ผู้เสียหาย 7 รายรวมตัวเปิดพฤติกรรมบุคคลที่พวกเขาเรียกว่า “เกย์ซูโม่” หลังถูกติดต่อผ่านแอปหาคู่และโซเชียล เสนอเงินหลักหมื่นแลกกับการไปเที่ยว กินข้าว เล่นเกม หรืออยู่เป็นเพื่อนแบบฟีลแฟน แต่เมื่อไปพบกลับกลายเป็นฝ่ายต้องออกค่าใช้จ่าย โอนเงินให้ หรือรับทองที่ตรวจพบภายหลังว่าเป็นของปลอม บางรายนำเงินค่าเทอมและขายโทรศัพท์เพื่อหาเงินไปให้ ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” ย้ำให้มองที่การกระทำของบุคคล ไม่เหมารวมหรือเหยียดเพศ ขณะที่ “ทนายตุ๋ย” แนะผู้เสียหายแจ้งความ ส่งหลักฐาน และติดตามคดีอย่างต่อเนื่อง
กลายเป็นข่าวเตือนภัยที่ถูกพูดถึงอย่างหนักบนโลกออนไลน์ค่ะ หลังมีผู้เสียหายหลายรายออกมากล่าวอ้างถึงพฤติกรรมของบุคคลหนึ่ง ซึ่งพวกเรียกกันว่า “เกย์ซูโม่” โดยบอกว่า บุคคลดังกล่าวมักติดต่อชายหนุ่มหน้าตาดี อินฟลูเอนเซอร์ หรือคนที่รู้จักผ่านแอปหาคู่และโซเชียล ก่อนเสนอเงินตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลายหมื่นบาท เพื่อชวนไปกินข้าว เที่ยว เล่นเกม หรืออยู่เป็นเพื่อนในลักษณะฟีลแฟน
แต่เมื่อไปพบกันจริง เรื่องราวกลับไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตกลงเอาไว้ค่ะ เพราะผู้เสียหายหลายคนบอกว่า นอกจากจะไม่ได้รับเงินตามที่เสนอแล้ว ยังกลายเป็นฝ่ายต้องออกค่าใช้จ่ายแทน ทั้งค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าที่พัก รวมถึงถูกขอยืมเงินด้วยเหตุผลต่าง ๆ โดยมักอ้างว่าเพิ่งกลับจากต่างประเทศ ไม่มีแอปธนาคาร เงินทั้งหมดอยู่ในการดูแลของเลขา หรือมีญาติผู้ใหญ่คอยควบคุมบัญชี ก่อนสัญญาว่าจะให้เลขาโอนเงินคืนภายหลัง

ล่าสุด ผู้เสียหาย 7 รายได้มาเปิดใจในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย และมี ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ มาร่วมให้ข้อมูลทางกฎหมายค่ะ โดยหนุ่ม กรรชัยบอกว่า ผู้เสียหายแต่ละคนไม่ได้รู้จักกันมาก่อน แต่พบว่าตัวเองมีประสบการณ์จากบุคคลเดียวกัน และถูกใช้วิธีหลอกลวงหลายรูปแบบคล้ายกัน
รายแรกคือ “นุก” ซึ่งไม่ได้เป็นผู้เสียหายโดยตรง แต่เป็นคนช่วยวางแผนล่อให้บุคคลดังกล่าวออกมาพบ หลังนุกเคยได้รับข้อความเสนอเงิน 50,000 บาท ให้ไปนอนเป็นเพื่อนโดยอ้างว่าจะไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศ แต่เนื่องจากจำได้ว่าเคยเห็นบุคคลนี้ถูกกล่าวถึงในกลุ่มเตือนภัย จึงไม่ได้ไปตามนัด ต่อมา นุกได้รับข้อมูลจากรุ่นน้องและถูกดึงเข้าไปอยู่ในกลุ่มผู้เสียหาย ซึ่งขณะนั้นมีสมาชิกประมาณ 20–30 คน จึงตัดสินใจวางแผนทำตัวเป็นเหยื่อ ด้วยการโพสต์ว่ากำลังหาคอนโดเช่าราคาเดือนละ 35,000–50,000 บาท และบุคคลดังกล่าวก็เข้ามาติดต่อทันที อ้างว่าสามารถพาไปดูห้องและจัดการเรื่องเช่าให้ได้
นุกจึงนัดพบพร้อมพาผู้เสียหายรายหนึ่งไปเผชิญหน้า เพื่อทวงเงินที่ถูกยืมไปจนยอดรวมดอกเบี้ยอยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท โดยนุกบอกกับทุกคนล่วงหน้าว่า จะไม่ใช้กำลัง แต่จะส่งเสียงเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจเพื่อให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการ ท้ายที่สุดบุคคลดังกล่าวยอมคืนเงินให้ประมาณ 20,000 บาท ขณะที่นุกช่วยส่วนต่างอีก 2,000 บาท ทำให้ผู้เสียหายรายนั้นได้รับเงินคืน
หลังคลิปการทวงเงินถูกเผยแพร่ออกไป ผู้เสียหายรายอื่น ๆ ก็เริ่มติดต่อเข้ามาเพิ่มอีกหลายคน ทำให้พบว่าแต่ละรายถูกใช้วิธีคล้ายกัน คือเริ่มจากการโยนเงินก้อนใหญ่มาเป็นแรงจูงใจ ก่อนจะค่อย ๆ อ้างเหตุจำเป็นและทำให้เหยื่อเป็นฝ่ายควักเงินออกไปแทน





ขณะที่ทางด้าน “นิว” เล่าว่า ถูกติดต่อผ่านแอปหนึ่ง พร้อมเสนอเงิน 10,000 บาท ให้ไปดื่มและอยู่เป็นเพื่อนที่ห้อง เมื่อไปถึงกลับถูกขอยืมเงิน 1,000 บาท เพื่อซื้อเครื่องดื่ม โดยอ้างว่าไม่มีแอปธนาคารและจะให้เลขาโอนคืนภายหลัง หลังจากนั้นยังถูกขอให้โอนเงินเพิ่มอีกหลายครั้ง ทั้งค่าซักผ้า ค่าเดินทาง และค่าธรรมเนียมในการรับเงินจากต่างประเทศ โดยอ้างว่าแม่จะโอนเงินจำนวน 200,000 บาทเข้าบัญชีให้ แต่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมประมาณ 12,300 บาทก่อน นิวจึงนำเงินค่าเทอมไปจ่าย เพราะหวังว่าจะได้รับเงินก้อนใหญ่กลับมา แต่สุดท้ายเงินไม่เข้าและถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด
จากนั้นบุคคลดังกล่าวเสนอให้นิวนำเงินสดประมาณ 20,000 บาทมาแลกกับสร้อยข้อมือทอง พร้อมบอกว่าสามารถนำไปขายและได้เงินคืนทันที นิวถึงขั้นนำโทรศัพท์มือถือของตัวเองไปขาย เพื่อนำเงินสดมาแลกทอง แต่เมื่อนำไปตรวจสอบกลับพบว่าเป็นทองปลอม พี่หนุ่ม กรรชัยถึงกับตั้งข้อสังเกตว่า วิธีนี้มีลักษณะคล้ายกลโกงของสแกมเมอร์ เพียงแต่เป็นการเข้าหาเหยื่อแบบเผชิญหน้ากันโดยตรง
โดยผู้เสียหายอีกรายคือ “บิน” เล่าว่า ถูกเสนอเงิน 10,000 บาทให้ไปเที่ยว กินข้าว และนอนเป็นเพื่อน ก่อนจะถูกเสนอเพิ่มเป็น 80,000 บาท โดยระหว่างพบกันยังถูกชักชวนให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าเกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจมาตั้งแต่แรก แต่เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน บุคคลดังกล่าวอ้างว่าไม่สามารถถอนเงินจากบัญชีได้ และจะนำทองหนัก 2 บาทมาให้แทน แต่ขอให้บินจ่ายเงินส่วนต่างล่วงหน้า บินจึงยืมเงินเพื่อนมาให้ 15,000 บาท ก่อนรับทองไปตรวจสอบ ทว่าร้านทองสองแห่งยืนยันตรงกันว่าเป็นของปลอม เมื่อทวงถามก็ถูกอ้างว่าได้รับทองมาจากเพื่อน และหลังจากนั้นก็ค่อย ๆ หายไป
ด้าน “ฮารุ” เล่าว่า ถูกติดต่อให้ไปเล่นเกมและอยู่เป็นเพื่อนที่โรงแรม โดยปกติตัวเองเคยรับงานลักษณะเพื่อนเที่ยวในราคาหลักพัน แต่ครั้งนี้ถูกเสนอให้ถึง 30,000 บาท แม้จะปฏิเสธกิจกรรมทางเพศและตกลงเฉพาะการพูดคุยเล่นเกม แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับเงินตามที่ตกลง
บุคคลดังกล่าวพยายามมอบแหวนที่อ้างว่าเป็นทองและมีเพชรให้แทน พร้อมขอเงินส่วนต่าง แต่ฮารุไหวตัวทัน เพราะเมื่อเสนอให้เดินไปขายที่ร้านทองใกล้ ๆ อีกฝ่ายกลับปฏิเสธ และอ้างว่าต้องนำไปขายที่ร้านเดิมเท่านั้น ทำให้ฮารุไม่ยอมจ่ายเงินเพิ่ม และสามารถหยุดความเสียหายเอาไว้ได้
ขณะที่ผู้เสียหายอีกรายเล่าว่า ถูกเสนอเงิน 8,000 บาทเพื่อให้ไปเป็นเพื่อนเล่นเกมและพูดคุยกันตลอดคืน ก่อนจะถูกขอให้ทำกิจกรรมเชิงเพศแลกกับเงินเพิ่ม 30,000 บาท แต่เจ้าตัวปฏิเสธ เมื่อถึงเวลาจ่ายเงินกลับถูกอ้างว่าเลขาโอนเงินไม่ได้ ก่อนเสนอแหวนทองให้แทนและขอเงินส่วนต่าง อย่างไรก็ตาม ผู้เสียหายรายนี้ไม่ยอมจ่าย และเลือกเดินทางกลับก่อน จึงเสียหายเฉพาะค่าจ้างที่ไม่ได้รับ
อีกหนึ่งรายเสียเงิน 25,000 บาท หลังถูกเสนอแหวนทองหนัก 1 บาทมาใช้แทนเงินค่าจ้าง โดยบุคคลดังกล่าวขอเงินสด 25,000 บาทเป็นส่วนต่าง เมื่อผู้เสียหายนำทองและเพชรไปตรวจสอบ กลับพบว่าทั้งทองและเพชรเป็นของปลอม ก่อนจะพยายามนัดเจอเพื่อทวงเงินคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงจนสุดท้ายต้องเข้าแจ้งความ



ด้าน “ฮอน” เป็นอีกคนที่ถูกติดต่อผ่านแอปหาคู่ โดยเริ่มเสนอเงิน 10,000 บาท ก่อนเพิ่มเป็น 35,000 บาทให้ไปกินข้าวด้วย แต่ฮอนไหวตัวทัน หลังบุคคลดังกล่าวพยายามเสนอขายนาฬิกาหรูที่อ้างว่ามีมูลค่า 180,000 บาท โดยขอให้จ่ายเงินส่วนต่างล่วงหน้า ฮอนปฏิเสธและเสียหายเพียงค่าอาหารหนึ่งมื้อเท่านั้น ฮอนยังเล่าถึงกรณีของรุ่นน้องที่ถูกชักชวนให้บินมากรุงเทพฯ โดยเสนอเงินตั้งแต่ 20,000–80,000 บาท ก่อนพาไปเช่ารถ ใช้บัตรประชาชนของรุ่นน้องร่วมทำสัญญา และให้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยอ้างว่าพ่อแม่ที่อยู่ต่างประเทศจะโอนเงินคืนภายหลัง
ส่วน “ซาช่า” เล่าว่า ถูกติดต่อผ่านแอปหาคู่และเสนอเงิน 8,000 บาทให้ไปเที่ยวด้วยกัน หลังเจอกันกลับถูกขอให้กดเงินสด 10,000 บาทมาใช้จ่ายก่อน โดยอ้างว่าจะคืนให้ในวันถัดไป จากนั้นยังมีการขอเงินเพิ่มเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลเรื่องค่าธรรมเนียมรับเงินจากต่างประเทศ จนยอดความเสียหายรวมอยู่ที่ประมาณ 20,000–25,000 บาท
นอกจากนี้ นุกยังเล่าถึงผู้เสียหายอีกรายที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะนำเงินที่ยืมมาจากรุ่นพี่ ซึ่งเดิมเป็นเงินสำหรับรักษาแม่ที่ป่วยเป็นมะเร็ง ไปให้บุคคลดังกล่าว เมื่อไม่สามารถนำเงินไปคืนได้ จึงต้องออกจากมหาวิทยาลัยและทำงานวันละสองกะเพื่อใช้หนี้ ก่อนที่นุกจะช่วยวางแผนทวงเงินคืนให้สำเร็จ
โดยหนุ่ม กรรชัยก็ได้ย้ำหลายครั้งว่า เรื่องนี้ควรพิจารณาที่การกระทำของบุคคล ไม่ใช่เพศสภาพ พร้อมขอให้ผู้ชมไม่เหมารวมหรือใช้ถ้อยคำเหยียดกลุ่ม LGBTQ+ เพราะบุคคลทุกเพศสามารถกระทำผิดหรือเป็นผู้เสียหายได้เหมือนกัน โดยรายการต้องการนำเสนอพฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา ไม่ใช่โจมตีอัตลักษณ์ทางเพศ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องราวของผู้เสียหายแต่ละคนมีรูปแบบคล้ายกันอย่างมาก เริ่มจากการสร้างภาพว่ามีฐานะ เป็นทายาทตระกูลใหญ่ มีญาติอยู่ต่างประเทศ มีเลขาหรือผู้ใหญ่คอยดูแลเงิน ก่อนเสนอค่าจ้างสูงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วจึงค่อยขอยืมเงิน ขอให้จ่ายค่าใช้จ่ายแทน หรือให้รับทองปลอมแลกกับเงินสด
ขณะที่ทนายตุ๋ยก็ได้อธิบายว่า หากบุคคลเจ้าของบัญชีหรือผู้ที่รับโอนเงินรู้เห็นและช่วยเหลือ ก็อาจถูกตรวจสอบว่าเป็นผู้ร่วมกระทำหรือผู้สนับสนุนได้ ส่วนแต่ละเหตุการณ์ที่มีการหลอกด้วยข้อความอันเป็นเท็จ จนผู้เสียหายหลงเชื่อและยอมมอบเงินให้ อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง





อย่างไรก็ตาม ทนายตุ๋ยแยกกรณีที่เป็นเพียงการไม่ได้รับค่าจ้างตามข้อตกลงออกจากเงินที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้จ่าย โดยอธิบายว่า เงินส่วนที่ผู้เสียหายสมัครใจตกลงทำกิจกรรมและไม่ได้รับค่าตอบแทนอาจมีข้อจำกัดในการเรียกร้อง แต่เงินที่ถูกหลอกให้โอนหรือมอบให้ด้วยข้อมูลเท็จ ถือเป็นความเสียหายอีกส่วนหนึ่งที่สามารถดำเนินคดีได้
พร้อมแนะนำให้ผู้เสียหายทุกคนเข้าแจ้งความ เก็บแชต หลักฐานการโอนเงิน สลิป บันทึกเสียง รูปทองปลอม ตลอดจนข้อมูลบัญชีที่รับเงินให้ครบ พร้อมติดตามไปให้ปากคำและส่งหลักฐานเพิ่มเติม ไม่ควรเพียงลงบันทึกไว้แล้วปล่อยเรื่องเงียบ เพราะกระบวนการออกหมายเรียกและติดตามตัวจำเป็นต้องมีการสอบปากคำและรวบรวมหลักฐานอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ทนายตุ๋ยยังอธิบายว่า หากพบการกระทำหลายครั้งกับผู้เสียหายหลายราย แต่ละครั้งอาจถูกนับเป็นคนละกรรม และหากมีการดำเนินคดีจนศาลพิพากษาหลายกระทง โทษรวมอาจสูงได้ตามกรอบที่กฎหมายกำหนด โดยในรายการมีการกล่าวถึงโทษรวมสูงสุดที่อาจไปถึง 20 ปี หากข้อกล่าวหาได้รับการพิสูจน์และจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้
โดยทางด้านผู้เสียหายบอกว่า หลังจบรายการจะเดินทางไปยื่นเรื่องที่กองปราบปราม เพื่อให้มีการรวบรวมคดีของผู้เสียหายหลายรายเข้าด้วยกัน เนื่องจากเกรงว่าบุคคลดังกล่าวจะยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เช่ารถหรูเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ และติดต่อหาเหยื่อรายใหม่ต่อไป
ขณะที่พี่หนุ่ม กรรชัย” ก็ได้ฝากไปถึงเกย์ซูโม่ว่า หากต้องการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือให้ข้อมูลอีกด้าน รายการก็พร้อมเปิดพื้นที่รับฟัง แต่ขณะนี้มีผู้เสียหายจำนวนมากเดือดร้อนและกังวลว่า อาจมีคนอื่นตกเป็นเหยื่อเพิ่มเติม จึงอยากให้เรื่องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างจริงจัง




หลังจากนี้ ผู้เสียหายจะเตรียมนำหลักฐานทั้งหมดไปยื่นต่อกองปราบปราม เพื่อให้เจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและตรวจสอบว่า มีผู้เกี่ยวข้องหรือผู้เสียหายเพิ่มเติมอีกหรือไม่ ส่วนเกย์ซูโม่ บุคคลที่ถูกกล่าวหาจะมีคำชี้แจงอย่างไร และคดีจะเดินหน้าไปในทิศทางไหน ก็คงต้องรอติดตามจากกระบวนการของเจ้าหน้าที่กันต่อไปค่ะ
#หนุ่มกรรชัย #ทนายตุ๋ย #เกย์ซูโม่ #โหนกระแส #พญาเกย์ซูโม่ #ผู้เสียหาย #เตือนภัยออนไลน์ #แอปหาคู่ #หลอกฟีลแฟน #หลอกโอนเงิน #ทองปลอม #ฉ้อโกง #บัญชีม้า #หลอกจ้างเที่ยว #หลอกจ้างกินข้าว #หลอกเล่นเกม #กลโกงสแกมเมอร์ #ผู้เสียหายรวมตัว #กองปราบปราม #ข่าวสังคม #ข่าวเตือนภัย #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า


