รายการโหนกระแสวันนี้เดือดตั้งแต่ต้นจนจบ กับกรณีครอบครัวหนึ่งที่ “อาโกหมวย” ออกมาเล่าว่า หลานชายชื่อ “หมู” ขอยืมเงิน 10 ล้านบาท เพื่อนำไปโชว์สเตทเมนต์กู้แบงก์สร้างหอพักที่มหาสารคาม โดยตกลงกันว่าหลังธนาคารอนุมัติจะรีบโอนคืน แต่สุดท้ายเงินไม่กลับมา จนครอบครัวต้องตามทวงกันวุ่น แม่ต้องออกหน้ารับผิดชอบแทนลูก ขณะที่อาม่าวัย 88 ปี ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับเงินก้อนนี้ ถึงกับเครียดหนัก ด้านทนายสายหยุดชี้ คดีอาญาเคยถูกยกฟ้องแล้ว เหลือประเด็นทางแพ่งที่ต้องไปพิสูจน์กันต่อ ส่วนฝั่งลูกชายโทรเข้ารายการ ยืนยันขอให้ทุกอย่างไปอยู่ในชั้นศาล

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นเดือดกลางรายการโหนกระแสวันนี้ค่ะ ที่ดำเนินรายการโดยคุณหนุ่มกรรชัย กำเนิดพลอย พร้อมด้วยทนายสายหยุด เพ็งบุญชู กับเรื่องราวของครอบครัวหนึ่ง ที่เริ่มต้นจากการ “ยืมเงินกันในเครือญาติ” แต่สุดท้ายกลับบานปลายกลายเป็นมหากาพย์เงิน 10 ล้านบาท จนครอบครัวแตกเป็นสองฝั่ง และต้องออกมาพูดกันกลางรายการ เรื่องนี้เริ่มจากฝั่งของ “อาโกหมวย” ซึ่งเป็นเจ้าของเงิน พร้อมด้วย “คุณเปิ้ล” ผู้เป็นแม่ของลูกชายที่ถูกกล่าวถึง “คุณส้ม” พี่สาว และ “อาม่า” วัย 88 ปี ได้มาเล่าเรื่องในรายการ โดยมีทนายสายหยุด เพ็งบุญชู มาร่วมอธิบายข้อกฎหมาย
ประเด็นหลักอยู่ที่ลูกชายชื่อ “หมู” ซึ่งทางครอบครัวเล่าว่า ต้องการจะทำโครงการหอพักที่จังหวัดมหาสารคาม และต้องใช้สเตทเมนต์ทางการเงินที่ดูแข็งแรง เพื่อยื่นให้ธนาคารพิจารณาอนุมัติเงินกู้ ตามที่ฝ่ายครอบครัวเล่า หมูต้องการกู้เงินจากธนาคารประมาณ 43 ล้านบาท แต่จำเป็นต้องมีเงินในบัญชีเพื่อโชว์แบงก์ จึงให้แม่ไปช่วยพูดคุยกับอาโกหมวย เพื่อขอยืมเงินจำนวน 10 ล้านบาท โดยมีการบอกกันว่า เงินก้อนนี้จะนำไปโชว์สเตทเมนต์เท่านั้น ไม่ได้นำไปใช้ และเมื่อธนาคารอนุมัติเงินกู้แล้ว จะโอนคืนให้ทันที สิ่งที่ทำให้อาโกหมวยตัดสินใจช่วย เพราะก่อนหน้านี้เคยให้ยืมเงินในลักษณะคล้ายกันมาแล้วหลายครั้ง ทั้ง 5 ล้าน 6 ล้าน หรือประมาณ 7-8 ล้านบาท และทุกครั้งที่ผ่านมา เมื่อธนาคารอนุมัติเงิน ฝั่งครอบครัวก็โอนคืนครบ ทำให้ครั้งนี้อาโกเชื่อใจและยอมช่วยอีกครั้ง แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไปค่ะ เพราะครั้งก่อน ๆ เงินจะถูกโอนผ่านบัญชีของแม่ แต่ครั้งนี้ “หมู” ขอให้อาโกโอนเข้าบัญชีของตัวเองโดยตรง โดยให้เหตุผลว่าอยากให้สเตทเมนต์ดูแข็งแรงด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีแม่เป็นผู้สนับสนุนเหมือนเดิม
ตอนแรกอาโกหมวยยอมรับว่าไม่อยากโอนให้โดยตรง เพราะมองว่าเงิน 10 ล้านบาทเป็นจำนวนมาก และกังวลว่าหลานชายยังมีภาระหนี้จากโครงการอื่นอยู่ แต่สุดท้ายแม่ของหมูเข้ามาพูดรับรอง ยืนยันว่าลูกชายไม่ทำแบบนั้นแน่นอน หากมีปัญหาอะไร แม่จะเป็นคนรับผิดชอบและเคลียร์ให้ จากความเชื่อใจในพี่น้อง อาโกหมวยจึงโอนเงิน 10 ล้านบาทเข้าบัญชีของหมู เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568
หลังจากนั้น ทางฝั่งอาโกเล่าว่า เมื่อถึงเวลาที่ควรจะได้เงินคืน กลับเริ่มติดต่อหมูไม่ได้ โทรไม่รับ ไลน์ถูกบล็อก และเมื่อถามไปก็ได้รับคำตอบว่าเงินธนาคารยังไม่ออก เพราะมีปัญหาเรื่องท่อน้ำหรือเอกสารบางอย่างต้องแก้ไข แต่ต่อมา ฝั่งแม่ได้รับเอกสารจากธนาคารกรุงไทย เป็นหนังสือแจ้งหนี้เกี่ยวกับโครงการหอพักที่มหาสารคาม ทำให้ครอบครัวทราบว่าเงินกู้จากธนาคารน่าจะผ่านไปแล้ว โดยได้รับเอกสารช่วงประมาณวันที่ 20 สิงหาคม 2568 และมองว่าเงินกู้น่าจะออกมาก่อนหน้านั้นแล้ว

นั่นจึงเป็นจุดที่ทำให้ครอบครัวเริ่มมั่นใจว่า เงินกู้ผ่านแล้ว แต่เงิน 10 ล้านบาทยังไม่ได้คืนกลับมา จากนั้นคุณเปิ้ล ผู้เป็นแม่ จึงต้องออกไปตามทวงเงินแทน เพราะก่อนหน้านี้ตัวเองเคยรับปากกับพี่สาวไว้ว่า หากลูกชายไม่คืน ตนจะเป็นคนรับผิดชอบให้ แต่การตามทวงกลับไม่ง่ายเลยค่ะ เพราะคุณเปิ้ลเล่าว่า ไปตามที่ไซต์งานก่อสร้างที่มหาสารคามก็ไม่เจอ นั่งเครื่องบินตามกลับมากรุงเทพฯก็ยังไม่เจอ โทรไปก็ไม่รับสาย จนสุดท้ายไปเจอกันที่ตึกของพี่สาว และจุดนี้เองที่กลายเป็นช่วงเดือดของรายการ เพราะมีการพูดถึงคลิปเหตุการณ์ที่แม่ไปตามทวงเงิน แล้วเกิดการปะทะคารมกันอย่างรุนแรง ฝั่งครอบครัวเล่าว่า ลูกชายมีการด่าแม่ แช่งแม่ และถ่มน้ำลายใส่ จนแม่ถ่มกลับ ภาพในคลิปทำให้บรรยากาศในรายการหนักขึ้นทันที เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องเงินแล้ว แต่กลายเป็นปมความเจ็บปวดภายในครอบครัว โดยเฉพาะเมื่ออาม่าวัย 88 ปี ซึ่งฝั่งครอบครัวระบุว่าเงินบางส่วนเกี่ยวข้องกับอาม่าด้วย ต้องมานั่งฟังเรื่องทั้งหมดในรายการ พร้อมพูดทั้งน้ำเสียงสั่น ๆ ว่าอยากได้เงินก้อนนี้คืน เพราะเป็นเงินที่เก็บไว้ใช้ยามแก่ยามเฒ่า
อาม่ายังเล่าว่า เงินก้อนนี้ไม่ได้มาจากความร่ำรวย แต่เป็นเงินที่เก็บหอมรอมริบจากการทำมาหากิน เก็บค่าเช่า และสะสมกันมาเรื่อย ๆ ไม่ใช่เงินถุงเงินถังที่หายไปแล้วจะไม่รู้สึกอะไร
ขณะที่ทางฝั่งแม่เองก็ยืนยันว่า ไม่ว่าจะอย่างไรตนต้องรับผิดชอบเงินก้อนนี้ให้พี่สาว เพราะตัวเองเป็นคนไปรับรองลูกชายไว้ แต่ถ้าตนจ่ายคืนแทนไปก่อน ก็กลัวว่าลูกชายจะยิ่งไม่ยอมคืนเงิน และอาจกลายเป็นว่าตัวเองต้องแบกรับหนี้ทั้งหมดแทน อีกประเด็นที่ทำให้รายการเดือด คือข้อกล่าวอ้างเรื่อง “เงินเป็นของแม่” เพราะฝั่งครอบครัวเล่าว่า ทางหมูอ้างว่าเงิน 10 ล้านบาทเป็นเงินของแม่ ไม่ใช่เงินของอาโก ทำให้ไม่คืนให้ป้า ซึ่งจุดนี้ทำให้หลายคนในรายการตั้งคำถามว่า หากเป็นเงินของแม่จริง ทำไมต้องให้อาโกเป็นคนโอน และทำไมก่อนหน้านี้ถึงต้องไปขอยืมอาโกหลายครั้ง
ด้านหนุ่ม กรรชัยก็พยายามมองอีกมุมหนึ่งว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่หมูอาจเข้าใจว่าเงินก้อนนี้เป็นเงินของแม่จริง ๆ เพราะในครอบครัวมีประเด็นเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน การทำหอพัก และความรู้สึกว่าคนในบ้านได้รับการสนับสนุนไม่เท่ากัน จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจสะสม แต่ฝั่งอาโกและอาม่ายืนยันชัดเจนว่า เงินก้อนนี้ต้องคืน เพราะใครยืมเงินจากใครก็ต้องคืนคนนั้น ไม่ว่าจะอ้างว่าเป็นเงินของแม่หรือไม่ก็ตาม

ในแง่กฎหมาย ทนายสายหยุดอธิบายว่า ก่อนหน้านี้มีการฟ้องคดีอาญาในข้อหายักยอกแล้ว แต่ศาลยกฟ้อง เพราะมองว่าเป็นเรื่องสัญญาทางแพ่งหรือการผิดนัดชำระหนี้ ไม่ใช่ยักยอกทรัพย์ ดังนั้นตอนนี้ประเด็นที่ยังเดินต่อได้ คือการฟ้องทางแพ่งเรื่องเงินยืม แม้จะไม่มีสัญญากู้เป็นลายลักษณ์อักษร แต่ยังมีหลักฐานการโอนเงิน มีพยาน และมีพฤติการณ์ประกอบที่สามารถนำไปต่อสู้ในชั้นศาลได้
ช่วงท้ายรายการ หนุ่ม กรรชัยได้ติดต่อไปยัง “หมู” ทางโทรศัพท์ เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายชี้แจง โดยฝั่งหมูยืนยันว่า ขอให้ทุกอย่างไปอยู่ในชั้นศาล หากมีเอกสารหรือหลักฐานก็จะส่งมาให้รายการโหนกระแส เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ส่วนประเด็นที่ฝั่งครอบครัวบอกว่า หมูเคยเสนอจะผ่อนเดือนละ 20,000 บาท เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่เคยพูด และยืนยันให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการศาล
นอกจากนี้ ในรายการยังมีการพูดถึงคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนในครอบครัว เช่น คดีบุกรุก ทำลายทรัพย์สิน หรือข้อพิพาทเรื่องหอพัก ซึ่งยิ่งทำให้เห็นว่าเรื่องนี้ไม่ได้จบแค่เงิน 10 ล้านบาท แต่ยังมีปมความขัดแย้งในครอบครัวอีกหลายชั้น
สุดท้ายแล้ว ประเด็นนี้ยังไม่จบง่าย ๆ ค่ะ เพราะฝั่งอาโกและอาม่ายืนยันว่าต้องการได้เงินคืน ฝั่งแม่ก็ยืนยันว่าจะรับผิดชอบให้พี่สาว แต่ก็อยากให้ลูกชายเป็นฝ่ายชำระหนี้ที่เกิดขึ้น ขณะที่ฝั่งหมูขอให้ทุกอย่างไปพิสูจน์กันในชั้นศาล เรื่องนี้จึงกลายเป็นอีกหนึ่งกรณีที่สะท้อนให้เห็นว่า ต่อให้เป็นคนในครอบครัว เรื่องเงินจำนวนมากก็ต้องมีหลักฐานชัดเจน เพราะเมื่อความเชื่อใจกลายเป็นปัญหา ความสัมพันธ์ในบ้านก็อาจพังลงได้ในพริบตา
ปมเงิน 10 ล้านบาทครั้งนี้จะจบลงอย่างไร ฝั่งหมูจะส่งเอกสารอะไรมาเพิ่มเติมหรือไม่ และครอบครัวนี้จะหาทางเคลียร์กันได้หรือเปล่า เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ
#โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #เงิน10ล้าน #ยืมเงินโชว์แบงก์ #ดราม่าครอบครัว #อาโกหมวย #อาม่า #ทนายสายหยุด #ทนายรณรงค์ #คดีแพ่ง #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



