ดราม่า Take Hormones Thailand ยังไม่มีแววจะจบง่าย ๆ ค่ะ หลัง “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” ออกมาเปิดใจถึงความกดดันจากการทำรายการ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยทิ้งงานกลางคัน ล่าสุดเรื่องกลับเดือดขึ้นอีก เมื่อ “นารา เครปกะเทย” หยิบประเด็นค่าตัว 550,000 บาทมาโพสต์ ก่อนออกมาไลฟ์พูดถึงจั๊กจั่นแบบตรง ๆ ทั้งเรื่องความลับของรายการและค่าตัวงวดสุดท้าย ขณะที่อีกด้านก็มีชาวเน็ตเริ่มตั้งคำถามถึงเรื่องการใช้บัญชีบุคคลอื่นรับรายได้ รวมถึงมีข้อความปริศนาโผล่มาถามเพจดังเรื่อง “ทวงหนี้อินฟลูเอนเซอร์” อีกด้วยค่ะ




ยังคงเป็นดราม่าที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับรายการ Take Hormones Thailand ซีซัน 3 ของ “นารา เครปกะเทย” หลังจากก่อนหน้านี้มีทั้งประเด็นการเปรียบเทียบกับรายการ The Face Thailand ปัญหาไลฟ์สะดุด กระแสเรื่องการทำงานหลังบ้าน รวมถึงดราม่าของ “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” ที่ก่อนหน้านี้ออกมาไลฟ์ทั้งน้ำตา หลังยอมรับว่าได้รับแรงกดดันจากการทำรายการ จนต้องถึงขั้นต้องไปพบจิตแพทย์ค่ะ
โดยจั๊กจั่นยังเคยไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลังเพจTake Hormonesได้นำภาพช่วงที่จั๊กจั่นกำลังร้องไห้ไปใช้ขายโปรโมชั่น พร้อมตั้งชื่อว่า “โปรจั๊กจั่นร้องไห้” ทั้งที่จั๊กจั่นเพิ่งมีการไลฟ์พูดคุยและขอโทษกันไป จนเจ้าตัวออกมาตั้งคำถามว่า คำขอโทษก่อนหน้านี้จริงใจแค่ไหนค่ะ
แต่ดูเหมือนเรื่องจะมีประเด็นใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ “นารา เครปกะเทย” ได้แคปข้อความของจั๊กจั่นที่พูดถึงเรื่องค่าตัว โดยจั๊กจั่นบอกว่า ค่าตัวของเธอไม่ได้ถึง 600,000 บาท แต่ได้รับทั้งหมดแค่ 550,000 บาท สำหรับการทำรายการรวม 11 EP และแบ่งจ่ายออกเป็น 3 งวด งวดละประมาณ 183,333 บาทค่ะ
หลังจากนั้นค่ะ นาราก็ได้แคปข้อความดังกล่าวออกมาโพสต์ถึงจั๊กจั่นว่า “อย่าขายรายการฉันเยอะ เรื่องบางเรื่องไม่ต้องพูดก็ได้ ฉันอยู่นิ่งนิ่งมาโดยตลอดอย่าต้องให้ฉันพูดไม่อย่างงั้นนะ ทะเลาะกันไปเลยอ่ะ” อย่างไรก็ตาม โพสต์ดังกล่าวของนาราถูกลบออกจากเฟซบุ๊กในเวลาต่อมาค่ะ

โดยเมื่อวานนี้ “จั๊กจั่น อคัมย์สิริ” ก็ได้ไปเปิดใจในรายการแฉ ซึ่งดำเนินรายการโดย มดดำ คชาภา, ปิงปอง ธงชัย และน็อต วรฤทธิ์ ถึงกระแสที่หลายคนสงสัยว่า สรุปแล้วเธอถูกให้ออกจากรายการ Take Hormones Thailand จริงหรือไม่ โดยจั๊กจั่นบอกว่า ตอนนี้รายการยังออกอากาศไม่ครบ จึงยังไม่สามารถพูดรายละเอียดทั้งหมดได้ เพราะต้องให้เกียรติรายการ แต่ยืนยันชัดว่า ตลอดเวลาที่อยู่ในวงการมาตั้งแต่อายุ 20 ปีจนถึงวันนี้ เธอเป็นคนรับผิดชอบงาน ไม่เคยทิ้งงานกลางคัน ไม่เคยเบี้ยวกอง และไม่เคยหายจากงานไปโดยไม่มีเหตุผลค่ะ
จั๊กจั่นบอกอีกว่า หากหลังจากนี้มีอะไรเกิดขึ้น อยากให้ทุกคนเข้าใจว่า ไม่ใช่เพราะอยู่ดี ๆ เธอไม่อยากไปถ่าย หรือรู้สึกว่างานแรงเกินไปแล้วงอแง เพราะที่ผ่านมาเธอพยายามทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว บางอย่างก็ทำเกินกว่าความเป็นตัวเองด้วยซ้ำ โดยจั๊กจั่นยอมรับว่า ตอนแรกที่รับรายการนี้ เธอเข้าใจว่าจะเป็นรายการสนุก ๆ แนวเฮฮาและล้อเลียน แต่พอเข้าไปทำจริง กลับมีแรงกดดันมากกว่าที่คิด ทั้งการแข่งขัน การจิกกัด การวางคาแรกเตอร์ และการทำให้ทุกอย่างดูเข้มข้นขึ้น จนบางครั้งเธอแยกไม่ออกว่าอะไรคือเรื่องจริง อะไรคือบทบาท และอะไรคือสิ่งที่ต้องเล่นไปตามเกม
จั๊กจั่นยังบอกอีกว่า พยายามปรับตัวให้เข้ากับเด็ก ๆ และคนรุ่นใหม่ในรายการ ทั้งเล่นเยอะขึ้น พูดเยอะขึ้น และทำตามที่ทีมงานอยากให้ทำ เพื่อให้รายการสนุกและไปกับคนอื่นได้ แต่บางครั้งก็รู้สึกว่า ต่อให้พยายามมากแค่ไหนก็ยังไม่พอ เพราะหลายคนคาดหวังให้แรงกว่านั้น ซึ่งไม่ใช่ตัวตนที่เธอคุ้นเคย
อีกเรื่องที่ทำให้จั๊กจั่นรู้สึกรับไม่ไหว คือกระแสคอมเมนต์จากคนดู เพราะที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตอยู่ในวงการทีวีค่อนข้างเป็นกรอบ และไม่ค่อยมีดราม่าหนัก ๆ พอมาเจอคอมเมนต์จำนวนมาก บวกกับความอัดอั้นจากการทำงาน จึงกลายเป็นความน้อยใจและความกดดันสะสม จนสุดท้ายร้องไห้ออกมาในไลฟ์ค่ะ



ส่วนความสัมพันธ์กับนารา จั๊กจั่นบอกว่า รู้จักและทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ซีซันก่อน จึงมีความผูกพันอยู่ พอเจออะไรที่รู้สึกหนักในรายการก็ยอมรับว่ามีน้อยใจ เพราะคิดว่าอีกฝ่ายน่าจะรักและใจดีกับเธอบ้าง แต่สุดท้ายก็พยายามมองว่าเป็นเรื่องของงาน เป็นคาแรกเตอร์ และเป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์คนดูออนไลน์ในยุคนี้ค่ะ
จั๊กจั่นยังเปิดใจด้วยว่า ความเครียดจากเรื่องนี้ทำให้ต้องกลับไปพบจิตแพทย์อีกครั้ง แต่ย้ำว่าไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า เป็นเรื่องของความเครียดและความวิตกกังวลมากกว่า ซึ่งแพทย์ก็แนะนำว่า หากถือทุกอย่างเอาไว้มากเกินไปก็จะยิ่งหนัก และหากเรื่องไหนไม่ไหว ก็ไม่จำเป็นต้องฝืนค่ะ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เธอยังรู้สึกดีกับรายการ คือการได้เจอลูกทีม ได้เจอเด็กเก่ง ๆ ได้ทำงานกับ “มะเดี่ยว” และได้เห็นโลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน ส่วนคำถามว่าเธอจะอยู่ต่อหรือไม่ หรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จั๊กจั่นขอให้รอติดตามจากรายการ เพราะตอนนี้ยังพูดตรง ๆ ไม่ได้ แต่ย้ำอีกครั้งว่า เธอไม่ใช่คนทิ้งงาน และที่ผ่านมาได้ทำเต็มที่ที่สุดแล้วค่ะ
แต่หลังจากจั๊กจั่นออกมาเปิดใจได้ไม่นาน ล่าสุดทางด้าน “นารา” ก็ได้ออกมาไลฟ์สดพูดถึงเรื่องนี้แบบตรง ๆ เช่นกัน โดยนาราบอกว่า ตอนนี้แม้แต่ตัวเองยังไม่รู้เลยว่า EP.8 จะออกมาเป็นอย่างไร แต่จั๊กจั่นกลับออกไปพูดหรือใบ้บางอย่างจนทำให้คนดูพอจะเดาเรื่องราวต่อจากนี้ได้ นารายังบอกในทำนองว่า ตัวเองเป็นคนทำรายการ เพราะฉะนั้นรายการก็ควรให้เกียรติและรักษาความลับของรายการ พร้อมตั้งคำถามว่า หากทุกอย่างถูกพูดออกไปก่อน แล้วความลับของรายการจะเหลืออะไร

นารายังบอกอีกว่า คนที่ควรถูกสงสารที่สุดคือตัวเอง เพราะเป็นคนที่เหนื่อยกับรายการมากที่สุด ทุกคนเข้ามาทำงานและได้รับค่าตอบแทน ขณะที่เธอมองว่า Take Hormones Thailand ก็มีส่วนทำให้คนรู้จักจั๊กจั่นมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่เข้ามาในซีซัน 1 ซึ่งนาราก็ยอมรับว่า ที่ผ่านมาจั๊กจั่นทำงานน่ารักและทำงานดีค่ะ แต่สำหรับ EP.8, EP.9 และ EP.10 นารามองว่า ยังไม่ควรออกมาพูดถึงในตอนนี้ และยังพูดถึงกระแสคอมเมนต์จากคนดูว่า เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้จั๊กจั่นเกิดความเครียดสะสม พร้อมมองว่า การพูดถึงเรื่องที่รายการมีการเซ็ตสถานการณ์บางอย่าง ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกนำออกมาพูด เพราะรายการทั่วไปก็มีการวางรูปแบบหรือจัดสถานการณ์เพื่อความสนุกอยู่แล้ว และควรรักษาความลับของรายการค่ะ
ส่วนประเด็นเรื่องค่าตัวที่มีการพูดถึงว่า “ลูกเกด เมทินี” และ “บี น้ำทิพย์” ได้ค่าตัวประมาณ 1.5 ล้านบาทนั้น นาราชี้แจงว่า ทั้งสองคนมีส่วนสำคัญที่ทำให้รายการสามารถหาสปอนเซอร์ได้ถึง3ล้านตัว ส่วนค่าตัวของ “มะเดี่ยว” นาราบอกว่า ได้พูดคุยกันตั้งแต่แรกว่าอยู่ที่ตอนละ 50,000 บาท และมะเดี่ยวเองก็ตกลงไม่ได้มีปัญหาอะไร
ขณะที่กรณีของจั๊กจั่น นารายังตั้งคำถามกลับว่า ที่บอกว่าถูกแกล้งนั้น ตัวเองไปแกล้งตรงไหน พร้อมพูดถึงค่าตัวงวดสุดท้ายว่า จั๊กจั่นจะไม่ได้รับ เพราะการทำงานของจั๊กจั่นสิ้นสุดลงในงวดที่ 2 เท่านั้นค่ะ
ท่ามกลางดราม่าเรื่องค่าตัว ก็มีอีกหนึ่งประ เด็นถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงค่ะ เมื่อเพจโรสออกมาโพสต์ภาพข้อความ โดยในแชท ระบุว่า พี่โรสคะ รับทวงหนี้อินฟูเอนเซอร์ชื่อดังที่กำลังเป็นกระแสตอนนี้ไหมคะ ตอนนี้กำลังทำรายการๆนึงอยู่ค่ะ กำลังเป็นกระแสดังๆ” โดยเพจโรสระบุข้อความด้วยว่า ใครหล่ะ? คะลูก? ใครเอ่ยให้ทาย555 พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ยังไม่ตกลงดีลงานนะค๊าาาา รอคุยรายละเอียดอยู่
และยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะต่อมายังมีชาวเน็ตอีกรายออกมาโพสต์ข้อความว่า พอจะเหยียดคน บอกชุด Gucci ซื้อเองหมด เงินสด! แต่พอลูกหนี้ตามทวงเงิน บอกชุดเช่าจ้าา! จะตอแxล ทำไมอ่ะ พร้อมแนบคลิปวิดีโอไลฟ์สดของนาราในบางช่วง โดยในคลิปค่ะนาราพูดว่า ชุดที่ฉันใส่คือของGucciทั้งหมด และซื้อเป็นเงินสด โดยในไลฟ์สดค่ะมีชาวเน็ตชาวมาแสดงความคิดเห็นบอกว่า รายการก็อป นาราก็ได้ตอบกลับไปค่ะว่า ใครจะคอดว่าก็อปก็ช่าง เพราะวันนี้รู้สึกสบายใจในการทำงาน รู้สึกแฮปปี้ คนดูเป็นแสนเป็นล้านทุกอัน และเมื่อมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นอีกว่าไหนบอกเช่า นาราก็ตอบกลับไปว่า มีทั้งเช่าและซื้อ ชุดสูทมีเป็นร้อยตัว
นอกจากนี้ค่ะ ยังมีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาโพสต์ตั้งคำถามว่า เสื้อ Gucci ซื้อเงินสดแต่จ่ายหนี้เดือนล่ะ 2,000 เจ้าหนี้บางรายยอดเป็นแสนๆจ่าย 2พัน แต่มีเงินซื้อของแบรนด์เนม พร้อมกับแนบภาพแชท โดยในแชทมีการพูดคุยกันว่า ได้ฮะ อีกหลายร้อยคน แค่กลุ่มหนูก็107คน ขณะที่อีกฝ่ายตอบกลับว่า ที่ยังไม่ได้แจ้งความอะนะ
เรียกได้ว่าเดือดไม่พักเลยจริง ๆ ค่ะ เพราะยิ่งมีประเด็นใหม่เปิดออกมาเรื่อย ๆ ก็ยิ่งทำให้เรื่องนี้ถูกจับตาไปถึงเรื่องค่าตัว การรับรายได้ ไปจนถึงประเด็นหนี้ที่ชาวเน็ตหยิบขึ้นมาตั้งคำถามกันต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงการซื้อของแบรนด์เนม ก็ยิ่งทำให้หลายคนสงสัยและอยากฟังคำชี้แจงจากเจ้าตัวให้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ



หลังจากนี้คงต้องจับตากันต่อค่ะว่า ดราม่าระหว่าง “จั๊กจั่น” กับ “นารา” จะเดินไปในทิศทางไหนต่อ จะมีการออกมาตอบโต้หรือเคลียร์ใจกันอีกหรือไม่ ขณะเดียวกันก็ต้องรอดูว่า นาราจะออกมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงประเด็นบัญชีที่ใช้รับรายได้หรือเปล่า รวมถึงข้อความปริศนาเรื่อง “ทวงหนี้อินฟลูเอนเซอร์” ที่ถูกเผยออกมา ว่าสุดท้ายแล้วเกี่ยวข้องกับใครกันแน่ เอาเป็นว่าเรื่องนี้เราคงต้องติดตามกันต่อค่ะ
#นาราเครปกะเทย #จั๊กจั่นอคัมย์สิริ #TakeHormonesThailand #TakeHormonesThailandSS3 #มะเดี่ยว #ลูกเกดเมทินี #บีน้ำทิพย์ #รายการแฉ #มดดำคชาภา #ค่าตัวจั๊กจั่น #ดราม่าTakeHormones #ดราม่ารายการ #ข่าวบันเทิง #ข่าวดารา #ข่าวโซเชียล #ประเด็นร้อน #ล้อมวงเล่า



