Tuesday, 28 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘ตำรวจ’ จี้สอบ หนุ่มมั่วบ้านงานประกบ ‘นายกอนุทิน’ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ สังคมแห่วิจารณ์ ล่าสุดคดีพลิก?

กลายเป็นอีกหนึ่งดราม่าร้อนจากเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว หลังชาวเน็ตพากันตั้งคำถามถึงชายในชุดคล้ายเจ้าหน้าที่ ซึ่งปรากฏตัวในพื้นที่ เดินติดตามนายกรัฐมนตรี และให้ข้อมูลกับสื่อหลายสำนัก ก่อนพบว่าเป็น “ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์” อดีตผู้สมัคร ส.ก.เขตพญาไท ในนามกลุ่มกรุงเทพบินได้ ด้านตำรวจเตรียมตรวจสอบสถานะและข้อมูลที่ให้ไว้ทั้งหมด ขณะที่เจ้าตัวยืนยันผ่าน “กัน จอมพลัง” ว่าไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่เป็นจิตอาสาและ อปพร. พร้อมนำหลักฐานมาเปิดเผย

    

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมกำลังจับตาค่ะ ท่ามกลางโศกนาฏกรรมไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ที่สร้างความสูญเสียอย่างหนัก กลับมีชายคนหนึ่งได้รับความสนใจจากโลกออนไลน์ หลังปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ สวมชุดสีดำคล้ายเจ้าหน้าที่ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวหลายสำนัก และยังเดินอยู่ใกล้กับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ระหว่างลงพื้นที่อีกด้วย หลายคนจึงพากันตั้งคำถามว่า ชายคนนี้คือใคร เป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานใด และเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะอะไร เพราะจากภาพที่ปรากฏ เจ้าตัวดูเหมือนจะสามารถเข้าถึงพื้นที่สำคัญ รวมถึงพูดคุยและให้ข้อมูลกับบุคคลหลายฝ่ายได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนมีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ชายคนดังกล่าวคือ ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ หรือที่ถูกเรียกว่า “หมวดนัท” อดีตผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตพญาไท ในนามกลุ่ม “กรุงเทพบินได้”

ขณะเดียวกันก็มีหลายเพจออกมาพูดถึงเรื่องนี้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ต่อมาทางด้าน “แจ็ค แฟนฉัน” ได้โพสต์ภาพที่เคยถ่ายร่วมกับหมวดนัทเมื่อหลายปีก่อน พร้อมแคปชั่นว่า “วลีฮิต มึงใครเนี่ยยยยย คนแชร์รูปเต็มเลย คนส่งรูปมาให้ผมเต็มเลย บอกเลยว่าไม่รู้จักคนในรูปนี้ครับ เค้ามาขอถ่ายรูปกับผมแล้วใส่ชุดทหารห้อยพระสมเด็จไม่รู้แท้หรือเปล่าด้วย ถ้าจะปฏิเสธไม่ให้ถ่ายรูปก็เดี๋ยวก็โดนด่าอีก แต่พี่ดูคลิปมึงสัมภาษณ์ในไทยรัฐมึงเป็นใคร ตอบหน่อย #นายกยังโดนนักข่าวยังโดน”ขณะที่โดม ปกรณ์ ลัม ก็ได้ออกมาโพสต์รูปของหมวดนัท พร้อมระบุข้อความว่า คุ้นๆ เหมือนเคยเจอพี่แก อยู่ที่งานอีเวนต์พารากอน แต่ง เครื่องแบบที่เดินตามประกบผมเลย ไอ้เราก็นึกว่าห้างจัดมาคอยดูแล

เมื่อเวลาประมาณ 16.00น. นายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อถึงชายที่เดินอยู่ใกล้และให้ข้อมูลระหว่างลงพื้นที่ตรวจเหตุเพลิงไหม้ โดยนายกอนุทินบอกว่า ขณะนั้นตนกำลังพูดคุยกับผู้สื่อข่าว จึงไม่ได้สังเกตว่าชายคนดังกล่าวเป็นใคร พร้อมย้อนถามว่า เขาเข้ามาให้ข้อมูลในฐานะอะไร และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ นายกอนุทินระบุว่า ตนไม่ทราบรายละเอียด แต่หากเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เข้ามาให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ก็สามารถรับฟังได้ ส่วนเรื่องการแต่งกายและเครื่องแบบจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ตนไม่ทราบ และต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ตรวจสอบ

อีกด้านหนึ่ง “มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์” หรือ “เต้” ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ ได้โพสต์ข้อความเฟซบุ๊กระบุว่า “ผมขอชื่นชม ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ ผู้สมัคร สก.เขต พญาไท กลุ่มกรุงเทพบินได้ ที่ได้ช่วยเหลือประชาชน ผู้ประสบภัย เข้าเผชิญเหตุเพลิงไหม้ ณ โรงเบียร์ลาดพร้าว ตั้งแต่ 23.47 น. 12/7/69 ถึง 04.15 น. 13/7/69 หมวดนัด รายงานผมตลอดผ่าน เลขาฯ แต่ผมป่วยทานยานอนหลับ จึงมิได้ลงพื้นที่คืนนั้น แต่ลงพื้นที่ช่วงสายแทน ส่วนเลขาฯ ผม ให้หมวดนัดช่วยเหลือตามหน้างานจริงเต็มที่ ตั้งแต่ตั้งแต่ 23.47 น. 12/7/69 ถึง 04.15 น. หมวดนัด รายงานผม ตั้งแต่ เกิดเหตุ จนจบ ผมจึงขอเรียนพี่น้องประชาชนว่า หมวดนัดเป็นพลเมืองดีมาก ครับ”

ขณะที่เพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงหมวดนัท โดยระบุว่า ”แกใครเนี่ย? ”หนุ่มมั่วบ้านงาน“ เดินแจกแกงหม้อเบ้อเร่อ… จากดราม่าที่หลายคนสงสัยว่า “ชายที่แต่งชุดทหารเต็มยศ” ในคืนเกิดเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าวคือใคร ล่าสุดมีการเปิดเผยว่าเขาเป็นจิตอาสา และเคยเป็น อดีตผู้สมัคร ส.ก. ในนามกลุ่ม “กรุงเทพบินได้” ซึ่งเจ้าตัวไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านดับเพลิง และไม่ได้มีหน้าที่ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ดังกล่าว แต่กลับสามารถเดินเข้าไปอยู่ในพื้นที่ จนถูกสื่อหลายสำนักดึงตัวไปสัมภาษณ์ เดินตามติดนายกคอยให้ข้อมูลต่างๆ ในที่เกิดเหตุ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเจ้าตัวเพิ่งกลับจากงานแข่งขัน BB Gun แต่ที่สำคัญคือ เจ้าตัวเป็นหนึ่งในต้นตอของข่าวลือที่ว่า “เจ้าของร้านไม่ยอมให้ลูกค้าออก เพราะต้องจ่ายเงินก่อน” ซึ่งต่อมาเรื่องนี้ถูกแชร์ต่อเป็นวงกว้างทั้งที่ไม่ใช่ข้อมูลจริง ” พร้อมทั้งยังคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ”เพิ่งกลับแข่งจาก BB Gun แต่งใหญ่มาขนาดนี้ แถมเดินตามนายกทั้งงาน เป็นกุ กุก็เชื่อนะ”

และทางเพจซ้อเปาก็ยังได้โพสต์อีกว่า ”แกใครเนี่ย? “หนุ่มมั่วบ้านงาน” ล่าสุด “แช็ค นัธวินทร์” ผู้ประกาศข่าวจากไทยรัฐทีวี เล่าว่า ช่วงเกิดเหตุทุกคนเข้าใจผิดกันหมด นายกฯ เองก็คิดว่าเป็นทีมกู้ภัย ขณะที่กู้ภัยก็คิดว่าเป็นทีมที่ติดตามนายกฯ ส่วนนักข่าวก็เข้าใจว่าเป็นทีมอารักขาของนายกฯ ก็เลยไม่มีใครเอะใจแต่อย่างใด และไม่มีใครรู้ว่าเค้าเพิ่งออกมาจากงานแข่งขัน BB Gun ขับรถผ่านมาพอดี” พร้อมคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า ”ประสบการณ์ 8 ปีที่ปัตตานี ไม่ได้ไปรบนะ ไปเก็บลองกอง ”

ต่อมา พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทุกคนที่ปรากฏตัวอยู่ภายในสถานที่เกิดเหตุ ถือเป็นพยานบุคคลที่พนักงานสอบสวนอาจต้องเรียกมาสอบปากคำส่วนกรณีของชายที่แต่งกายคล้ายทหาร จะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่าเป็นทหารหรือเจ้าหน้าที่จริงหรือไม่ หรือเป็นบุคคลภายนอกที่แต่งกายเข้ามาในพื้นที่ พร้อมระบุว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่จริง แต่มีการแอบอ้างหรือแต่งกายเข้ามาเพื่อสร้างสถานการณ์ ตำรวจจะพิจารณาข้อกฎหมายทันทีว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานใด และจะดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนี้ ข้อมูลต่าง ๆ ที่ชายคนดังกล่าวให้ไว้กับนายกรัฐมนตรีและสื่อมวลชน จะต้องถูกนำมาตรวจสอบกับข้อเท็จจริงอีกครั้ง ว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องหรือเป็นข้อมูลเท็จที่อาจสร้างความเสียหายหรือไม่ รวมถึงต้องตรวจสอบเจตนาของผู้ให้ข้อมูลด้วย  และล่าสุดเมื่อเวลา 17.45 น. ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ หรือหมวดนัท ได้ไลฟ์สดเปิดใจกับ “กัน จอมพลัง” ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “กัน จอมพลัง” เพื่อตอบข้อสงสัยว่า เจ้าตัวเป็นข้าราชการหรือไม่ และเข้าไปในพื้นที่ในลักษณะ “มั่วบ้านงาน” ตามที่ถูกวิจารณ์หรือเปล่า หมวดนัทยืนยันว่า ตนไม่ได้เป็นข้าราชการและไม่ได้รับเงินเดือนจากทางราชการ ส่วนภาพที่เห็นว่าแต่งกายคล้ายทหารนั้น เจ้าตัวอธิบายว่า วันเกิดเหตุเป็นวันอาทิตย์ และตนได้ไปร่วมกิจกรรมยุทธกีฬาบีบีกันกับ “น้องราชา” นักศึกษาวิชาทหาร ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง

เจ้าตัวบอกว่า ปกติแทบไม่ได้แต่งชุดในลักษณะดังกล่าว แต่วันนั้นเดินทางกลับช่วงประมาณ 2–3 ทุ่ม ก่อนแวะรับประทานอาหาร กระทั่งได้รับแจ้งเหตุผ่านกลุ่มไลน์ อปพร. จึงตัดสินใจเข้าไปช่วยเหลือ หมวดนัทระบุว่า ตนเคยผ่านการอบรมการกู้ภัยในอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ และการฝึกแผนเผชิญเหตุจากหน่วยงานของกรุงเทพมหานคร จึงมองว่าสามารถเข้าไปช่วยงานได้ ส่วนสาเหตุที่กลับมาใส่ชุดและอุปกรณ์เต็มตัวก่อนเข้าไปในพื้นที่ เจ้าตัวให้เหตุผลว่า ต้องการป้องกันตัวเองจากเปลวไฟ เศษวัสดุหรือชิ้นส่วนอาคาร รวมถึงพื้นเปียกลื่นจากการฉีดน้ำ เพราะหากเข้าไปโดยไม่มีอุปกรณ์แล้วได้รับอันตราย ก็อาจกลายเป็นผู้ประสบภัยเพิ่มอีกคน

สำหรับกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่า เป็น อปพร.เขตพญาไท แต่เหตุเกิดในพื้นที่เขตจตุจักร แล้วเหตุใดจึงเข้าไปช่วยงานได้ หมวดนัทยืนยันว่า หากเกิดเหตุใหญ่และตนอยู่ใกล้ สามารถเข้าไปรายงานตัวเพื่อขอช่วยงานเจ้าหน้าที่ได้ โดยวันนั้นเข้าไปในฐานะจิตอาสาและ อปพร. พร้อมยืนยันว่ามีบัตรประจำตัวจริง และพร้อมเปิดเผยตัวตนให้ตรวจสอบทั้งหมด
ส่วนบัตร มทบ.11 ที่ติดอยู่กับตัว หมวดนัทชี้แจงว่า เป็นบัตรประจำตัวกำลังพลสำรอง เนื่องจากเคยเรียนวิชาทหารและได้รับการเลื่อนยศจนเป็นว่าที่ร้อยโท ขณะที่คำว่า “หมวด” เป็นเพียงคำเรียกทั่วไปของนายทหารยศร้อยตรีหรือร้อยโท ไม่ใช่ชื่อตำแหน่งราชการโดยตรง

     กรณีเดินตามนายกรัฐมนตรีเข้าไปในพื้นที่ หมวดนัทยืนยันว่า ไม่ได้รู้จักกับนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว และไม่ได้เดินทางมาพร้อมกัน แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ อปพร. จึงเดินตามเข้าไปเพื่อเรียนรู้การปฏิบัติงานและเก็บประสบการณ์ ส่วนข้อมูลเรื่องประตูหลังร้านถูกล็อก เพราะกลัวลูกค้าหนีโดยไม่จ่ายเงิน เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นเพียงความคิดเห็นหรือข้อสันนิษฐานส่วนตัว ไม่ใช่ข้อมูลยืนยันจากเจ้าหน้าที่

ด้านวิทยุสื่อสาร หมวดนัทบอกว่า ได้ผ่านการอบรมในส่วนของ อปพร. และมีรหัสเรียกขานว่า “พญา 413” พร้อมยืนยันว่ามีหลักฐานรองรับ ส่วนเข็มและเครื่องหมายต่าง ๆ ที่ติดอยู่บริเวณหน้าอก เจ้าตัวยืนยันว่าได้รับมาจริงทั้งหมดและมีเอกสารรับรอง โดยบางรายการเป็นเครื่องหมายกิตติมศักดิ์จากผลงานด้านจิตอาสาที่มีการเสนอให้หน่วยงานพิจารณา ไม่ได้จ่ายเงินซื้อ

รวมถึงเครื่องหมายนักกระโดดร่มชั้นกิตติมศักดิ์ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าได้รับมาอย่างถูกต้อง และไม่มีเครื่องหมาย “เสือคาบดาบ” ตามที่มีการตั้งข้อสงสัยกัน สำหรับภาพที่หมวดนัทเคยแต่งเครื่องแบบตำรวจ เจ้าตัวอธิบายว่า เป็นการแต่งกายเพื่อถ่ายละครในฐานะนักแสดงตัวประกอบ ซึ่งเป็นอาชีพเสริม ไม่ได้เป็นการแอบอ้างว่าเป็นตำรวจจริง ส่วนกรณีเคยเข้าร่วมการฝึกคอบร้าโกลด์ หมวดนัทยืนยันว่า ได้รับเชิญให้เข้าร่วมฝึกในภาคประชาชนด้านการบรรเทาสาธารณภัยอย่างถูกต้อง มีหนังสือเชิญและใบประกาศ โดยในการฝึกมีทั้งพลเรือนและตัวแทนจากมูลนิธิต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

เรียกได้ว่า หลังหมวดนัทออกมาชี้แจงข้อสงสัยต่าง ๆ ผ่านการพูดคุยกับกัน จอมพลังแล้ว หลายคนก็ยิ่งอยากรู้ว่า ที่ผ่านมาเจ้าตัวมีประวัติและประสบการณ์ด้านใดมาบ้าง โดยจากข้อมูลที่มีการเผยแพร่ พบว่า ว่าที่ ร.ท.ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ หรือ “หมวดนัท” ศิษย์เก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย รุ่นที่ 52 ซึ่งมีข้อมูลเผยแพร่ว่า เจ้าตัวเริ่มทำงานอาสาสมัครในพื้นที่เขตพญาไทมาตั้งแต่อายุ 18 ปี จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลากว่า 18 ปี โดยทำงานช่วยเหลือสังคมในหลายด้านและไม่ได้รับค่าตอบแทน

      

ในส่วนของงานภาคประชาสังคม หมวดนัทมีประสบการณ์เป็นอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน หรือ อปพร. มานาน 18 ปี มีส่วนร่วมกับชมรมการกำลังสำรองแห่งประเทศไทยประมา ณ 8 ปี และทำงานด้านประชาชนจิตอาสา รวมถึงกิจกรรมเพื่อสังคมต่าง ๆ อีกประมาณ 7 ปี โดยยึดแนวคิดว่า “อาสาสมัครทำงานเป็นวินาที เพราะทุกวินาทีคือชีวิตของผู้ประสบภัย” ส่วนประวัติการทำงาน มีข้อมูลระบุว่า หมวดนัทเคยเป็นผู้ช่วยดำเนินงานของสมาชิกวุฒิสภา เคยดำรงตำแหน่งเลขานุการประจำคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา รวมถึงเคยเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย เมื่อปี 2567 นอกจากนี้ ยังเคยทำงานด้านพัฒนาบุคลากรในโรงพยาบาลและคลินิกการแพทย์แผนจีน เคยเป็นเลขานุการกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทเอกชนด้านน้ำตาล รวมถึงมีประสบการณ์เป็นผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการและผู้จัดการฝ่ายฝึกอบรมในบริษัทรักษาความปลอดภัยเอกชนหลายแห่ง

            และแม้หมวดนัทจะออกมาชี้แจงทั้งเรื่องสถานะ ที่มาของเครื่องแบบ บัตร เครื่องหมาย รวมถึงประสบการณ์ด้านงานอาสาสมัครอย่างละเอียดแล้ว แต่หลายประเด็นก็ยังต้องรอการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ โดยเฉพาะสิทธิในการเข้าพื้นที่เกิดเหตุ การแต่งกาย และความถูกต้องของข้อมูลที่นำไปบอกต่อกับสื่อ
#หมวดนัท #ชิตพงศ์ขัตตพงษ์ #กันจอมพลัง #มึงใครเนี่ย #หนุ่มมั่วบ้านงาน #ไฟไหม้โรงเบียร์ #โรงเบียร์ณลาดพร้าว #แจ็คแฟนฉัน #อนุทินชาญวีรกูล #มงคลกิตติ์ #ซ้อเปา #กรุงเทพบินได้ #BBGun #อปพร #พญา413 #มทบ11 #คอบร้าโกลด์ #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.