กลายเป็นดราม่าร้อนบน TikTok หลังช่องครอบครัว ที่เคยมีคลิปไวรัลสามีเป็นไรเดอร์ ส่วนภรรยาถูกวิจารณ์ว่าเอาแต่นอน ถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัว ก่อนที่เจ้าของช่องจะเปิดช่องใหม่ออกมาเล่าเบื้องหลัง โดยอ้างว่าคลิปหลายชิ้นถูกเอเจนซี่เขียนบท จัดฉากให้เกิดกระแสดราม่าเพื่อเรียกยอดวิว แต่ผลกระทบกลับตกอยู่ที่ครอบครัว ทั้งถูกทัวร์ลง ถูกบูลลี่ ขาดรายได้ และสุดท้ายยังเข้าช่องเดิมของตัวเองไม่ได้

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ค่ะ สำหรับกรณีช่อง TikTok “ครอบครัวบิ๊ก” ที่หลายคนน่าจะคุ้นกับคลิปไวรัลของครอบครัวหนึ่ง ฝ่ายสามีเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร ส่วนฝ่ายภรรยาถูกนำเสนอในคลิปว่าเอาแต่นอน ห้องรก และอยากกินเฟรนช์ฟรายส์ จนทำให้ชาวเน็ตจำนวนมากเข้าไปคอมเมนต์วิจารณ์ฝ่ายภรรยาอย่างหนัก แต่ล่าสุด ดราม่าเรื่องนี้กลับพลิกไปอีกทาง หลังช่องเดิมของครอบครัวถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัว ก่อนที่ทางครอบครัวจะออกมาเปิดช่องใหม่ พร้อมเล่าเบื้องหลังว่า สิ่งที่หลายคนเห็นในคลิปไวรัลนั้น อาจไม่ได้เป็นชีวิตจริงทั้งหมด แต่มีบริษัทหรือเอเจนซี่เข้ามาช่วยทำคอนเทนต์ เขียนบท และวางสตอรี่ให้เกิดดราม่า ทางครอบครัวเล่าว่า เดิมทีพวกเขามีอาชีพขับรถส่งอาหารเป็นหลัก มีรายได้ประมาณวันละ 1,100-1,200 บาท และเคยทำคอนเทนต์เล่าชีวิตประจำวันลง TikTok อยู่แล้ว ก่อนที่บางคลิปจะเริ่มแมส มีคนดูหลักล้าน ทำให้มีแฟนคลับเข้ามาให้กำลังใจ รวมถึงมีคนโอนเงินช่วยเหลือ
หลังจากนั้น เจ้าของช่องระบุว่า มีบริษัทเอเจนซี่ติดต่อเข้ามา เสนอให้ทำคอนเทนต์ร่วมกัน โดยให้ค่าจ้างคลิปละ 1,000 บาท ครอบครัวมองว่าเป็นรายได้เสริม และคิดว่ายังสามารถวิ่งงานส่งอาหารควบคู่กันได้ จึงตกลงรับข้อเสนอ แต่ต่อมาทางครอบครัวอ้างว่า คอนเทนต์เริ่มถูกวางสคริปต์ให้มีความดราม่ามากขึ้น โดยเฉพาะคลิปไวรัลที่ภรรยาอยากกินเฟรนช์ฟรายส์ ซึ่งครอบครัวบอกว่า เรื่องจริงคือภรรยาชอบกินอยู่แล้ว แต่ถูกนำไปเขียนเป็นบทใหม่ ให้สามีดูเหนื่อยล้าจากการทำงาน กลับบ้านมายังต้องเจอสภาพห้องรก ส่วนภรรยาถูกวางภาพให้นอนเล่นมือถือและใช้เงินสามีซื้อของกิน
ผลที่ตามมาคือ ฝ่ายภรรยาถูกชาวเน็ตวิจารณ์อย่างหนัก ทั้งต่อว่า บูลลี่รูปร่าง และถูกมองในแง่ลบเวลาออกไปข้างนอก ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าส่งผลต่อสภาพจิตใจอย่างมาก แต่ทางครอบครัวอ้างว่าในช่วงนั้นถูกสั่งไม่ให้ตอบโต้หรืออธิบายความจริง เพื่อไม่ให้กระแสดราม่าหยุดลง
หลังจากคลิปเริ่มดัง ครอบครัวยังเล่าว่า เอเจนซี่เปลี่ยนเงื่อนไขมาให้เซ็นสัญญารายเดือน เดือนละ 20,000 บาท โดยแบ่งให้สามีและภรรยาคนละ 10,000 บาท พร้อมรับปากว่าจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายบางอย่าง แต่หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว ชีวิตกลับไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่คิด เพราะสามีต้องหยุดวิ่งงานส่งอาหารเพื่อมาถ่ายคอนเทนต์ตามสคริปต์ ทำให้รายได้หลักหายไป ขณะที่บางคลิปครอบครัวต้องควักเงินซื้อของเข้าฉากเอง นอกจากนี้ยังอ้างว่าเอเจนซี่ไม่ให้รับงานรีวิวเอง หากจะรับต้องผ่านบริษัท และมีการแบ่งรายได้ในสัดส่วนที่บริษัทได้มากกว่า รวมถึงไม่ให้รับของสนับสนุนจากแฟนคลับ เช่น นม หรือแพมเพิร์สของลูก

อีกหนึ่งจุดที่กลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย คือช่วงที่ลูกชาย “น้องบอส” ป่วยมีไข้ ครอบครัวระบุว่าเงินเก็บเริ่มไม่พอ จึงขอเบิกเงินเดือนล่วงหน้าเพื่อพาลูกไปหาหมอ แต่ทางเอเจนซี่ปฏิเสธ โดยอ้างว่าเป็นกฎบริษัท ทำให้ครอบครัวรู้สึกกดดันและผิดหวังอย่างหนัก
นอกจากนี้ ครอบครัวยังเปิดเผยถึงคอนเทนต์ขายหมูปิ้ง โดยอ้างว่าเดิมทีพวกเขาอยากขายไก่ทอด เพราะเคยขายมาก่อน แต่เอเจนซี่ให้ทำเป็นคอนเทนต์ขายหมูปิ้งแทน เพราะมองว่าดูสู้ชีวิตกว่า และยังมีสคริปต์ที่กำหนดให้พูดเรื่องเงินหมดไปกับค่ารักษาลูก เพื่อให้เรื่องราวดูน่าสงสารมากขึ้น
สุดท้าย เมื่อครอบครัวทนแรงกดดันไม่ไหว ทั้งเรื่องสุขภาพจิต รายได้ที่หายไป และหนี้สินที่เพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจขอยกเลิกสัญญา โดยระบุว่ายอมไม่รับเงินเดือน 20,000 บาทก็ได้ แต่หลังจากนั้นกลับพบว่าช่องเดิมที่มีผู้ติดตามกว่า 34,000 คน ถูกตั้งค่าเป็นส่วนตัว และพวกเขาไม่สามารถเข้าถึงช่องของตัวเองได้อีก

ทางครอบครัวจึงต้องเปิดช่องใหม่ เพื่อออกมาเล่าเบื้องหลังทั้งหมด พร้อมขอโทษคนดูที่เคยรู้สึกผิดหวัง และยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่หลงไปทำคอนเทนต์ให้คนมาด่าตัวเองเพื่อแลกกับเงิน แต่สุดท้ายกลับได้รับผลกระทบหนักกว่าที่คิด
หลังเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า เคยเห็นหลายช่อง แม่เลี้ยงเดี่ยว พ่อเลี้ยงเดี่ยวสักอย่าง มุมกล้อง ตัดต่อ ไม่ใช่คนเพิ่งเล่น งานเหมือนมีคนทำให้ ก็ว่าอยู่ว่าแปลกๆ,อีกคอมเมนต์บอกว่า ว่าแล้วคลิปแนวๆนี้เคยเจอบ่อยใน tiktok มันจะเป็นคลิปแบบมีตั้งแต่แม่เลี้ยงเดี่ยวมีตั้งแต่พ่อขับ grab แล้วก็แพทเทิร์นเดียวกันจะเป็นการสู้ชีวิตแบบรันทดแล้วก็พากษ์เสียงแล้วมุมกล้องทุกอย่างคือทำออกมาดี,ต่อไปต้องระวังไปหมดละ อันไหนจริงอันไหนปลอมวะนี่ ติ๊กต๊อกการละคร,เราๆนี่แหละ เป็นเหยื่อของความดราม่า เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ทำอะไรต้องมีสติ ทุกชีวิตมีเรื่องราวของเขา และอีกคอมเมนต์บอกว่า น่ากลัวขึ้นทุกวัน สมัยนี้อะไรก็เป็นคอนเท้นต์ไปหมด แยกไม่ออกแล้ว
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ของยุคคอนเทนต์ไวรัลค่ะ / เพราะบางคลิปที่ดูเหมือนชีวิตจริง อาจมีเบื้องหลังเป็นสคริปต์และการจัดฉาก แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นกลับเป็นเรื่องจริง ทั้งคำด่า สุขภาพจิต รายได้ และความเชื่อใจของคนดู หลังจากนี้จะมีการชี้แจงจากฝั่งบริษัทหรือเอเจนซี่ที่ถูกกล่าวอ้างหรือไม่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ
#ครอบครัวบิ๊ก #ไรเดอร์ส่งอาหาร #ดราม่าTikTok #ไวรัลลวงโลก #คอนเทนต์จัดฉาก #เอเจนซี่ทำคอนเทนต์ #สคริปต์ดราม่า #ครอบครัวไรเดอร์ #ข่าวโซเชียล #ข่าวดราม่า #TikTokไวรัล #ข่าวออนไลน์ #ล้อมวงเล่า



