ถึงวันพิสูจน์ความจริงแล้ว สำหรับมหากาพย์ดราม่า “ฟารีดา-ติณติณ” หลังทั้งคู่เดินทางไปตรวจ DNA ที่คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ โดยฟารีดาเดินทางมาถึงก่อน พร้อมทนายพัฒน์และนีโอ เพื่อนสนิทของติณติณมาเป็นพยาน ก่อนที่ติณติณจะเดินทางตามมาช่วงเช้า ฟารีดาเปิดใจทั้งน้ำตา มั่นใจ 100% ว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกของติณติณ พร้อมเผยว่าได้ลูกสาวและอยากขอโอกาสกลับไปทำงานหาเงินเลี้ยงลูก ขณะที่ติณติณและครอบครัวระบุว่า ขอรอผลตามกระบวนการ หากผลออกมาว่าเป็นลูกจริง ก็พร้อมช่วยกันดูแล แต่หากไม่ใช่ ก็ขอให้เรื่องจบลงตามข้อเท็จจริง โดยแพทย์ยืนยันการตรวจครั้งนี้เป็นการเจาะเลือดฝ่ายหญิงและเก็บตัวอย่างฝ่ายชาย ไม่ใช่การเจาะน้ำคร่ำ และต้องรอผลประมาณ 14 วัน
ตามกันต่อค่ะ สำหรับมหากาพย์ดราม่า “ฟาริดา-ติณติณ” ที่ก่อนหน้านี้ ฟารีดาออกมาประกาศผ่านรายการโหนกระแสว่า พร้อมเข้าตรวจ DNA เพื่อพิสูจน์ความจริง และยืนยันว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกของติณติณ จากเดิมที่มีกำหนดตรวจในวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ล่าสุดได้เลื่อนวันตรวจมาเป็นวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569 แทน โดยช่วงเช้าวันนี้ ทั้งสองฝ่ายเดินทางไปที่คลินิกบางกอก ไซโตเจเนติกซ์ เซ็นเตอร์ เทคนิคการแพทย์ ซอยวิภาวดีรังสิต 16/6 เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจพิสูจน์ความสัมพันธ์ทางพันธุกรรม หรือ DNA
โดยฝ่ายฟารีดาเดินทางมาถึงก่อน พร้อมทนายพัฒน์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อทนายเมียหลวง ซึ่งได้รับการติดต่อจากฟารีดาให้มาเป็นพยานในการตรวจครั้งนี้ ขณะที่นีโอ เพื่อนสนิทของติณติณ ก็เดินทางมาร่วมเป็นพยานด้วยเช่นกัน ต่อมา ติณติณเดินทางมาถึงเป็นคนสุดท้ายในเวลาประมาณ 08.52 น. ก่อนจะยกมือไหว้สื่อมวลชน และเดินเข้าไปภายในคลินิกทันที
หลังเข้ารับการตรวจ ฟารีดาได้เปิดใจกับสื่อ โดยยืนยันว่า วันนี้เธอมีความพร้อมมาก และไม่กังวลกับผลตรวจที่จะออกมา เพราะมั่นใจ 100% ว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกของติณติณ ฟารีดายังเปิดเผยด้วยว่า ตอนนี้เธอได้ตรวจเช็กสุขภาพครรภ์แล้ว เด็กในท้องแข็งแรงดีมาก และทราบเพศแล้วว่าเป็น “ลูกสาว” พร้อมบอกว่า หลังจากนี้อยากให้สังคมโฟกัสที่เด็ก อย่าไปลงที่ลูก เพราะหากเด็กคลอดออกมา เธอกังวลว่าสังคมจะไปด่าหรือทำร้ายจิตใจเด็ก
ในช่วงหนึ่ง ฟารีดาถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หลั่งน้ำตากลางวงสัมภาษณ์ พร้อมขอโอกาสจากสังคม ให้เธอได้กลับไปทำงานอีกครั้ง เพราะต้องการหาเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการคลอดลูก เลี้ยงดูลูก และสร้างอนาคตให้ลูก ฟารีดายอมรับว่า หลังออกโหนกระแสรอบล่าสุด สภาพจิตใจของเธอย่ำแย่มาก แต่ยังไม่ได้ไปปรึกษาแพทย์ เพราะยังไม่พร้อมเล่าเรื่องทั้งหมดให้แพทย์ฟัง เธอบอกว่าตอนนี้พยายามเก็บตัวอยู่ในห้อง โฟกัสกับลูกในครรภ์เป็นหลัก และเลิกติดตามกระแสในโซเชียลไปแล้ว
ฟารีดายังบอกด้วยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนราคาแพง ทำให้รู้ว่าไม่ควรไว้ใจคนมากเกินไป เพราะบางคนที่เธอคิดว่าอยู่ข้างเธอ อาจไม่ได้อยู่ข้างเธอจริง ๆ พร้อมยอมรับว่ายังมีความคิดเล็ก ๆ ว่า หากกระแสสังคมในไทยยังไม่นิ่ง อาจตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตและเลี้ยงลูกที่ต่างประเทศในอนาคต
ส่วนประเด็นหลังจากออกรายการโหนกระแส ฟารีดาบอกว่า สาเหตุที่ไปออกรายการอีกครั้ง เพราะอยากพูดความจริงทั้งหมด และอยากเคลียร์ทุกประเด็นให้จบ พร้อมยืนยันว่า “หนูพูดความจริงทุกอย่าง แล้วแต่คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ”
เมื่อถูกถามถึงกรณีรถเมล์ แฟนคลับคู่กรณีที่เคยงัดแชทออกมาแฉ ฟารีดายอมรับว่าอดีตเคยสนิทกันจริง ไปเที่ยวไหนมาไหนด้วยกันตลอด ส่วนเรื่องแชทที่คุยว่าชอบโฟล์คนั้น ฟารีดาระบุว่าเป็นเพียงการคุยเล่นตามประสาแฟนคลับ ฟารีดายังตั้งข้อสงสัยกลับไปถึงรถเมล์ว่า การที่อีกฝ่ายออกมาโจมตีเธอแบบนี้ เป็นเพราะเธอไม่ยอมให้ยืมเงินถึง 2 รอบหรือไม่ พร้อมทิ้งท้ายว่า เธอไม่สามารถพูดให้ทุกคนมารักเธอได้ แต่อยากให้ทุกคนมีสติ และลองมองอีกมุมว่า หากต้องมาเจอเรื่องแบบเธอ จะรู้สึกอย่างไร
ด้านทนายพัฒน์ อธิบายว่า หากผลตรวจ DNA ออกมาว่าเด็กในครรภ์เป็นลูกของติณติณจริง ฝ่ายฟารีดาจะมีแนวทางดำเนินการได้ 2 ทางทางแรก คือทำบันทึกข้อตกลงกับฝ่ายชาย เพื่อให้ฝ่ายชายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลทารกในครรภ์ โดยต้องตกลงกันว่าจะรับผิดชอบอย่างไร และจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะสิ้นสุดเมื่อเด็กคลอดออกมาและมีชีวิตรอดเป็นทารก
อีกทางหนึ่ง คือฝ่ายหญิงสามารถฟ้องฝ่ายชายได้ เพราะเมื่อมีการตั้งครรภ์ ย่อมมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดูแลทารกเกิดขึ้นโดยสภาพอยู่แล้ว โดยการฟ้องอาจเรียกเป็นเงินก้อนเดียว หรือให้ชำระเป็นรายเดือนไปจนกว่าจะคลอดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ทนายพัฒน์ย้ำว่า หากผลตรวจ DNA ออกมาแล้วไม่ตรง และทางฝั่งติณติณได้รับความเสียหาย ฝั่งชายก็มีสิทธิ์ฟ้องกลับได้ตามกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิ์ของเขาเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ฝั่งติณติณ พร้อมคุณพ่อ คุณแม่ และผู้จัดการ ก็ได้เปิดใจหลังการตรวจเช่นกัน โดยติณติณระบุว่า ตนได้รับการซัพพอร์ตและกำลังใจจากครอบครัว ผู้จัดการ และ “อาก๊อท” จักรพันธ์ มาโดยตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง ติณติณบอกว่ารู้สึกสบายใจ และขอบคุณทางค่ายที่ออกแถลงการณ์ให้ตนสามารถกลับมาร่วมงานได้ตามปกติแล้ว พร้อมยอมรับว่าเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพง หลังจากนี้จะใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น และอยากกลับไปโฟกัสกับการร้องเพลงและใช้ชีวิตให้มีความสุข
สำหรับกรณีที่ตนบล็อกอินสตาแกรมของฟารีดา ติณติณชี้แจงว่า เป็นเพราะฟารีดาไปโพสต์ต่อว่าเพื่อน ๆ และคนในร้านสักของตน ทำให้รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่มีวุฒิภาวะ จึงตัดสินใจบล็อกเฉพาะอินสตาแกรม แต่ยืนยันว่าอีกฝ่ายยังสามารถติดต่อผ่านทางไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์ได้ตามปกติ ไม่ได้ตัดการติดต่อทั้งหมดอย่างที่ถูกกล่าวอ้าง
ติณติณระบุว่า ตอนนี้ไม่ได้กังวลว่าเด็กในท้องจะเป็นลูกของตนหรือไม่ ขอปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการตรวจ และหลังจากพูดคุยกับคุณแม่แล้ว หากผลตรวจออกมาว่าเป็นลูกจริง ครอบครัวก็พร้อมช่วยกันดูแลและรับผิดชอบ แต่หากผลตรวจออกมาว่าไม่ใช่ลูก ก็ให้จบกันไปตามข้อเท็จจริง
คุณแม่ของติณติณเสริมว่า หากเป็นหลานจริง ๆ ก็พร้อมรับ และสงสารเด็กมาก แต่เรื่องราวทั้งหมดควรจะมีการพูดคุยกันหลังบ้านให้ดีก่อน ไม่ใช่ออกไปป่าวประกาศหรือกล่าวร้ายกันอย่างรุนแรงจนบานปลาย พร้อมระบุว่าจนถึงตอนนี้ ผู้ใหญ่ฝั่งติณติณยังไม่เคยได้เจอกับผู้ใหญ่ฝั่งฟารีดาเลย
ติณติณยังบอกอีกว่า ตนเริ่มไม่มั่นใจในตัวฟารีดา ตั้งแต่เห็นข้อมูลที่อีกฝ่ายพูดขัดแย้งกันหลายจุด และรู้สึกหวาดกลัวจากการถูกกล่าวหาพาดพิงถึงคดีอาญารุนแรง โดยเฉพาะเรื่องสารเสพติดและผู้เยาว์ ซึ่งทำให้ตนเสียหายหนัก จึงอยากอยู่กับคนที่ไว้ใจได้เท่านั้น
ด้านคุณพ่อของติณติณพูดถึงกรณีที่ลูกชายถูกพาดพิงเรื่องสารเสพติดและผู้เยาว์ โดยระบุว่า เรื่องนี้ค่อนข้างรุนแรงมาก และสร้างความเสียหายต่อติณติณอย่างหนัก ซึ่งบางอย่างเอากลับคืนมาไม่ได้ พร้อมบอกว่ากำลังพิจารณาเรื่องการฟ้องร้องเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม เพราะมองว่าข้อกล่าวหารุนแรงเกินไป และไม่มีหลักฐานชัดเจน
ขณะที่ผู้จัดการของติณติณมองว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องของความรัก แต่เป็นกระบวนการที่มีการวางแผน โดยเข้ามาอาศัยความใจดีของติณติณ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์หลายอย่างดูเหมือนถูกสร้างขึ้นเพื่อเรียกร้องความสงสารและสร้างกระแส ผู้จัดการยังพูดถึงกรณีที่ฟารีดาอ้างเรื่องรอยตาเขียวช้ำว่าอาจเป็นการแต่งหน้าเลียนแบบบทละครซีรีส์เพื่อเรียกร้องความสงสาร และมองว่าตอนแรกอีกฝ่ายพยายามสร้างกระแสเรื่องท้อง แต่เมื่อไม่มีคนสนใจ จึงมีการใส่ประเด็นสารเสพติดเข้ามา เพื่อทำให้ยอดคนดูไลฟ์เพิ่มขึ้นจากหลักสิบเป็นหลักแสน
พร้อมบอกว่า จุดประสงค์หลักของเรื่องนี้คือการสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง พอได้ไปออกรายการโหนกระแส ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนและมีสินค้าติดต่อเข้ามา
นอกจากนี้ ผู้จัดการยังปกป้องก๊อท จักรพันธ์ ที่ก่อนหน้านี้ใช้คำพูดรุนแรง โดยบอกว่าก๊อทพูดความจริงเพื่อปกป้องเด็กในค่าย เพราะกฎเหล็กที่ก๊อทสอนศิลปินมาตลอดหลายปี คือ “ห้ามพูดโกหก”
และยังเปรียบเทียบประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ว่า หากผู้หญิงเมาไม่ได้สติแล้วผู้ชายเดินตามเข้าห้อง สังคมอาจมองว่าผู้ชายเป็นฝ่ายกระทำผิด แต่ในกรณีนี้ ติณติณเมาไม่ได้สติ แล้วฝ่ายหญิงเป็นคนเดินตามขึ้นไปเอง จึงอยากให้สังคมมองอีกมุมด้วย “แต่คนที่ไม่รู้อะก็เอาเรื่องเนี้ยถามว่า ทำไมไม่ใส่ถุงยาง ถ้าติณไม่ใส่ถุงยางนะ พยานที่เค้าเข้ามารวมกันในเป็นกลุ่มนะครับ ป่านนี้มีลูกเป็น 10 เป็นร้อยแล้วครับ” ตอนนี้คนทั้งประเทศรู้ความจริงแล้ว ควรเลิกเสพสื่อ และเอาเวลาไปโฟกัสกับการดูแลเด็กในท้องจะดีกว่า หากฝั่งนั้นยังไม่เลิกแต่งเรื่อง ตนจะลากออกมาแฉทั้งหมด
และยังพูดติดตลกทิ้งท้ายว่า “ถุงยางถ้าสนใจจะให้ติณเป็นพรีเซ็นเตอร์ก็เข้าเลยนะครับ ช่วยๆ เข้ามาหน่อยนะฮะ ใช่ครับ สนับสนุนคนดีนะฮะ”
ในส่วนของขั้นตอนการตรวจ DNA พญ.กมลภัทร วิจักขณ์พันธ์ สูตินารีแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ ได้ออกมาอธิบายเพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม โดยแพทย์ยืนยันว่า การตรวจครั้งนี้ไม่ใช่การเจาะน้ำคร่ำ เพราะการเจาะน้ำคร่ำมีความเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์และอาจเพิ่มโอกาสแท้งได้
เทคนิคที่ใช้คือการเจาะเลือดฝ่ายหญิง เพราะในเลือดของคุณแม่จะมีชิ้นส่วน DNA ของทารกที่หลุดออกมาจากรก จากนั้นจะนำชิ้นส่วน DNA ไปวิเคราะห์ร่วมกับตัวอย่าง DNA ของฝ่ายชาย เพื่อตรวจว่ามีความสัมพันธ์เป็นพ่อ-ลูกกันหรือไม่
ส่วนฝ่ายชายจะใช้การเก็บตัวอย่างจากกระพุ้งแก้ม ไม่ใช่การเจาะเลือด โดยหลังจากเก็บตัวอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะส่งตัวอย่างไปตรวจวิเคราะห์ที่แล็บในฮ่องกง ใช้เวลาประมาณ 14 วัน และมีความแม่นยำมากกว่า 99.9% โดยสามารถเริ่มตรวจได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 9 สัปดาห์ขึ้นไป
แพทย์ยังระบุว่า จากการพูดคุยกับฟารีดาเบื้องต้น ฟารีดาดูโอเค ไม่เครียดมาก สุขภาพโดยรวมโอเค และมีประวัติฝากครรภ์ชัดเจน แต่หากคุณแม่มีความเครียดมาก ก็อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ และในบางกรณีอาจทำให้เกิดอาการเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนดได้ ภายหลังจากที่คลินิกได้เก็บตัวอย่างจากทั้งฟารีดาและติณติณเรียบร้อยแล้ว
หลังจากนี้ต้องรอติดตามผลตรวจ DNA ภายในประมาณ 14 วัน ว่าสุดท้ายแล้ว เด็กในครรภ์เป็นลูกของติณติณตามที่ฟารีดายืนยันหรือไม่ และเมื่อผลตรวจออกมาอย่างชัดเจน ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร ก็น่าจะเป็นคำตอบสำคัญที่จะช่วยปิดมหากาพย์ดราม่าครั้งนี้ หรืออย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นของการรับผิดชอบตามข้อเท็จจริงและกฎหมายต่อไปค่ะ
#ฟารีดา #ฟาริดา #ติณติณ #ติณติณNewCountry #NewCountry #ตรวจDNA #DNA #ตรวจดีเอ็นเอ #คลินิกบางกอกไซโตเจเนติกซ์ #บางกอกไซโตเจเนติกซ์ #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายพัฒน์ #นีโอ #ก๊อทจักรพันธ์ #ก๊อตจักรพันธ์ #แกรมมี่โกลด์ #ฟอร์ม #โฟล์ค #รถเมล์ #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า



