
ท่ามกลางกระแสดราม่าครอบครัวสก๊อตที่ยังถูกจับตา หลายคนย้อนกลับไปดูอีกมุมของ “พาย สก๊อต” ผ่านบทสัมภาษณ์ของ “มาย ลภัสลัล” ภรรยาคนดัง ที่เคยเปิดใจถึงเส้นทางรักกว่า 8 ปี ตั้งแต่เดตแรกที่พายมาสาย ความต่างของไลฟ์สไตล์ การปรับตัวเข้าหากัน ไปจนถึงชีวิตหลังแต่งงานที่มายเล่าว่าโดยรวมแทบไม่เปลี่ยนไปมากนัก แต่มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกถึงบทบาทของภรรยามากขึ้น พร้อมชื่นชมว่าพายเป็นคนดี น่ารัก รักครอบครัว และเป็นผู้ชายที่ให้ความมั่นคงในชีวิตคู่

ยังเป็นประเด็นที่หลายคนจับตาอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับรอยร้าวระหว่างสองพี่น้อง “พาย สก๊อต” และ “ทราย สก๊อต” หลังมีการออกมาเปิดเผยเรื่องราวในครอบครัว และต่างฝ่ายต่างชี้แจงในมุมของตัวเอง จนทำให้สังคมย้อนกลับไปสนใจบทสัมภาษณ์เก่า ๆ ของคนในครอบครัวสก๊อตอีกครั้ง
โดยนอกจากมุมของ “ทราย สก๊อต” ที่เคยเล่าถึงชีวิตวัยเด็ก บ้านหัวหิน และเหตุผลที่ทะเลกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของชีวิตแล้ว อีกมุมหนึ่งที่ถูกพูดถึงเช่นกัน คือเส้นทางความรักของ “มาย ลภัสลัล” และ “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” ที่ทั้งคู่เคยเปิดใจในรายการ 3 แซ่บ ก่อนแต่งงาน รวมถึงบทสัมภาษณ์หลังแต่งงาน ที่คุณมายได้พูดถึงชีวิตคู่ และมุมของสามีในแบบที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
หากย้อนกลับไปอีกมุมหนึ่ง เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ในรายการ 3 แซ่บ “มาย ลภัสลัล” และ “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” เคยออกมาเปิดใจถึงเส้นทางความรักก่อนเข้าสู่พิธีแต่งงาน โดยทั้งคู่เล่าว่าคบหากันมานานกว่า 8 ปี แม้จะมีหลายอย่างที่แตกต่างกัน แต่สุดท้ายกลับลงตัวในแบบของตัวเอง

จุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้มาจากการแนะนำของเพื่อน โดยตอนแรกพายยอมรับว่าไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามายเป็นนักแสดง และเมื่อเห็นภาพในอินสตาแกรม ก็คิดว่ามายดูเป็นผู้หญิงหวาน ๆ เรียบร้อย จนอาจจะคนละไลฟ์สไตล์กับตัวเอง เพราะพายเป็นคนชอบดนตรี ชอบดูคอนเสิร์ต และค่อนข้างมีโลกส่วนตัวสูง
ส่วนมายเองก็เล่าว่า ตอนนั้นเพื่อนแนะนำให้รู้จักพาย เพราะเห็นว่าทั้งคู่ชอบคอนเสิร์ตเหมือนกัน อีกทั้งพายก็โสดมานาน ขณะที่มายอยู่ในช่วงที่เพื่อนพยายามดึงออกมาจากความเสียใจเรื่องความรัก จึงตัดสินใจลองเปิดใจดู แต่เดตแรกก็มีเรื่องให้จำทันที เพราะพายมาสายไปประมาณครึ่งชั่วโมง ทั้งที่บ้านอยู่ใกล้ร้านอาหารมาก ทำให้มายที่เป็นคนตรงต่อเวลารู้สึกสะดุดเล็กน้อย แถมช่วงแรกพายยังค่อนข้างเงียบ จนมายต้องชวนคุยเรื่องเพลงและวงดนตรีที่ชอบ ก่อนจะกลายเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้ทั้งคู่คุยกันยาว เพราะมีความสนใจเรื่องดนตรีเหมือนกัน

หลังจากนั้น ทั้งคู่ได้ไปต่อที่บ้านของพาย และมายได้เห็นมุมเครื่องดนตรีในบ้าน ก่อนจะได้แจมกีตาร์ด้วยกันตั้งแต่เดตแรก ซึ่งกลายเป็นโมเมนต์สำคัญที่ทำให้ความสัมพันธ์เริ่มพัฒนาไปในทางที่ดี แม้จะมีสิ่งที่ชอบคล้ายกัน ทั้งดนตรี คอนเสิร์ต และมิวสิกเฟสติวัล แต่ทั้งคู่ก็มีความต่างชัดเจน อย่างเรื่องฟุตบอลที่มายเชียร์ลิเวอร์พูล ส่วนพายเชียร์แมนยู ทั้งที่มายเคยบอกว่าสเปกผู้ชายต้องไม่เชียร์แมนยู แต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่ามาคบกับพายจนได้
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ แน่นแฟ้นขึ้น คือการช่วยกันปรับตัว ช่วงแรกพายพูดภาษาอังกฤษเป็นหลัก ขณะที่มายยังไม่แข็งภาษาอังกฤษมากนัก แต่สุดท้ายเรื่องภาษากลับกลายเป็นพื้นที่ให้ทั้งคู่ได้เรียนรู้กัน พายช่วยแก้ภาษาอังกฤษให้มาย ส่วนมายก็ช่วยสอนภาษาไทยและศัพท์ต่าง ๆ ให้พาย

เมื่อถามถึงสิ่งที่ทำให้ประทับใจกัน พายบอกว่ามายเป็นคนสดใส อารมณ์ดี ติดดิน และเป็นตัวของตัวเอง อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ไม่ต้องสร้างภาพ ขณะที่มายก็บอกว่า เธอกับพายมาเจอกันในช่วงเวลาที่ต่างคนต่างไม่อยากฝืนตัวเองเพื่อใครแล้ว ใครรับได้ก็รับ ใครรับไม่ได้ก็ถือว่าไม่คลิกกัน ซึ่งกลายเป็นว่าทั้งคู่มีมุมคิดคล้ายกันพอดี
ในชีวิตคู่ มายเป็นคนพลังเยอะ ชอบออกไปข้างนอก ส่วนพายเป็นคนชอบอยู่บ้าน รักความสงบ และรักความเป็นส่วนตัว แต่ทั้งคู่ก็หาจุดตรงกลางกันได้ หากมายอยากออกไปกินข้าวหรือทำกิจกรรมนอกบ้าน พายก็พยายามไปด้วย ส่วนวันอาทิตย์ พายจะขอเป็นวันที่ได้อยู่บ้านแบบเต็ม ๆ ซึ่งมายก็เข้าใจและยอมรับ อีกเรื่องที่มายต้องปรับตัว คือความรักสะอาดของพาย เพราะพายเป็นคนล้างมือบ่อย กลับบ้านต้องเปลี่ยนชุด ก่อนขึ้นเตียงต้องอาบน้ำ และหากรู้สึกว่าตัวเองไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่สะอาดพอ ก็จะอาบน้ำใหม่อีกครั้ง ซึ่งจากเรื่องที่ต้องปรับตัว ก็ค่อย ๆ กลายเป็นความเคยชินในชีวิตคู่
นอกจากนี้ พายยังเป็นคนรักความเป็นส่วนตัวมาก ช่วงคบกันแรก ๆ แทบไม่ให้ลงรูปคู่ เพราะไม่อยากให้คนจับตามองและอยากใช้ชีวิตแบบอิสระ แต่มายก็เลือกเคารพพื้นที่ส่วนตัวของพาย เพราะเข้าใจว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนที่ชอบอยู่หน้าสื่อหรือเป็นจุดสนใจ
ในมุมที่มายประทับใจพาย มายบอกว่าพายเป็นผู้ชายที่มีหลายมุม ทั้งชอบประวัติศาสตร์ไทย ชอบเข้าวัด ชอบสวดมนต์ เคยบวชหลายครั้ง และเป็นคนรักครอบครัว โดยเฉพาะเวลาที่เห็นพายดูแลคุณยายและคุณแม่ ทำให้มายรู้สึกว่าเขาน่าจะดูแลเธอได้ดีเช่นกัน
ส่วนพายก็บอกว่า มายเป็นคนจริงใจ สนุก สดใส มีจิตใจดี และเป็นคนที่รับฟัง ช่วยเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาด เช่น ช่วยให้เขาเป็นระเบียบมากขึ้น และช่วยปรับเรื่องการตรงต่อเวลา จากคนที่เคยมาสายบ่อย ๆ ให้ค่อย ๆ เปลี่ยนไป
สำหรับเรื่องแต่งงาน มายเล่าว่าเธอมีอายุในใจว่าอยากแต่งงานตอนประมาณ 30 ปี และอยากมีลูกหลังจากนั้น จึงเคยแซวพายอยู่บ่อย ๆ ว่าอายุใกล้ 30 แล้ว จะขอแต่งงานหรือยัง ขณะที่พายเผยว่า จริง ๆ ตัดสินใจเรื่องนี้มาหลายปีแล้ว เพียงแต่ไม่อยากบอก เพราะอยากให้วันขอแต่งงานเป็นเซอร์ไพรส์จริง ๆ
โมเมนต์ขอแต่งงานเกิดขึ้นบนภูเขา หลังทั้งคู่เดินขึ้นไปนานหลายชั่วโมง พายเตรียมคำพูดไว้แล้ว แต่พอถึงเวลาจริง มายตกใจมากจนเกือบเป็นลม ทำให้พายลืมคำพูดที่เตรียมมา สุดท้ายจึงกลายเป็นโมเมนต์เรียบง่ายแต่จริงใจ โดยพายบอกว่า สิ่งที่อยากบอกมายคือ ขอบคุณที่เข้าใจเขาในแบบที่เขาเป็น ขอบคุณที่ทำให้ชีวิตมีความสุขขึ้น และทำให้ทุกคืนของชีวิตมีแต่เสียงหัวเราะ
ส่วนแผนชีวิตหลังแต่งงาน ทั้งคู่ยอมรับว่าอยากมีลูก และวางไว้ประมาณ 2-3 คน ขึ้นอยู่กับความพร้อม โดยมายยังเล่าว่า พายเป็นคนสอนน้องหมาเก่งมาก จนทำให้เธอรู้สึกว่าเขาน่าจะเป็นคนที่เลี้ยงลูกได้ดีค่ะ
*อีกช่วงหนึ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อวันที่22 กพ 2569 คุณมายด์ก็ได้มาพูดคุยในรายการ ตู่พบเธอ คุณมายก็ได้พูดถึงสามีอย่าง “พาย สุนิษฐ์ สก๊อต” หลังพิธีแต่งงาน โดยคุณมายเล่าว่า หลังแต่งงานแล้ว ชีวิตคู่โดยรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก เพราะทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมานานหลายปีแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนชัดขึ้น คือรายละเอียดเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น การย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกัน และการดูแลกันมากขึ้น
คุณมายเล่าว่า ตอนนี้เธอย้ายเข้าไปอยู่บ้านเดียวกับคุณพายและคุณแม่ของคุณพาย ซึ่งเป็นบ้านที่มีพื้นที่แยกเป็นสัดส่วน มีโซนสำหรับทำกิจกรรมหรือรับเพื่อน ๆ ของคุณพาย โดยคุณมายบอกว่าตอนนี้แฮปปี้กับการอยู่แบบนี้ เพราะสนิทกับคุณแม่ของคุณพายอยู่แล้ว และมองว่าในอนาคต หากมีลูก การมีครอบครัวอยู่ใกล้ ๆ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
ในมุมการใช้ชีวิตหลังแต่งงาน คุณมายบอกว่า จากเดิมที่ตัวเองไม่ค่อยตื่นเช้า หากไม่มีงานก็อาจตื่นสายหน่อย แต่ตอนนี้ต้องตื่นเช้าขึ้น เพื่อมากินอาหารเช้าพร้อมคุณพาย และช่วยเตรียมกาแฟให้สามีก่อนไปทำงาน ซึ่งเธอเล่าว่าเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้รู้สึกถึงบทบาทของการเป็นภรรยามากขึ้น
เมื่อถูกถามถึงแพลนมีลูก คุณมายก็บอกว่า ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ และอยากมีทั้งลูกผู้ชายและผู้หญิง หากคนแรกเป็นผู้ชาย คนที่สองยังเป็นผู้ชายอีก ก็อาจมีคนที่สามต่อ เพราะอยากได้ลูกทั้งสองเพศ ส่วนในมุมที่คุณมายรีวิวสามี เธอบอกอย่างชัดเจนว่า “พายเป็นคนดีมาก และน่ารักมาก” โดยสิ่งเดียวที่เธอแซวว่าเป็นข้อเสียของพาย ก็คือเรื่องที่พายเชียร์แมนยู ขณะที่เธอเชียร์ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้งคู่ยังคงหยอกล้อกันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน จนถึงตอนนี้ที่วางแผนเรื่องมีลูกแล้ว ก็ยังคุยกันอยู่เลยว่าถ้ามีลูก ลูกจะเชียร์ทีมอะไร
นอกจากนี้ คุณมายยังเล่าว่า คุณพายเป็นคนที่ค่อนข้างมีความเป็นผู้ใหญ่ อินกับเรื่องศาสนา ประวัติศาสตร์ และเป็นคนที่ทำให้เธอเริ่มสวดมนต์ก่อนนอน รวมถึงทำวัตรเย็นด้วยกัน เจ้าตัวยังเล่าแบบขำ ๆ ว่า บางครั้งถ้าเธอแชร์อะไรเกี่ยวกับพระหรือศาสนาในเชิงตลก คุณพายก็จะเตือนทันทีว่า การทำให้คนอื่นหัวเราะในเรื่องแบบนั้น อาจเป็นการส่งต่อสิ่งไม่ดีให้คนอื่น
อีกเรื่องที่คุณมายชื่นชม คือ ตั้งแต่คบกันมานานเกือบ 9 ปี คุณพายไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาให้ต้องกังวลเลย เป็นคนที่เลิกงานแล้วกลับบ้าน และให้ความรู้สึกมั่นคงมากในชีวิตคู่
คุณมายยังทิ้งท้ายว่า ทุกวันนี้ทั้งคู่ยังใช้ชีวิตเรียบง่ายในแบบของตัวเอง เข้าวัด สวดมนต์ และคุยกันเล่น ๆ ว่าขอให้ชาติหน้าได้กลับมาเจอกันเป็นคู่กันอีก ซึ่งก็เป็นอีกมุมอบอุ่นของชีวิตคู่ “มาย–พาย” หลังแต่งงาน ที่หลายคนได้ฟังแล้วรู้สึกว่าน่ารักและเป็นธรรมชาติมากค่ะ

สุดท้ายแล้ว ท่ามกลางประเด็นดราม่าครอบครัวที่ยังต้องรอฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย มุมชีวิตคู่ของ “มาย–พาย” ก็ถือเป็นอีกด้านที่หลายคนย้อนกลับมาสนใจ เพราะเป็นภาพของความสัมพันธ์ที่ทั้งคู่เคยเล่าว่าผ่านการปรับตัว เข้าใจกัน และใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายปี หลังจากนี้เรื่องราวของครอบครัวสก๊อตจะเดินต่อไปในทิศทางไหน และรอยร้าวระหว่าง “พาย” กับ “ทราย” จะมีโอกาสคลี่คลายหรือไม่ คงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ
#มายลภัสลัล #พายสุนิษฐ์ #พายสก๊อต #ทรายสก๊อต #มายพาย #ครอบครัวสก๊อต #ดราม่าครอบครัว #ข่าวบันเทิง #ข่าวโซเชียล #รายการ3แซ่บ #ตู่พบเธอ #ชีวิตคู่ดารา #ประเด็นร้อนออนไลน์ #สรุปข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า



