ดราม่า “น้องฟ้าใส” ยังถูกพูดถึงต่อเนื่อง ล่าสุด “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ออกมาไลฟ์เตือนสติชาวเน็ต ขอให้มองว่าน้องยังเป็นเด็ก อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ การแสดงออกหลายอย่างมาจากสิ่งแวดล้อมและคนรอบข้าง พร้อมย้ำว่าเด็กที่อยู่บนโซเชียลควรมีผู้ใหญ่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะไลฟ์สดเป็นพื้นที่ที่ควบคุมยาก และเมื่อเด็กทำอะไรไม่ถูกใจ ก็มักถูกทัวร์ลงทันที
ยังคงเป็นประเด็นที่หลายคนจับตาอย่างต่อเนื่องค่ะ สำหรับดราม่าของ “น้องฟ้าใส” ที่ก่อนหน้านี้ถูกพูดถึงอย่างหนักบนโลกออนไลน์ ทั้งเรื่องการดูแล การใช้โซเชียล การไลฟ์สดขายของ รวมถึงการแสดงออกบางอย่างที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์
ล่าสุด ทางด้าน “เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น” ก็ได้ออกมาไลฟ์พูดถึงประเด็นนี้ พร้อมแชร์มุมมองในฐานะคนเป็นแม่ และฝากข้อคิดถึงชาวเน็ตว่า การทัวร์ลงเด็กอายุน้อยแบบรุนแรง อาจไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง เจนนี่มองว่า น้องฟ้าใสยังเป็นเด็กมาก อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่น้องแสดงออกมา หรือรีแอคชั่นบางอย่างที่คนในโซเชียลเห็น อาจเป็นไปตามวัย และไม่ได้ควรถูกตัดสินด้วยมาตรฐานเดียวกับผู้ใหญ่
โดยเจนนี่อธิบายว่า เด็กคนหนึ่งจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนแบบไหน ส่วนหนึ่งมาจากสิ่งแวดล้อม สังคมรอบตัว คนที่อยู่ใกล้ชิด รวมถึงสิ่งเร้าต่าง ๆ ที่เด็กได้รับในแต่ละวัน เจนนี่ยังเปรียบเทียบว่า เด็กก็เหมือน “ผ้าขาว” ผ้าผืนนั้นจะกลายเป็นสีอะไร จะเป็นสีแดง สีดำ หรือสีเขียว ก็ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมที่เข้ามาสัมผัสและหล่อหลอมเด็กคนนั้น
พร้อมย้ำว่า หากเด็กคนหนึ่งจะอยู่บนโลกโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ควรอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ที่มีวุฒิภาวะ เพราะเด็กยังไม่สามารถคัดกรองทุกอย่างได้ด้วยตัวเองทั้งหมด
พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของตัวเองในฐานะแม่ โดยบอกว่า การที่ลูก ๆ อย่าง “ยูจิน” และ “จาญ่า” จะเล่นโซเชียลหรือออกไลฟ์ เธอจะต้องเป็นคนคอยดูแลอยู่เสมอ เพราะถ้าลูกแสดงออกบางอย่างที่ไม่เหมาะสม หรือทำอะไรที่คนดูอาจมองว่าไม่น่ารัก คนเป็นพ่อแม่ก็ต้องคอยตักเตือน คอยสอน และคอยกรองว่าอะไรควรออกสู่สาธารณะ อะไรไม่ควรปล่อยออกไป
นอกจากนี้ ยังพูดถึงเหตุผลที่ช่วงหลังไม่ค่อยให้ลูก ๆ เข้าไลฟ์สดบ่อยเหมือนเมื่อก่อน เพราะการไลฟ์สดเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยากมาก ทุกอย่างเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ หากเด็กพูดหรือทำอะไรที่คนดูไม่ถูกใจ ก็อาจถูกทัวร์ลงทันที
เจนนี่บอกว่า คนในโซเชียลจำนวนมากอาจไม่ได้มองว่า “นี่คือเด็ก” แต่จะตัดสินทันทีว่าเด็กคนนี้เอาแต่ใจ เด็กคนนี้พูดไม่เพราะ หรือพ่อแม่ไม่สอน ทั้งที่บางครั้งเด็กอาจแค่แสดงออกตามวัย หรือยังไม่รู้ว่าบางอย่างไม่เหมาะสม และยังอธิบายต่อว่า ถ้าเป็นคลิปหรือรูปภาพ ผู้ปกครองยังพอสามารถคัดกรองได้ เลือกได้ว่าจะตัดคลิปไหนให้คนดู หรือไม่ควรลงอะไร แต่ถ้าเป็นไลฟ์สด ทุกอย่างควบคุมแทบไม่ได้เลย
ท้ายที่สุด สิ่งที่เจนนี่ฝากไว้คือ การตักเตือนเด็กสามารถทำได้ แต่ไม่ควรกลายเป็นการถล่มหรือซ้ำเติมจนเกินพอดี เพราะเด็กคนหนึ่งยังต้องเติบโต ยังต้องเรียนรู้ และยังต้องมีผู้ใหญ่ที่ดีคอยชี้แนะอยู่ข้าง ๆ
หลังเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นแตกออกเป็นหลายมุม โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า แต่ก็จริงอย่างที่นางพูดนะ คนเป็นแม่เลี้ยงยังไง สั่งสอนมั้ย เด็กสมัยนี้มันตามกันหมด โซเซียลก็เข้าถึงง่าย อีกคอมเมนต์บอกว่า ก็เด็กมันโตมากับแม่สอนยุยงยังไงเด็กก็จะได้ผลงั้นแหละ ,มันใช้ได้แค่กับเด็กบางคนค่ะ เด็กบางคนก็เกินเยียวยาแล้วดัดไม่ได้แล้ว ต่อให้เอาน้ำเย็นเข้าลูบยังไงเขาก็ไม่มาในทางที่ดี เพราะเขาชอบแบบนั้น,เจนนี่ควรอยู่นิ่งๆนะ และอีกคอมเมนต์บอกว่า ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องของเขา เอาเรื่องของตัวเองก่อนไหมม
ดราม่าน้องฟ้าใสครั้งนี้จึงไม่ได้สะท้อนแค่เรื่องของตัวน้องเท่านั้น แต่ยังทำให้สังคมกลับมาตั้งคำถามว่า เด็กควรถูกผลักให้อยู่กลางกระแสโซเชียลมากแค่ไหน และผู้ใหญ่รอบตัวควรมีบทบาทอย่างไรในการปกป้อง ดูแล และสอนให้เด็กเติบโตอย่างเหมาะสม เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อค่ะ ว่าหลังจากนี้ทางด้านน้องฟ้าใสและคุณแม่จะมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมอย่างไร และน้องฟ้าใสจะได้รับการดูแลในทิศทางไหนต่อไป เรื่องราวจะเป็ฯอย่างไร รอติดตามค่ะ
#น้องฟ้าใส #เจนนี่ได้หมดถ้าสดชื่น #ดราม่าน้องฟ้าใส #นุ้งตี้ #สไปร์ทSPD #อุงเอิง #ฟ้าใส #เด็กกับโซเชียล #ไลฟ์สด #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ข่าวบันเทิง #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า


