Sunday, 13 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

เปิดอีกมุม! ศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ ปมฝังใจ20ปี อ้างเคยถูกกลั่นแกล้งต่อหน้า ‘ครู’ 1ในผู้เสียชีวิต

เหตุสลดภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ยังมีข้อมูลใหม่ออกมาต่อเนื่องค่ะ ล่าสุดมีรายงานผู้สูญเสียเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้ความสูญเสียจากเหตุการณ์ทั้งหมดเพิ่มเป็น 9 ราย ขณะเดียวกัน “มาร์ค” เพื่อนสนิทของผู้ก่อเหตุ ออกมาให้ข้อมูลอีกด้าน ยืนยันตลอดช่วงที่คบกันไม่เคยเห็นเพื่อนถูกกลั่นแกล้งตามข้อมูลที่แชร์กัน แต่เคยได้ยินเจ้าตัวบ่นถึงปัญหาด้านการเรียนกับครูบางราย และยังเผยว่า ก่อนหน้านี้เคยนำปืนบีบีกันมาเล่นในโรงเรียนจนถูกยึดและตัดคะแนนความประพฤติ ด้านศิษย์เก่ารายหนึ่งกลับเปิดประสบการณ์เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน อ้างเคยเผชิญการกลั่นแกล้งและไม่ได้รับความช่วยเหลือ จนเกิดคำถามใหญ่ในสังคมว่า เรากำลังค้นหาต้นเหตุของปัญหา หรือกำลังรีบหาคนมารับผิดแทนกันแน่ค่ะ

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นร้อนที่ถูกจับตาอย่างหนัก หลังเกิดโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยก่อนหน้านี้มีรายงานผู้เสียชีวิต 8 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายราย โดยหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์อ้างว่า ผู้ก่อเหตุเคยถูกกลั่นแกล้ง ถูกไถเงิน รวมถึงก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งวัน เคยถูกขังอยู่ในห้องน้ำ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในส่วนนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ และยังต้องรอผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่อีกครั้งค่ะ

ขณะที่ล่าสุดค่ะ มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพิ่มเป็น 9 รายแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่ยังคงเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อหาคำตอบให้ชัดเจนว่า สาเหตุและแรงจูงใจที่แท้จริงของเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดจากอะไรกันแน่ค่ะ

โดยมาร์ค(นามสมมติ) เพื่อนสนิทของผู้ก่อเหตุ ได้ออกมาให้ข้อมูลหลังเข้าให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ โดยมาร์คเล่าว่า รู้จักกับผู้ก่อเหตุมานาน มองว่าเพื่อนเป็นคนค่อนข้างเงียบ ไม่ค่อยพูดกับใคร และมักนั่งอยู่บริเวณด้านหลังห้อง แต่ตลอดเวลาที่รู้จักกัน เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเพื่อนถูกกลั่นแกล้งหรือถูกกระทำตามที่มีการแชร์กันในโลกออนไลน์ พร้อมบอกว่า เรื่องที่อ้างว่าเคยถูกขังอยู่ในห้องน้ำหรือถูกแกล้งมาเป็นเวลานานนั้น ไม่ตรงกับสิ่งที่ตัวเองเคยพบเห็นค่ะ

โดยมาร์คบอกว่าเพื่อนเคยมีปัญหาอยู่บ้าง คือเรื่องการเรียน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย ซึ่งผู้ก่อเหตุเคยบ่นให้ฟังว่า ตัวเองติด 0 ทั้งที่ส่งงานครบ รวมถึงบ่นเรื่องการบ้านและความเข้มงวดของครู และต้องแก้ผลการเรียนอยู่หลายครั้งกว่าจะผ่าน อีกหนึ่งข้อมูลที่น่าสนใจค่ะคือ มาร์คบอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยนำบีบีกันมาอวดและเล่นภายในโรงเรียนครั้งหนึ่ง จนมีนักเรียนไปแจ้งครู ก่อนที่ของดังกล่าวจะถูกยึดและมีการตัดคะแนนความประพฤติตามกฎของโรงเรียน ส่วนช่วงก่อนเกิดเหตุ มาร์คเล่าว่า ทุกอย่างยังดำเนินไปตามปกติ นักเรียนเข้าแถวและเรียนหนังสือตามปกติ โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงคาบเรียนที่ 2 และก่อนหน้านั้นไม่ได้สังเกตเห็นบรรยากาศผิดปกติจากเพื่อนเลย

โดยทางป้าของผู้ก่อเหตุ เล่าว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนค่อนข้างเรียบร้อย ไม่ค่อยออกไปไหน และใช้ชีวิตอยู่กับปู่กับย่าที่บ้าน ซึ่งทั้งสองคนรักและดูแลหลานเป็นอย่างดี ภายในบ้านเองก็ไม่เคยเห็นว่ามีปัญหาหรือทะเลาะกันรุนแรง ส่วนพ่อและแม่แยกทางกันมาประมาณ 2 ปี แต่ยังมีการไปมาหาสู่กันอยู่ค่ะ ส่วนอาวุธที่ถูกนำมาใช้ในวันเกิดเหตุ ป้ายืนยันว่าเป็นของคุณปู่ ซึ่งมีไว้โดยถูกต้องตามกฎหมายและเก็บไว้ภายในบ้าน ขณะที่ลุงผู้ก่อเหตุให้ข้อมูลว่า ปกติจะเก็บอาวุธไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอนชั้น 2 และล็อกเอาไว้ตลอด จึงไม่ทราบว่าผู้ก่อเหตุรู้และนำออกมาได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อค่ะ

โดยต่อมาค่ะก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่าตัวเองเคยเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียนเทพศิรินทร์ ออกมาเล่าประสบการณ์ของตัวเองเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน โดยเจ้าตัวบอกว่า ช่วงที่เรียนอยู่ประมาณ ม.2–ม.3 เคยถูกเพื่อนรีดไถเงิน ขโมยและซ่อนของ ถูกกีดกันจากกลุ่มเพื่อน ถูกขังอยู่ในห้องเรียนและห้องน้ำ รวมถึงเคยถูกกระทำต่อหน้าคนอื่นหลายครั้ง และอ้างว่า แม้จะพยายามขอความช่วยเหลือจากครูประจำชั้นและฝ่ายปกครอง แต่กลับรู้สึกว่าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างที่ควรจะเป็น

ศิษย์เก่ารายนี้ยังเล่าถึงประสบการณ์กับครูบางคนที่เจ้าตัวมองว่าส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ จนสุดท้ายไม่สามารถเรียนต่อในสภาพแวดล้อมดังกล่าวได้ และปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงวัยเรียนนั้นยังคงทิ้งผลกระทบทางจิตใจมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวย้ำชัดว่า การออกมาเล่าเรื่องนี้ ไม่ได้ต้องการฟอกขาวหรือแก้ตัวให้กับผู้ก่อเหตุ แต่ต้องการสะท้อนว่า ปัญหาการกลั่นแกล้งและการที่ผู้เรียนรู้สึกว่าไม่ได้รับความช่วยเหลือ เป็นสิ่งที่ควรถูกนำกลับมาตรวจสอบอย่างจริงจัง และมองว่า หากระบบมีปัญหา ก็ควรแก้ไขเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับคนรุ่นต่อไปค่ะ

เจ้าตัวยังบอกว่า ในช่วงเวลานั้นเคยรู้สึกโกรธและเกลียดทั้งกลุ่มที่กลั่นแกล้ง รวมถึงผู้ใหญ่ที่รับรู้ปัญหาแต่ไม่ช่วยเหลือ ถึงขั้นเคยคิดจะพกของมีคมไว้ป้องกันตัวเอง แต่สุดท้ายไม่ได้ทำ และมองว่าหากตอนนั้นตัดสินใจผิดเพียงนิดเดียว ชีวิตอาจเปลี่ยนไปอีกทางหนึ่ง พร้อมบอกว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ในวัยเรียนยังคงติดตามมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งปัญหาสุขภาพจิตและความทรงจำที่ยังทำให้รู้สึกหวาดกลัว จนต้องเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ตัดขาดจากคนที่รู้จักตัวตนในอดีต และพยายามลบเรื่องราวช่วงนั้นออกจากชีวิต ต่อมาค่ะศิษย์เก่ารายดังกล่าวยังได้โพสต์ข้อความอีกว่า หนึ่งในครูที่ถูกยิงเสียชีวิต เคยเห็นเราถูกทำร้ายต่อหน้าแล้วนิ่งเฉย ไม่ช่วยแถมยังหัวเราะใส่

นอกจากนี้ ศิษย์เก่ารายนี้ยังโพสต์อีกว่า ผมไม่ต้องการซ้ำเติมผู้เสียชีวิต ผมไม่ต้องการประจานผู้กระทำผิด แต่ผมต้องการให้สังคมตระหนักรู้ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่เรื่องเด็กๆอีกต่อไป ปัญหาที่เกิดซ้ำๆสิบกว่าปี ยังไม่เคยได้รับการแก้ไข แล้วเราจะปล่อยให้ลูกเรา หลานเรา อนาคตของชาติ ต้องมาเจอกับเหตุการณ์แบบนี้จริงๆเหรอทั้งบาดเจ็บ เสียชีวิต รวมไปถึงความเสียหายทางจิตใจ ต่อเหตุการณ์สยองขวัญที่เกิดขึ้น จะต้องให้มีเหยื่ออีกกี่คน

 และแน่นอนว่า เมื่อเรื่องของการบูลลี่ ประเด็นติด 0 และความสัมพันธ์กับครูถูกโยงเข้ามาพูดถึงมากขึ้น ก็เกิดการถกเถียงอีกด้านตามมาทันทีค่ะ โดยเพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ได้ออกมาเตือนสติสังคมว่า อย่าเพิ่งนำข้อมูลที่ยังไม่ชัดเจนไปใช้ “แขวน” บุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือพยายามหาคนผิดเพิ่ม โดยทางเพจระบุข้อความว่า **อะไรกันเนี่ย…. ตอนนี้เหมือนสังคมกำลังหา “คนผิดเพิ่ม” ด้วยการล่าแม่มด ช่วยกันฟอกขาวให้อาชญากรเด็ก แล้วเอาหน้าครูภาษาไทยมาแขวนให้รถทัวร์ไปรุมทึ้ง เพียงเพราะเด็กได้ 0 วิชาภาษาไทย ทั้งที่วิชาอื่นได้คะแนนดี แต่เดี๋ยวก่อน มีสติกันนิด ใครบอกว่าภาษาไทยเป็นวิชาง่าย? เอาตรงๆ เป็นคนไทยไม่ได้แปลว่าจะต้องเก่งวิชาภาษาไทยทุกคน บางคนก็คิดว่าเป็นวิชาง่ายๆ ไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องติว ไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก สุดท้ายคะแนนออกมาไม่ดีก็มีเยอะแยะ ที่สำคัญ การได้ 0 วิชาหนึ่ง กับการตัดสินใจก่อเหตุรุนแรง มันคนละเรื่องกัน ถ้ายังไม่มีหลักฐานว่า “ครูคนนี้” เป็นต้นเหตุ ก็ไม่ควรเอารูปเอาชื่อเขามาแขวน แล้วโยนบาปทุกอย่างไปให้ครู พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยว่า ไม่คิดว่าเด็กมันไม่ตั้งใจอ่านหนังสือบ้างล่ะ ? แล้วมันสามารถแก้ศูนย์ได้นะ ไม่ใช่ได้ 0 แล้วนึกจะถือ ป ไปยิงใครก็ได้ ไม่งั้นเพื่อนๆ ซ้อหลายคน ไม่ ย ครูคณิต ตุยเย่ตั้งแต่ ม.1-ม.6 หมดเลยหรอ

 

โดยทางด้านซ้อเปา ก็ยังได้โพสอีกว่า สอบไม่ผ่านติด 0 แก้แล้วยังไม่ผ่าน ต้องโทษครูหรือโทษเด็ก พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า สมมติ เด็กแก้มา 1 รอบแล้ว แต่ยังไม่ผ่าน แล้วจะให้ครูทำยังไง? ให้ปล่อยผ่านทั้งที่งานยังไม่ผ่านเหรอ? การให้แก้ใหม่ไม่ได้แปลว่าครูใจร้าย ถ้ามันยังไม่ถึงเกณฑ์ ก็คือไม่ผ่าน มันมีแค่นั้นเลย อีกอย่างเพื่อนสนิทบอกว่า เพื่อนเคยมาบ่นว่า ครูชอบให้การบ้านเยอะ ทำไม่ไหว ถ้าแบบนี้ไม่พอใจครู ก็เลยคิดจะ ย ครูงั้นหรอ ? อีกคอมเมนต์บอกว่า อวยไอ้เด็กเปxx นี่กันไปเถอะ อีกหน่อยพอใครติดศูนย์ เกิดเจอเด็กเหี้ยคิดเลียนแบบเคสนี้ แม่งถือ ป มายิงครู คนแม่งก็จะเห็นใจ

อย่างไรก็ตามค่ะ เรื่องราวทั้งหมดที่ศิษย์เก่ารายนี้ออกมาเปิดเผย ยังเป็นคำบอกเล่าจากประสบการณ์ส่วนตัวที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ขณะที่ครูบางรายที่ถูกกล่าวถึงก็ไม่สามารถออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในอีกมุมได้แล้ว ดังนั้นข้อมูลในส่วนนี้จึงควรรับฟังด้วยความระมัดระวัง และแยกออกจากข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ชัดเจนค่ะ

ท้ายที่สุดแล้ว เหตุสะเทือนใจครั้งนี้ยังมีอีกหลายคำถามที่รอคำตอบค่ะ ทั้งเรื่องแรงจูงใจของผู้ก่อเหตุ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น รวมถึงข้อเท็จจริงของข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกเปิดเผยออกมาในช่วงนี้ ขณะเดียวกัน เรื่องราวจากศิษย์เก่ารายนี้ก็ทำให้สังคมต้องกลับมาตั้งคำถามสำคัญอีกครั้งว่า เราจะปล่อยให้สิ่งที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง “เรื่องของเด็ก” ถูกละเลยไป จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ในวันที่ทุกอย่างสายเกินแก้อีกหรือไม่

เพราะสิ่งที่ทุกฝ่ายควรร่วมกันหาคำตอบหลังจากนี้ อาจไม่ใช่เพียงแค่ว่าใครผิดหรือใครถูก แต่คือเราจะทำอย่างไรให้โรงเรียน ครอบครัว และคนรอบตัว เป็นพื้นที่ที่พร้อมรับฟังและช่วยเหลือเมื่อมีปัญหา เพื่อไม่ให้ใครต้องเผชิญกับการกลั่นแกล้ง ความรู้สึกถูกละเลย หรือแบกรับบาดแผลอยู่เพียงลำพัง จนท้ายที่สุดนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่มีใครย้อนกลับไปแก้ไขได้ค่ะ

สุดท้ายนี้ ทาง “ล้อมวงเล่า” ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้สูญเสียทุกคน และขอส่งกำลังใจไปถึงผู้ได้รับผลกระทบ นักเรียน คุณครู บุคลากร รวมถึงทุกครอบครัวที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ครั้งนี้ค่ะ และหวังว่าความสูญเสียที่เกิดขึ้น จะนำไปสู่การทบทวนและแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้ต้องเกิดขึ้นซ้ำกับโรงเรียนหรือครอบครัวใดอีกค่ะ

#เทพศิรินทร์นนทบุรี #เหตุสลด #โรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี #บูลลี่ #กลั่นแกล้งในโรงเรียน #เพื่อนสนิท #ศิษย์เก่า #ซ้อเปา #เรื่องนี้ต้องใส่ใจ #ปัญหาในโรงเรียน #ความปลอดภัยในโรงเรียน #เยียวยา #ข่าวสังคม #ข่าวโซเชียล #ประเด็นสังคม #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.