนุ่มกรรชัย #สัญญาปิดปาก #ละเมิดอำนาจศาล #นายท #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #คดีดัง #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



