Tuesday, 28 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

ผู้เสียหายร้องเต็นท์รถ ‘ลุงเจ้ย ภูเก็ต’ โอนเงินแล้วไม่ได้รถ-ไม่ได้เล่ม เสียหาย100กว่าล้าน ใครรับผิดชอบ?

ดราม่าเต็นท์รถ “ลุงเจ้ย ภูเก็ต” ยังร้อนต่อเนื่อง หลังผู้เสียหายหลายรายออกมาเล่าว่า ประมูลรถผ่านเพจดัง โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเรียบร้อย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้รถ ไม่ได้เล่ม หรือบางรายยังโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ ล่าสุดรายการโหนกระแสเปิดโต๊ะพูดคุยกับผู้เสียหาย 3 ราย ทั้งคุณกิ๊ก คุณพอน และคุณออฟ ซึ่งแต่ละคนเสียเงินหลักแสน แต่ยังไร้คำตอบชัดเจน ขณะที่อดีตผู้จัดการเต็นท์รถเผยโครงสร้างเบื้องหลัง มีทั้งนายทุน เล่มทะเบียน ชุดโอนลอย และบัญชีบริษัทที่ต้องตรวจสอบต่อ ด้านหนุ่ม กรรชัย และทนายตุ๋ยชี้ตรงกันว่า เรื่องนี้ต้องไล่เส้นเงินให้ชัด ว่าเงินลูกค้าไปอยู่ที่ใคร ใครถือเล่ม ใครถือรถ และใครต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น    กำลังเป็นประเด็นที่ถูกจับตาในโลกออนไลน์ค่ะ หลังมีผู้เสียหายจำนวนหนึ่งออกมาร้องเรียนเกี่ยวกับธุรกิจเต็นท์รถมือสอง ที่ถูกเชื่อมโยงกับ “ลุงเจ้ย ภูเก็ต” คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายรถมือสองชื่อดัง เจ้าของเพจที่มีผู้ติดตามกว่า 5.4 แสนคน ซึ่งก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ลุงเจ้ยเสียชีวิตจากภาวะเส้นเลือดในสมองแตก เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2569ล่าสุด เพจดังอย่าง “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ได้ออกมาเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยระบุว่า “เรื่องนี้ต้องใส่ใจ…ตอนนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากออกมาร้องเรียนเต็นท์รถมือสองของ “ลุงเจ้ย ภูเก็ต” บางคนบอกว่าหลังทำสัญญาซื้อขายและได้โอนเงินซื้อรถไปแล้ว แต่สุดท้ายยังไม่ได้รถตามที่ตกลงกันไว้ บางคนได้รถแต่ไม่ได้เล่ม บางคนไม่ได้ทั้งรถ ไม่ได้ทั้งเล่ม แถมขอเงินก็ยังไม่ได้คืนและก็ไม่สามารถติดต่อทีมงานได้

ปัญหาคือหลายรายโอนเงินกันไว้ก่อนที่ “ลุงเจ้ยจะเสียชีวิต” พอเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทุกอย่างก็เหมือนหยุดอยู่ตรงนั้น คนที่รอรถก็ยังรอต่อไปแบบไร้จุดหมาย คนที่อยากได้เงินคืนก็ยังไม่รู้จะไปตามจากใคร ตอนนี้มีผู้เสียหายออกมาแสดงตัวกันเรื่อยๆ บางคนบอกว่าติดต่อใครไม่ได้เลย ทางแอดมินหรือทางศูนย์ปัดความผิดชอบ บางคนบอกว่าพยายามตามเรื่องมานานแล้วแต่ยังไม่มีวี่แว่วและความชัดเจนใดๆ สิ่งที่ผู้เสียหายอยากรู้ที่สุดตอนนี้ไม่ใช่อะไรอื่น แต่คือเงินที่จ่ายไปกับรถที่ยังไม่ได้รับ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ และจะมีทางออกให้กับคนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร พร้อมทั้งยังบอกอีกว่า ใครอย่ามาโลกสวยว่าแขวนคนตายนะ ลองคุณจ่ายเงินเป็นแสนแล้วไม่ได้รถ ไม่ได้ห่าอะไรเลยจะรู้สึกยังไงบ้าง”

 

หลังโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยบางรายอ้างตัวว่าเป็นผู้เสียหายเช่นกัน พร้อมเล่าประสบการณ์ที่คล้ายคลึงกัน โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า แกน่าจะเอาเล่มทะเบียนนรถไปค้ำประกันเงินกู้ไว้กับนายทุนครับ แกตายนายทุนก็มายึดรถไปหมด กรรมเลยตกที่ลูกค้าที่จ่ายเงินจองไว้ อีกคอมเมนต์บอกว่า คิดว่ามีนายทุนมาเอารถ เอาเล่มไปหมดละจาขับผ่านทุกวันเลย ซึ่งทางด้านเพจซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็เข้ามาตอบกลับบอกว่า เค้าบอกโชว์รูมตอนนี้ร้างแล้ว แต่นายทุนก็ไม่ผิดนะ ถ้าลุงไปเอาเงินเค้ามาจริง แม้ลุงจะเสียไปแล้ว แต่หนี้สินไม่ได้จบตามไปด้วย ขณะที่บางรายระบุว่า ผม 1ในนั้นคับ รอดำเนิการกับคุณหญิงนุ้ย กรรมการบริษัทอยู่คับ มูลค่า 3แสนบาทถ้วน โอนเงินค่ารถไม่ได้รถ ด้านเพจซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็เข้ามาตอบกลับบอกว่า ลองเปลี่ยนจากดำเนินการ เป็นดำเนินคดีดู เผื่อจะมีอะไรคืบหน้าบ้าง ,นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตแสดงความคิดเห็นอีกว่า จริงค่ะ จ่ายไปเป็นล้าน เหมือนได้รถเถื่อนค่ะ ตอนนี้ กรรมการ ไม่อ่านไลน์ แอดมิน หนีหมดค่ะ เห็นว่ารอปิดบริษัท , เคยเตือนไปล่ะ ราว 20 ปีก่อนคนๆนี้ก้อมีเคสแบบนี้ที่หาดใหญ่ คาดว่าน่าจะติดคุกหลายปี ออกมาแล้วไปหากินที่กระบี่ ภูเก็ต สมัยก่อนขายรถนำเข้า ขายรถแต่โอนไม่ได้ , จองรถไป150,000 ไม่ได้รถ เหมือนกันค่ะ

ประเด็นที่ทำให้เรื่องนี้ยิ่งน่าจับตา คือหลายรายระบุว่า ได้โอนเงินไปก่อนที่ลุงเจ้ยจะเสียชีวิต ทำให้หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทุกอย่างเหมือนหยุดอยู่กลางทาง คนที่รอรถก็ยังต้องรอ ส่วนคนที่อยากได้เงินคืนก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปติดตามจากใคร งานนี้ทำให้คำถามสำคัญที่หลายคนอยากรู้ตอนนี้ คือ เงินที่จ่ายไปแล้วกับรถที่ยังไม่ได้รับ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ และจะมีแนวทางช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างไรต่อไป

ขณะเดียวกันเมื่อวานนี้ ในรายการโหนกระแส ก็ได้หยิบประเด็นผู้เสียหายจากการประมูลรถผ่านเพจ “ลุงเจ้ย ภูเก็ต” มาพูดคุย

หนึ่งในผู้เสียหายคือ “คุณกิ๊ก” ที่ประมูลรถไฟฟ้า ORA Good Cat สีฟ้า ปี 2021 ได้ในราคา 340,000 บาท หลังชนะประมูลวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ก็โอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเป็น 2 รอบ รวม 340,000 บาท โดยทางเต็นท์แจ้งว่าจะส่งรถให้ภายในไม่เกิน 1 สัปดาห์ แต่พอครบกำหนด วันที่ 13 พฤษภาคม รถกลับยังไม่มา เมื่อคุณกิ๊กตามเรื่องก็ถูกบอกว่ายังไม่มีรถสไลด์มาส่ง แม้เจ้าตัวจะเสนอออกค่าใช้จ่ายรถสไลด์เอง ก็ยังไม่ได้รับรถ จนวันที่ 15 พฤษภาคม มีคนโทรมาแจ้งว่า ลุงเจ้ยเสียชีวิตแล้ว และยังนำรถออกมาไม่ได้ เพราะลุงเจ้ยเป็นคนตัดสินใจได้คนเดียว สุดท้ายคุณกิ๊กไปแจ้งความ และมีการออกหมายเรียกกรรมการบริษัทแล้ว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทั้งรถและเล่ม

“คุณกุ๊ก” อดีตผู้จัดการเต็นท์รถลุงเจ้ย ซึ่งทำงานกับลุงเจ้ยมาประมาณ 5-6 ปี เล่าว่า เดิมลุงเจ้ยไม่ได้เริ่มจากการเปิดเต็นท์รถ แต่เริ่มจากการซื้อรถมาขายต่อ คล้ายพ่อค้าคนกลาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยายมาเป็นเต็นท์รถที่กระบี่และภูเก็ต และเริ่มทำคอนเทนต์ขายรถจนมีชื่อเสียง
คุณกุ๊กยังอธิบายว่า การประมูลรถแบบออนไลน์เพิ่งเริ่มขึ้นช่วงประมาณ 3-4 เดือนก่อนลุงเจ้ยเสียชีวิต ก่อนหน้านั้นส่วนใหญ่เป็นการถ่ายคลิปขายรถตามปกติ

ส่วนโครงสร้างที่ทำให้เรื่องซับซ้อน คือมี “นายทุน” เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนายทุนจะออกเงินซื้อรถ แล้วเก็บเล่มทะเบียนกับชุดโอนลอยไว้ ส่วนตัวรถจะนำไปจอดอยู่ที่เต็นท์ เพื่อให้ลุงเจ้ยขายหรือทำคอนเทนต์ ตามระบบปกติ ถ้าขายรถได้ ต้องนำเงินไปเคลียร์กับนายทุน เพื่อเอาเล่มและชุดโอนมาให้ลูกค้า แต่ถ้าเงินถูกนำไปหมุนก่อน หรือยังไม่เคลียร์กับนายทุน ลูกค้าก็จะกลายเป็นคนที่จ่ายเงินแล้ว แต่ไม่ได้เล่ม หรือบางรายไม่ได้ทั้งรถและเล่มในรายการยังพูดถึงประเด็นชื่อบริษัทด้วยว่า เพจใช้ชื่อ “ลุงเจ้ย ภูเก็ต” แต่เวลาโอนเงิน ผู้เสียหายหลายรายโอนเข้าบัญชีบริษัท The Car Gallery หรือบางรายโอนเข้าบัญชีของคุณปรารถนา ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท ขณะที่ผู้เสียหายระบุว่า ลุงเจ้ยไม่มีชื่อเป็นกรรมการบริษัท
ตรงนี้ทั้ง “หนุ่ม กรรชัย” และ “ทนายตุ๋ย” ตั้งข้อสังเกตว่า ถ้าธุรกิจใช้ชื่อและหน้าของลุงเจ้ยสร้างความน่าเชื่อถือ แต่ตัวบริษัทไม่ได้อยู่ในชื่อลุงเจ้ย และมีบุคคลอื่นเป็นกรรมการบริษัท ก็เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบให้ชัดว่า ใครเป็นผู้บริหารจัดการจริง ใครรับเงิน และใครต้องรับผิดชอบ

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแชตบางส่วนระหว่างคุณกุ๊กกับภรรยาของลุงเจ้ย ที่มีข้อความในทำนองว่า “อย่าพูดอะไรมาก ถ้าพูดมาพังหมด” ทำให้หนุ่มตั้งข้อสังเกตว่า คำว่า “พังหมด” อาจสะท้อนว่าคนในระบบรู้อะไรบางอย่าง จึงมองว่าตำรวจควรเรียกภรรยาของลุงเจ้ย คุณปรารถนา อดีตทีมงาน นายทุน และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ

ผู้เสียหายรายที่สองคือ “คุณพอน” ที่ประมูลรถ Honda Civic Coupe ปี 2543 ได้ในราคา 138,000 บาท โดยเจ้าตัวเล่าว่า พ่อเห็นโพสต์ประมูลในเพจลุงเจ้ย ก่อนปิดประมูลประมาณ 5 นาที ราคาตอนนั้นอยู่ที่ 137,000 บาท คุณพอนจึงใส่ราคา 138,000 บาทและชนะประมูล
หลังจากนั้นแอดมินขอไลน์ ส่งรูปและเอกสารรถมาให้ พร้อมแจ้งให้โอนเงิน คุณพอนขอมัดจำก่อน 10,000 บาท และโอนส่วนที่เหลือในวันถัดไป แต่เจ้าตัวยอมรับว่าโอนเกินไป จากยอด 138,000 บาท กลายเป็นโอนไป 147,000 บาทเมื่อถึงวันนัดรับรถที่กระบี่ วันที่ 13 พฤษภาคม กลับไม่มีรถให้รับ โดยถูกบอกว่ารถกำลังซ่อมอยู่ พอขอดูรถก็ไม่ได้รับคำตอบชัดเจน ต่อมายิ่งพีคขึ้นไปอีก เมื่อคุณพอนเล่าว่าเจอนายทุนคนหนึ่งที่เต็นท์ และนายทุนบอกว่า รถ Civic คันดังกล่าวพร้อมเล่มอยู่กับเขา ถ้าอยากได้รถ ต้องไปเอาเงินคืนจาก The Car Gallery หรือให้บริษัทโอนเงินให้เขาก่อน เขาถึงจะปล่อยรถให้

ซึ่งคุณพอนจ่ายเงินให้เต็นท์แล้ว แต่รถกับเล่มกลับไปอยู่กับนายทุนอีกคนหนึ่ง และหลังจากนั้นก็ติดต่อเซลล์หรือคนที่เกี่ยวข้องได้ยากขึ้น สุดท้ายมีการบอกให้ไปตามกับ “คุณปรารถนา” ซึ่งเป็นกรรมการบริษัท

ผู้เสียหายรายที่สามคือ “คุณออฟ” ที่ประมูล Mini Cooper ไฟฟ้าได้ในราคา 570,000 บาท เพราะเห็นว่าเพจลุงเจ้ยเป็นเพจดัง มีผู้ติดตามเยอะและดูน่าเชื่อถือ โดยคุณออฟชนะประมูลวันที่ 6 พฤษภาคม และโอนเงินวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 พร้อมจ่ายค่ารถเทรลเลอร์อีก 4,500 บาท เพื่อให้ส่งรถจากภาคใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ แต่พอถึงวันที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันที่ควรส่งรถ ทางฝั่งเต็นท์กลับเริ่มบ่ายเบี่ยง บอกว่ายังไม่มีรถเทรลเลอร์จากใต้ขึ้นมากรุงเทพฯ จากนั้นก็เลื่อนเรื่อย ๆ จนลุงเจ้ยล้มป่วยและเสียชีวิต สุดท้ายคุณออฟก็ยังไม่ได้รถ และได้ไปแจ้งความเป็นคดีออนไลน์แล้ว

ขณะที่ “หนุ่ม กรรชัย” ก็ย้ำว่า ตอนนี้ต้องตามหา “เส้นเงิน” เพราะเงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าบริษัท แล้วมีข้อมูลว่าอาจถูกโอนต่อไปยังบัญชีคุณปรารถนา และจากบัญชีนั้นอาจมีการโอนออกไปอีก จึงต้องตรวจสอบให้ได้ว่าเงินไปจบที่ใคร พร้อมแนะนำว่า ผู้เสียหายควรรวมตัวกันและไปร้องกับกองปราบ หรือแจ้งความอย่างเป็นระบบ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ผู้เสียหายรายเดียว แต่มีหลายคนที่เจอรูปแบบคล้ายกัน และความเสียหายอาจแตะหลักหลายสิบล้านไปจนถึงหลักร้อยล้านในมุมกฎหมาย “ทนายตุ๋ย” ชี้ว่า เรื่องนี้ต้องไล่ให้ชัดเป็นขั้นตอนว่า รถถูกขายอย่างไร เงินโอนเข้าบัญชีบริษัทหรือบัญชีใคร จากนั้นเงินถูกโอนต่อไปที่ไหน ใครเป็นคนรับเงิน ใครถือเล่ม ใครถือชุดโอน และใครรู้เห็นกับระบบนี้บ้าง ทนายตุ๋ยยังชี้ว่า คุณกุ๊กเองในฐานะอดีตผู้จัดการ ก็ต้องให้ข้อมูลกับตำรวจเช่นกัน เพราะเป็นคนที่รู้ระบบภายในบางส่วน รู้ว่านายทุนคือใคร รถบางคันอยู่ที่ไหน และเล่มหรือเอกสารอยู่กับใครบ้าง

พร้อมฝากเตือนว่า การซื้อหรือประมูลรถผ่านออนไลน์ต้องระวังมาก ควรเห็นรถจริง เห็นเล่มจริง ตรวจสอบชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ให้ชัด และไม่ควรโอนเงินเต็มจำนวนทันทีเพียงเพราะเชื่อในชื่อเสียงของเพจหรือคนขาย เพราะเคสนี้สะท้อนชัดว่า ความน่าเชื่อถือบนออนไลน์ อาจไม่พอ หากเอกสารและกรรมสิทธิ์รถไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม คดีนี้ยังมีหลายจุดที่ต้องรอการตรวจสอบ ทั้งเส้นทางการเงิน บัญชีบริษัท รายชื่อกรรมการ ผู้ถือเล่มทะเบียน นายทุน รวมถึงคนที่เกี่ยวข้องกับการรับเงินและการขายรถทั้งหมด หลังจากนี้ต้องจับตาว่า ผู้เสียหายจะรวมตัวไปร้องกองปราบตามที่หนุ่ม กรรชัยแนะนำหรือไม่ และตำรวจจะเรียกใครมาสอบปากคำเพิ่มเติมบ้าง เพราะสำหรับผู้เสียหายหลายคน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ซื้อรถแล้วไม่ได้รถ” แต่มันคือเงินหลักแสนหลักล้านที่จ่ายไปแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าจะได้รถ ได้เล่ม หรือได้เงินคืนเมื่อไหร่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ

#ลุงเจ้ยภูเก็ต #เต็นท์รถลุงเจ้ย #TheCarGallery #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายตุ๋ย #ซ้อเปาเรื่องนี้ต้องใส่ใจ #ประมูลรถ #ประมูลรถออนไลน์ #ประมูลรถได้ลม #รถมือสอง #ซื้อรถไม่ได้รถ #ไม่ได้เล่มทะเบียน #โอนเงินซื้อรถ #ผู้เสียหาย #คุณกิ๊ก #คุณพอน #คุณออฟ #คุณกุ๊ก #นายทุนรถมือสอง #เล่มทะเบียน #ชุดโอนลอย #เส้นทางการเงิน #กองปราบ #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.