ดราม่านักศึกษาหญิงคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยดัง เดือดอีกระลอก หลังฝั่งคู่กรณีออกมากางไทม์ไลน์ ชี้จุดแตกหักเริ่มจากข้อตกลงเก็บเงินจัดงานเลี้ยงบัณฑิต พร้อมปฏิเสธว่าไม่ได้ล้อเลียนอุบัติเหตุของคุณพ่อ ไม่ได้กีดกันเรื่องเรียน และลบออกจากกลุ่มเพราะไม่ร่วมรับผิดชอบเรื่องเงิน ขณะที่ “น้อง ม.” งัดคลิปเสียงและแชทฉบับเต็มออกมาโต้กลับ ยืนยันถูกกดดันให้จ่ายเงินก้อน 2,500 บาท พร้อมกล่าวหาว่าอีกฝ่ายใช้แชทที่ไม่ตรงกับเหตุการณ์จริงมาชี้แจง

ขณะที่ล่าสุด ฝั่งคู่กรณีก็ได้ออกมากางไทม์ไลน์ชี้แจงอย่างละเอียด โดยจุดแตกหักมาจากเรื่อง “เงินกองกลางจัดงานเลี้ยงบัณฑิต” โดยฝั่งคู่กรณีระบุว่า เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นักศึกษาในรุ่นได้ประชุมและตกลงร่วมกันว่าจะเก็บเงินคนละ 100 บาทต่อเดือน หากจ่ายช้าจะมีค่าปรับวันละ 10 บาท โดยเงินก้อนดังกล่าวจะนำไปใช้จัดงานเลี้ยงให้กับเพื่อนที่สำเร็จการศึกษา และทุกคนในรุ่นต้องร่วมจ่ายตามข้อตกลง หากใครจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้เข้าร่วมงาน ก็จะถือว่าเป็นการช่วยสมทบเลี้ยงเพื่อน และหากจัดงานเสร็จแล้วยังมีเงินเหลือ ก็จะคืนเงินให้สมาชิกทั้งหมด
ต่อมาวันที่ 10 มีนาคม 2569 น้อง ม. แจ้งว่าขอหยุดจ่ายไว้ที่ยอด 1,000 บาท และจะไม่จ่ายเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่า ตนเองไม่ได้เรียนจบพร้อมเพื่อนในเทอมนี้ และไม่ต้องการเข้าร่วมกิจกรรมแล้ว แต่ฝั่งคู่กรณีมองว่า การตัดสินใจดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่ทุกคนรับทราบร่วมกันตั้งแต่แรก เพราะไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า เมื่อถึงวันงานจริงแล้ว ใครจะสามารถเข้าร่วมงานได้หรือไม่ได้บ้าง วันต่อมา ทางรุ่นจึงนัดประชุมเพื่อหาข้อสรุป แต่น้อง ม. ไม่ได้เข้าร่วมการประชุม โดยผู้เข้าประชุมส่วนใหญ่มองว่า การหยุดจ่ายกลางทางไม่เป็นธรรมกับเพื่อนที่จ่ายเงินมาตลอด จึงมีมติให้ยังคงจ่ายเงินต่อไปตามเดิม
ส่วนประเด็นข้อความเกี่ยวกับทุนช่วยเหลือ ฝั่งคู่กรณีชี้แจงว่า สาเหตุที่มีคนพิมพ์ประชดเรื่องทุน เกิดจากการที่น้อง ม. อ้างว่าไม่สะดวกจ่ายเงินกองกลาง แต่ในเวลาเดียวกัน เพื่อนกลับเห็นภาพในไอจีสตอรี่ที่ดูเหมือนมีการไปเที่ยว ซื้อไอแพด และเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่ จึงทำให้เพื่อนบางคนเกิดความไม่พอใจและพิมพ์ประชดถึงเรื่องทุน รวมถึงข้อความในลักษณะว่า “ต่อไปไปเกาะไหนดี” ส่วนกรณีอุบัติเหตุของคุณพ่อ ฝั่งคู่กรณีอธิบายว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2 เมื่อปี 2566 และมีเพียงเพื่อนกลุ่มสนิทบางส่วนเท่านั้นที่รู้รายละเอียด
พร้อมยืนยันว่า บุคคลที่พิมพ์แซะเรื่องทุนไม่ทราบเรื่องอุบัติเหตุของคุณพ่อ จึงมองว่าเป็นคนละประเด็น และไม่ได้ตั้งใจนำความสูญเสียในครอบครัวมาล้อเลียน
อีกประเด็นที่ถูกพูดถึง คือกรณีที่น้อง ม. บอกว่าไม่ได้รับข้าวกล่องในกิจกรรมของสาขา ฝั่งคู่กรณีชี้แจงว่า วันดังกล่าวมีการอบรมและแจกข้าวในช่วงพักเที่ยง แต่น้อง ม. กับเพื่อนอีกคนเดินทางมาถึงหลังเวลาพัก จึงไม่ได้รับข้าวในรอบแรก หลังจบกิจกรรม อาจารย์ได้แจ้งว่ายังมีข้าวเหลือและสามารถเดินไปหยิบได้ แต่ในจังหวะนั้น น้อง ม. และเพื่อนกำลังพูดคุยกับอาจารย์เรื่องการลงชื่อย้อนหลังอยู่บริเวณหน้าห้อง ทำให้เพื่อนคนอื่นเลือกเดินไปหยิบข้าวจากอีกทางหนึ่ง กระทั่งข้าวหมด ฝั่งคู่กรณีจึงยืนยันว่า ไม่ได้มีการสั่งห้ามหรือจงใจกีดกันไม่ให้น้อง ม. รับประทานอาหาร แต่เป็นเพียงความคลาดเคลื่อนของช่วงเวลาและสถานการณ์ในวันนั้น
เมื่อเจ้าตัวแจ้งชัดเจนว่าจะไม่จ่ายเงินเพิ่มและไม่เข้าร่วมกิจกรรมอีก ทางกลุ่มจึงมองว่าไม่ต้องมีส่วนรับผิดชอบกับงานของรุ่นแล้ว แอดมินจึงตัดสินใจลบออกจากกลุ่ม ขณะที่ข้อกล่าวหาว่า การออกจากกลุ่มส่งผลต่อข้อมูลเรื่องเรียน ฝั่งคู่กรณียืนยันว่า น้อง ม. ยังมีกลุ่มทำงาน มีงานส่ง และไม่เคยถูกปิดกั้นข้อมูลด้านการเรียน พร้อมมองว่า การเรียนจบช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับการติดตามและจัดการเรื่องเรียนของนักศึกษาแต่ละคน
ส่วนกรณีแชทหลุดที่น้อง ม. พบข้อความนินทาตัวเองในโน้ตบุ๊ก ฝั่งคู่กรณีอธิบายว่า จุดเริ่มต้นมาจากเพื่อนได้ยินน้อง ม. เล่าเรื่องอุบัติเหตุระหว่างฝึกงานให้บุคคลที่สามฟัง แต่รู้สึกว่าเนื้อหาบางส่วนไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จึงเข้าไปทักท้วง ก่อนถูกตอบกลับว่า “ไม่ต้องมายุ่ง” เพื่อนจึงไปพิมพ์ระบายกับอีกคนในแชท ขณะที่กำลังยืมโน้ตบุ๊กของน้อง ม. ใช้งานอยู่ และในตอนนำเครื่องมาคืน ได้ลืมปิดหน้าต่างแชท ทำให้น้อง ม. มาเห็นข้อความดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ฝั่งคู่กรณียืนยันว่า เรื่องนี้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุย ขอโทษ และเคลียร์ใจกันจบไปแล้วตั้งแต่ปี 2567
ปฏิเสธเป็นสาเหตุให้เรียนจบช้า

หลังคำชี้แจงของฝั่งคู่กรณีถูกเผยแพร่ออกมา “น้อง ม.” ก็ได้ออกมาเปิดข้อมูลโต้กลับแบบหนังคนละม้วน ระบุว่า สิ่งที่อีกฝ่ายชี้แจงมีหลายส่วนไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ยืนยันไม่ควรถูกบังคับจ่ายเงินก้อนใหญ่ น้อง ม. อธิบายว่า เงินกองกลางดังกล่าวเป็นเงินสำหรับจัดงานเลี้ยงบัณฑิต ซึ่งเธอได้สอบถามรุ่นพี่และหัวหน้าภาคอื่นแล้ว พบว่า หากยังเรียนไม่จบพร้อมเพื่อน ก็สามารถรอไปจ่ายในปีที่ตัวเองสำเร็จการศึกษาได้

น้อง ม. ยังเปิดเผยว่า ก่อนเกิดการต่อว่ากันในกลุ่มใหญ่ เธอถูกเรียกให้เข้าไปพูดคุยผ่าน Google Meet โดยมีผู้ร่วมสนทนา 4 คน ได้แก่ ตัวเธอ หัวหน้าภาค หัวหน้าฝ่ายหญิง และเพื่อนอีกหนึ่งคน ประเด็นหลักในการพูดคุย คือการกล่าวหาว่าเธอเอาเปรียบเพื่อน ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่า มีคลิปเสียงของการสนทนาทั้งหมดเก็บไว้เป็นหลักฐาน หลังจากพูดคุยเสร็จ เธอเข้าไปพิมพ์แจ้งข้อตกลงในกลุ่มตามที่ถูกขอให้ทำ แต่กลับมองว่า ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องนี้ไม่ได้วางตัวเป็นกลาง และปล่อยให้เพื่อนคนอื่นเข้ามาต่อว่าและพิมพ์เยาะเย้ยกันอย่างต่อเนื่อง โดยที่เธอไม่ได้ตอบโต้ หนึ่งในข้อความที่เธอจำได้ คือ “อาหารที่อร่อยที่สุด คืออาหารที่กินด้วยความภาคภูมิใจ ไม่ใช่อาหารที่กินฟรีบนหยาดเหงื่อของเพื่อนพ้อง” น้อง ม. บอกว่า ในตอนนั้นมีข้อความจำนวนมาก แต่เก็บหลักฐานไว้ไม่ครบ เพราะมีอาการใจสั่นและไม่กล้าเปิดอ่านทั้งหมด ก่อนถูกลบออกจากกลุ่ม ทำให้ภายหลังย้อนกลับไปค้นหาข้อความได้ยากขึ้น

ส่วนกรณีแชทหลุดจากโน้ตบุ๊ก น้อง ม. ยืนยันว่า ภาพแชทที่ฝั่งคู่กรณีนำออกมาใช้ประกอบคำชี้แจง ไม่ใช่ข้อความเดียวกับที่เธอเห็นในวันเกิดเหตุ พร้อมกล่าวหาว่า เรื่องราวในแชทที่นำมาเปิดเผยไม่ตรงกับความจริง และเป็นหลักฐานที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้คำชี้แจงของอีกฝ่ายดูน่าเชื่อถือขึ้น อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาเรื่องหลักฐานดังกล่าวยังเป็นคำยืนยันจากฝั่งน้อง ม. และต้องรอการตรวจสอบจากผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ยังมีข้อความบนแพลตฟอร์ม X กล่าวหาว่า น้อง ม. สร้างเรื่องว่าถูกกดดันและแกล้งมีปัญหาด้านสภาพจิตใจ เพื่อใช้ต่อรองในคดีที่กำลังจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณา รวมถึงมีการนำข้อพิพาทเรื่องเงินกับบริษัทคอนแทคเลนส์แห่งหนึ่งมาเผยแพร่ พร้อมกล่าวหาว่าเธอติดหนี้ และเคยขอผ่อนจ่ายเดือนละ 2,000 บาท น้อง ม. ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าแกล้งมีปัญหาด้านสภาพจิตใจ โดยระบุว่า มีใบรับรองแพทย์และเข้ารับการดูแลมานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องเพื่อใช้ต่อรองคดี
ส่วนภาพในไอจีที่ถูกมองว่าใช้ชีวิตฟุ่มเฟือย น้อง ม. ชี้แจงว่า หลายภาพเป็นการไปถ่ายรีวิวให้ร้านค้า โดยทางร้านเป็นผู้สนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มให้ ไม่ได้ใช้เงินตัวเองไปรับประทานของราคาแพง สำหรับภาพไปเที่ยวเกาะ
#นักศึกษาวิศวะ #มหาวิทยาลัยขอนแก่น #คณะวิศวกรรมศาสตร์ #ดราม่ามหาวิทยาลัย #เงินจัดเลี้ยงรุ่น #เงินกองกลาง #เปิดแชท #คลิปเสียง #คู่กรณีชี้แจง #น้องมชี้แจง #กลั่นแกล้งในมหาวิทยาลัย #สุขภาพใจ #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า






