มหากาพย์อดีตเพื่อนรักกว่า 20 ปี “ต้า เฟ็ดเฟ่–ยัด ชัยโสโร” ยังไม่จบง่าย ๆ หลังเคลียร์กันกลางโหนกระแสจนประเด็นหุ้น 49% เงินบริษัท และทรัพย์สินถูกขุดออกมาหมด ล่าสุด “พี่หนุ่ม กรรชัย” เปิดเบื้องหลังหลังจบรายการ เผยยัดถึงกับนั่งร้องไห้ ก่อนยอมว่าจะคืนเงินในส่วนที่ควรเป็นของต้า แต่ต้องกลับไปคำนวณตัวเลขทางบัญชีให้ชัด ขณะที่ต้าเปิดตัวเลขที่มองว่าตัวเองควรได้รับตลอด 7 ปี อยู่ที่ประมาณ 19 ล้านบาทค่ะ 


กลายเป็นประเด็นที่หลายคนยังจับตากันต่อค่ะ สำหรับมหากาพย์อดีตเพื่อนรักกว่า 20 ปี ระหว่าง “ต้า เฟ็ดเฟ่” และ “ยัด ชัยโสโร” หลังจากเมื่อวานนี้ทั้งสองฝ่ายได้มาเผชิญหน้ากันในรายการโหนกระแส งัดหลักฐานออกมาโต้กัน ทั้งเรื่องหุ้น เงินบริษัท บ้าน รถ คาเฟ่ รวมถึงเอกสารการโอนหุ้น 49% ของต้า ที่อ้างว่า ต้ายอมขายหุ้นในราคาเพียง 300,000 บาท จนเกิดคำถามตามมาค่ะ
โดยทางด้านยัดชี้แจงว่าเงิน 300,000 บาทที่เคยให้ต้ายืมไปคืนอดีตสมาชิก FEDFE ซึ่งต่อมาก็ถูกนำมาใช้เป็นมูลค่าในการโอนหุ้น 49% ของต้า ขณะที่ก่อนหน้านั้นยัดกลับพูดว่า ต้ายังไม่ได้คืนเงินก้อนดังกล่าว ทำให้พี่หนุ่ม กรรชัย และทนายตุ๋ยตั้งข้อสังเกตถึงความย้อนแย้งของตัวเลขตรงนี้
ขณะเดียวกัน ยังมีประเด็นเงิน10 ล้านบาทที่ยัดนำออกจากบริษัทในรูปแบบ “เงินยืมกรรมการ” ก่อนนำไปซื้อบ้านในชื่อตัวเอง และหลังขายบ้านก็มีการนำเงินไปซื้อคาเฟ่ รวมถึงทรัพย์สินอื่น ๆ ซึ่งฝั่งยัดชี้แจงว่า เงินบางส่วนก็ถูกทยอยนำกลับเข้าไปช่วยบริษัทแล้ว ในช่วงที่บริษัทขาดสภาพคล่องค่ะ

ขณะที่ทางด้านต้า หลังจบรายการโหนกระแสก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อทั้งน้ำตาว่า ตัวเองต่อสู้เรื่องนี้มานานกว่า 10 เดือน และสิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรมในส่วนที่ตัวเองควรได้รับ ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมา15 ปี โดยต้าบอกว่ารวมตัวเลขกลมๆแล้วอยู่ที่ประมาณ 19 ล้านบาท ค่ะ
ขณะเดียวกันค่ะ ทางด้านทนายไข่มุก ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว โดยได้โพสต์ภาพข่าวของสำนักข่าว BRIGHT TV ซึ่งพูดถึงประเด็นที่ต้าเคยถามยัดตรง ๆ เรื่องการคัดค้านการประกันตัวว่า ”เจ็บใจถาม ‘ยัด’ ตรงๆ คัดค้านประกันตัวทำไม ? คัดค้านการประกันตัวผมทำไม เพื่อนกะเอาให้เรา ติดคุกหายไปเลยเหรอ นายก็รู้ว่าเราไม่มีตังค์ ประกันตัว ผมเข้าไปอยู่ในคุกใต้ถุนศาล เค้าคัดค้าน การประกันตัวผม ยื่นต่อศาลว่าไม่ให้ปล่อยตัวผม ให้ส่งตัวผมไปเรือนจำเลย ตอนนั้นผมต้องขอยืม เงินทนายโฟมุก 1 แสนบาท!!”

พร้อมกันนี้ ทนายไข่มุกยังแนบภาพคอมเมนต์ของชาวเน็ตรายหนึ่ง ซึ่งเข้ามาเล่าถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าว โดยข้อความระบุว่า ”ผมเป็นคนที่พี่ต้าพูดถึงในศาลครับ ยืนยันอีกทีว่า เขาคัดค้านการประกันตัว จนถึงเวลาศาลปิด ประกันออกไปทันไม่ งั้นเข้าเรือนจำ ทนายฟิลม์ วิ่งเดินเรื่องหัวหมุนเลยครับ รีบวิ่งมาให้ พี่ต้าเซนยื่นประกันตัว คือต้องขอบคุณทนายฟิลม์มากๆ พี่ต้าได้ขอโอนจ่ายค่าประกันตัว เกือบ5โมงครึ่ง คือลุ้นมากๆ เฮือกสุดท้ายจริงๆครับ คือรถเรือนจำมารอแล้ว ผมรู้ความจริงทั้งหมดเลยครับ ยืนยันเลยครับ ว่าคือความจริงแน่นอนครับ ” พร้อมทั้งระบุข้อความด้วยว่า ขอบพระคุณพี่ที่มาช่วยยืนยันนะคะ ไม่ได้ต้องการจะกล่าว จะโทษฝ่ายใด แต่อยากยืนยันว่าสิ่งที่พูดในรายการ เราสื่อความตามความจริงเสมอค่ะ
ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ ในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย พี่หมวย อริสรา ก็ได้หยิบประเด็นเรื่องของต้าและยัดกลับมาพูดถึงอีกครั้ง พร้อมเผยเบื้องหลัง โดยพี่หนุ่มบอกว่า จริง ๆแล้วตอนแรก รายการโหนกระแสตั้งใจเชิญเพียงฝั่งยัดเข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ยัดได้ชี้แจงในมุมของตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้ฝั่งต้าเคยมาพูดไปแล้ว แต่เมื่อได้พูดคุยกับยัดและทนายอาร์มหลังฉาก ทนายอาร์มกลับเป็นฝ่ายเสนอเองว่า “ควรจะต้องให้ต้าร์มาด้วย” ซึ่งยัดก็ยินดี ทีมงานจึงรีบโทรหาต้าช่วงเกือบ 11 โมงเช้า ก่อนที่ต้าและทนายไข่มุกจะรีบเดินทางมาที่ช่อง 3 ทันทีค่ะ

และเพื่อไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเจอกันก่อนเข้ารายการ ทีมงานจึงจัดให้แยกกันเตรียมตัวคนละชั้น โดยฝั่งยัดอยู่ชั้น 10 ส่วนฝั่งต้าอยู่ชั้น 11 โดยพี่หนุ่มยังย้อนพูดถึงเงินจาก FEDFE กว่า 200,000 บาทที่ต้ายอมรับว่าเป็นคนถอนออกมา โดยมองว่าในมุมของต้าก็มีเหตุผลที่น่าเห็นใจ เพราะช่วงนั้นเจ้าตัวถูกบริษัทชัยโสโรลดเงินเดือนจากเดือนละ 150,000 บาท เหลือเพียง 40,000 บาท ขณะเดียวกันคุณพ่อก็ป่วยหนัก ต้าจึงนำเงินจาก FEDFE ซึ่งตัวเองถือหุ้นอยู่ถึง 98% ออกมาใช้ โดยย้ำว่า เรื่องเงิน FEDFE ก้อนนี้ “มันจบตรงนั้นแล้ว” เพราะหลังเกิดเรื่อง ต้าก็ไปยืมเงินยัดจำนวน 300,000 บาท แล้วนำไปเคลียร์กับเพื่อนอดีตสมาชิก FEDFE จนครบทุกคนแล้ว สังคมจะไปตราหน้าว่าเขาโกงไม่ได้ พี่หนุ่มพูดถึงประเด็นที่ยัตเอาเงินบริษัทไปซื้อบ้าน ซื้อรถ และคาเฟ่ โดยอ้างว่าเป็น “เงินยืมกรรมการ” พร้อมชี้หลักความจริงว่า หากเป็นเงินยืมกรรมการจริง ต้าร์ที่มีหุ้น 49% ก็ควรจะได้รับเงินในสัดส่วนของตนด้วย (เช่น ถ้ายืม 10 ล้าน ต้าร์ก็ต้องได้ 4.9 ล้าน)
พี่หนุ่มเปิดใจถึงความอึดอัดในการจัดรายการว่า ใจจริงอยากให้ยัตเป็นคนอธิบายกับต้าร์โดยตรง แต่ยัตกลับ “คิดอะไรไม่ออก” แม้ต้าร์จะเคยหลุดปากว่า “ไม่เอาอะไรเลย” แต่ในฐานะเพื่อนที่ร่วมสร้างบริษัทมาด้วยกัน ยัตก็ไม่ควรยึดสมบัติมาทั้งหมด พี่หนุ่มชี้ว่า ยัตควรเก็บเงินส่วนของต้าร์แยกเข้าบัญชีเอาไว้ให้ เพราะย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนกำลังลำบาก ทั้งพ่อป่วยและมีภาระต้องรับผิดชอบ และความจริงในมุมของยัตคือต้าร์เป็นคนยกให้เอง แต่ “ความจริงของสังคมคือคนไม่เชื่อ” เพราะมันผิดวิสัยที่คนลำบากจะยอมเดินออกไปตัวเปล่า
พี่หนุ่มยังบอกอีกว่า หลังรายการจบลง ยัดถึงกับทรุดลงไปนั่งร้องไห้ จนพี่หนุ่มต้องเดินเข้าไปพูดคุยและปลอบให้ใจเย็นลง โดยยัดพูดกับพี่หนุ่มทั้งน้ำตาว่า “ความจริงมันมีอยู่จริงๆ แต่สุดท้ายมันไม่มี คล้ายๆ ว่าความยุติธรรมมันไม่มีอยู่จริง โดยพี่หนุ่มจึงพยายามเตือนว่า หากยังมัวแต่ย้อนกลับไปขุดเรื่องในอดีต และต่างฝ่ายต่างยึดความจริงของตัวเอง เรื่องนี้ก็คงไม่มีวันจบ จึงอยากให้ทั้งสองฝ่ายลองถอยกันคนละก้าว เพื่อหาทางออกที่เป็นธรรมกับทุกคน
โดยในที่สุดยัตยอมตกลงที่จะคืนเงินให้ต้า โดยขอไปพิจารณาตัวเลขสัดส่วนทางบัญชีที่ชัดเจนก่อน ยัตฝากคำขอร้องทิ้งท้ายเพื่อปกป้องคนรอบข้างว่า “ถ้าจะอะไรให้มาลงที่ผมคนเดียว อย่าไปลงกับคนอื่น อย่าไปด่าคนอื่น”
ขณะที่หลังจบรายการค่ะ นักข่าวได้เข้าไปสัมภาษณ์ต้าเพิ่มเติม และถามว่า หลังจากนี้ยังมีโอกาสกลับมาเป็นเพื่อนกันได้อีกหรือไม่ ต้าบอกว่า เรื่องนี้มีอยู่สองมุม มุมแรกคือ ตัวเองต้องแคร์ความรู้สึกของผู้ใหญ่และแฟนคลับที่คอยช่วยเหลือและดึงตัวเองขึ้นมาจากช่วงเวลาที่มืดมนที่สุด หากมองตามความรู้สึกของคนที่อยู่ข้างตัวเองมาตลอด ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะกลับไปเหมือนเดิม
แต่ขณะที่อีกมุมหนึ่ง หากถามความรู้สึกลึก ๆ ต้ายอมรับตรง ๆ ว่า “อยากกลับไปเป็นเพื่อน” เพราะตลอดเวลากว่า 20 ปี ความทรงจำดี ๆ ที่มีกับยัดนั้น มีมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลัง และถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขบางอย่างได้ ต้าก็อยากทำค่ะ ต้ายังบอกด้วยว่า ตัวเองเสียใจกับความสัมพันธ์ที่พังลงอย่างมาก เพราะมองว่าตัวเองเป็นเหมือน “แฟนคลับคนแรก” ของยัด ก่อนจะนิยามความรู้สึกที่มีต่ออดีตเพื่อนคนนี้สั้น ๆ ว่า
“ทั้งรักทั้งเคือง”
ขณะที่ทางด้านยัด หลังจบรายการก็ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับทีมข่าว และพูดทิ้งท้ายเพียงว่า “ไปฟังเขาให้สัมภาษณ์ดีกว่าคับ เค้าน่าสงสารกว่า คนน่าจะฟังเค้าเยอะกว่า”
เรียกได้ว่า แม้การเผชิญหน้ากันครั้งนี้ จะยังไม่สามารถทำให้ความสัมพันธ์กว่า 20 ปีกลับมาเหมือนเดิมได้ทันที แต่อย่างน้อยก็เริ่มเห็นช่องทางที่จะพูดคุยกันเรื่องผลประโยชน์ที่ค้างคา โดยเฉพาะหลังจากยัดบอกว่าจะกลับไปตรวจสอบตัวเลขและจะคืนเงินให้ต้า ส่วนตัวเลข 19 ล้านบาท ที่ต้าเปิดเผยว่าเป็นจำนวนเงินที่ตัวเองมองว่าควรได้รับจากช่วงเวลาประมาณ 7 ปีที่อยู่กับบริษัท สุดท้ายแล้วเมื่อเปิดบัญชีและคำนวณกันจริง ๆ จะตรงกับตัวเลขนี้หรือไม่ และการคืนผลประโยชน์ครั้งนี้จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มหากาพย์อดีตเพื่อนรักคู่นี้เดินไปถึงบทสรุปได้หรือไม่ เรื่องนี้เราคงต้องติดตามกันต่อไปค่ะ



#ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัดชัยโสโร #ต้ายัด #FEDFE #ชัยโสโร #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ทนายอาร์ม #ทนายไข่มุก #ทนายตุ๋ย #แอ๊ะชาติฉกาจ #เงิน19ล้าน #หุ้น49เปอร์เซ็นต์ #เฟ็ดเฟ่ #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า



