ดราม่าแข่งรถโกคาร์ตของเด็กยังไม่ทันซา ล่าสุดกลับมีประเด็นใหม่ให้โซเชียลจับตาอีกค่ะ หลัง “หมอของขวัญ” ออกมาโพสต์แซะคำว่า “ลูกพระยานาหมื่น” แบบเจ็บ ๆ ด้วยประโยค “พระยานาหมื่น เจอ พระยานาหมื่นล้านว่ะ” พร้อมตั้งคำถามถึงนิยามคำว่า “ไฮโซ” จนชาวเน็ตพากันนำฐานะและภูมิหลังของสองครอบครัวมาเปรียบเทียบกันสนั่น งานนี้จากสนามแข่งเด็ก กลายเป็นศึกคำพูดของผู้ใหญ่ที่ยิ่งขุดก็ยิ่งเดือดค่ะ


ยังคงเป็นประเด็นหลายคนต่างก็ให้ความสนใจ จากกรณี ดราม่าแข่งรถโกคาร์ต เมื่อต่อมาก็ได้มีการเปิดเผยชนวนเหตุเมื่อ “ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์” (สามีนักร้องดัง เบนซ์ พริกไทย) ซึ่งส่งลูกชาย “น้องลาเลน” ยื่นหนังสือประท้วง “น้องพายุ” ลูกชายสุดที่รักของ “ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต” และ“น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์” เมื่อน้องพายุเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ท่ามกลางความยินดีของกองเชียร์





โดยก่อนหน้านี้ทางด้านเบนซ์ พริกไทย เมื่อเจ้าตัวได้ไปเชียร์ลูกชายถึงขอบสนามแข่งขัน ก่อนที่ต่อมามีการแชร์โพสต์ข้อความ “อึดอัดมากที่ต้องแอ๊บใจเย็น ทั้งที่กูก็ลูกพระยานาหมื่น” รวมทั้งมีการคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยว่า กูก็ไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกนะ งานนี้ก็ยิ่งทำเอาชาวเน็ตแห่วิพากษ์วิจารณ์ และนำไปเชื่อมโยงถึงชนวนเหตุประท้วงผลการแข่งขันในครั้งนี้กันอย่างดุเดือด ก่อนที่ต่อมาเจ้าตัวจะออกมาชี้แจงภายหลังว่า โพสต์ดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับดราม่าการแข่งขัน และไม่ต้องการให้มีการนำไปเชื่อมโยงกับอีกฝ่าย


ขณะที่ล่าสุดค่ะ ประเด็นนี้ก็เดือดขึ้นมาอีกระลอก เมื่อทางด้านหมอของขวัญ ที่เรียกได้ว่าดีกรีก็ไม่ธรรมดาค่ะ เพราะเธอเป็นทั้งเจ้าของคลินิกความงาม รวมไปถึงยังเป็นแจ้าแม่แอร์เมส เบอร์ 1 ของไทย ออกมาโพสต์ข้อความแซะแรงเลยค่ะว่า ”พระยานาหมื่น เจอ พระยานาหมื่นล้านว่ะ และจะมีคำนำหน้าว่า “ไฮโซ” ต้องมีเงินเท่าไหร่ อยากเป็น ไฮโซหมอของขวัญ กะเค้ามั่ง” พร้อมกันนี้ค่ะ ก็ยังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า โดนหลอกทีตั้ง 40 ล้าน กรูต้องได้เป็นไฮโซ


แน่นอนค่ะว่า งานนี้ทำเอาชาวเน็ตแห่เทียบกันชัดๆ ระหว่างพระยานาหมื่นกับพระยานาหมื่นล้าน แข่งบุญแข่งได้ แต่แข่วาสนาไม่ได้จริงๆค่ะ สำหรับ ปอ ตนุภัทร เลิศทวีวิทย์ เจ้าตัวเป็นนักธุรกิจที่คลุกคลีกับวงการรถยนต์มาเป็นเวลานาน เรียนจบจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ และเริ่มต้นหาเงินจากธุรกิจซื้อขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์มาตั้งแต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ขณะอายุประมาณ 18 ปี ด้วยเงินทุนเริ่มต้นราว 9,000 บาท

หลังจากนั้นเมื่ออายุประมาณ 20 ปี ก็เริ่มทำเต็นท์รถยนต์มือสองในชื่อ อินฟินิตี้ คาร์ส เน้นรถแต่ง ก่อนจะเคยลองทำธุรกิจสถานบันเทิงย่านทองหล่ออยู่ช่วงหนึ่ง แต่ดำเนินการได้ประมาณ 7 เดือนก็หยุดไป เพราะมองว่าไม่ใช่เส้นทางที่ตัวเองถนัด
ต่อมาเมื่ออายุประมาณ 26 ปี ปอกลับมาทำธุรกิจรถยนต์อีกครั้ง เปิดธุรกิจในชื่อ คอนเซ็ปต์คาร์ส ซึ่งเน้นรถสปอร์ตและรถเปิดประทุน ก่อนขยายประสบการณ์ในตลาดรถยนต์ และเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจภายใต้ชื่อ ทีเอ็นพี กรุ๊ป และนอกจากเรื่องธุรกิจแล้ว ปอยังชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ต และเป็นผู้ก่อตั้งทีม สิงห์ ดริฟต์ ทีม ในปี 2558 รวมถึงเคยเข้าร่วมการแข่งขันดริฟต์หลายรายการค่ะ

โดย ปอก็ยังเป็นสามีของ เบนซ์ พริกไทย อดีตนักร้องนำวงพริกไทย เจ้าของเพลงฮิตที่แฟนเพลงยุค 2000 คุ้นเคยกันดี แถมดีกรีไม่ธรรมดาเพราะเป็นถึงลูกสาวอดีตนายพลตำรวจ แม้เวลาจะผ่านมา 20 กว่าปี แต่ปัจจุบันเบนซ์ก็ยังร้องเพลงทำมาหากิน ความฮอตไม่มีแผ่ว เพราะคาแรกเตอร์สุดแซ่บ แต่งตัวเซ็กซี่อวดหุ่นสุดเป๊ะ แม้จะเป็นจุดขายที่น่าสนใจกลายเป็นกระแสโด่งดัง แต่ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าโป๊เกินไปไหม ซึ่งเบนซ์เปิดใจว่าเรื่องนี้ครอบครัวคนใกล้ตัวไม่มีปัญหา และมันก็เป็นการสร้างคาแรกเตอร์ให้คนจดจำและทำให้มีงานมีเงินหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย

ขณะเดียวกันทางด้านของ ‘น็อต วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์’ บอกเลยว่าไม่มีใครไม่รู้จักค่ะ โดยน็อต เป็นถึงนักธุรกิจหมื่นล้านที่มีเส้นทางการทำงานน่าสนใจ จากทายาทธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า สู่การสร้างธุรกิจของตัวเองที่ครอบคลุมทั้งอุตสาหกรรมสายไฟฟ้า สุขภาพและการออกกำลังกาย ไปจนถึงธุรกิจกาแฟ ด้านการศึกษา น็อตเรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ณ โรงเรียน แคนเทอร์เวลล์ แกรมมาร์ และต่อมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรมไฟฟ้าที่ มหาวิทยาลัยอาร์เอ็มไอที ก่อนกลับมาเรียนปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย





โดยน็อตเป็นทายาทครอบครัวที่บริหาร บริษัท เรเซอร์การไฟฟ้า (ประเทศไทย) จำกัด ถึงกับขึ้นแท่นวิศกรใหญ่ของบริษัท สายไฟฟ้าวีนายน์เคเบิ้ล จำกัด โดยรับหน้าที่ในการดูการผลิตสายไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ ทั้งยังมีแบรนด์เสื้อผ้าสายฟ้าพายุ ที่ทำร่วมกับภรรยาสาว ‘ชมพู่ อารยา’ อีกด้วยค่ะ
ขณะที่ทางด้านของชมพู่ อารยา ที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแม่ด้านแฟชั่นและไอคอนของสาวไทยหลายๆ คนเลยทีเดียว เป็นทั้งนักแสดง นางแบบ นักร้อง และ นักธุรกิจสาวที่ประสบความสำเร็จมากๆ และนอกจากความสวยและความสามารถในการแสดงและร้องเพลง ชมพู่ก็ยังเป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับเกียรติให้เดินพรมแดงยาวนานถึง 7 ปีติด ตั้งแต่ปี 2556 – 2563 อีกด้วย โดยทั้งคู่ก็ยังมีทายาทตัวน้อยด้วยกันอีก3คน ก็คือน้องพายุ สายฟ้าและแอบิเกล ที่ถือเป็นครอบครัวคนดังที่หลายคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก





โดยหลังจากที่โพสต์ของหมอของขวัญถูกเผยแพร่ออกไป งานนี้เหล่าชาวเน็ตก็เข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากค่ะ โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า กล้าเรียกตัวเองว่าลูกพระยานาหมื่น อย่างงี้เราก็เป็นได้เหมือนกัน มีเงินในกระเป๋า 10,000 พอดี อีกคอมเมนต์บอกว่า พญานาหมื่น…แต่ใส่ชุดร้องเพลงคือแบบ…นี่เป็นชาวนายังใส่เสื้อผ้าดูมีชาติตระกูลกว่าเลย ,ไฮโซนี้ท่านได้แต่ใดมา ใครแต่งตั้ง ?? ,เขารวยหมื่นล้านยังไม่อวดพ่อไฮโซล่า ,มีอยู่ในใจเป็นหมื่นล้านคำ คุณหมอพูดแบ่งเบาไปได้ครึ่งนึงละคะ และอีกคอมเมนต์บอกว่า ภาพจำคือ ลูกพระยานาหมื่น คือ ต้องนั่งเรือป่าววะ !!!! เห็นในละครเค้าก็นั่งเรือกัน







เรียกได้ว่างานนี้ จากเดิมที่เป็นเพียง ข้อพิพาทเรื่องผลการแข่งขันรถของเด็ก กลับลุกลามกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิจารณ์สนั่นโซเซียล เอาเป็นว่าหลังจากนี้ก็คงต้องรอดูกันต่อว่า ผลการประท้วงการแข่งขันจะออกมาอย่างไร และมหากาพย์ดราม่าพระยานาหมื่นครั้งนี้จะเป็นยังไงต่อ รอติดตามค่ะ
#หมอของขวัญ #เบนซ์พริกไทย #ปอตนุภัทร #ชมพู่อารยา #น็อตวิศรุต #น้องพายุ #น้องลาเลน #ลูกพระยานาหมื่น #พระยานาหมื่นล้าน #ไฮโซ #แข่งรถโกคาร์ต #โกคาร์ท #ดราม่าแข่งรถ #ข่าวบันเทิง #ข่าวสังคม #ดราม่าโซเชียล #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า






