กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงอย่างหนักค่ะ สำหรับกรณีหมอคลินิกที่ถูกผู้เสียหายร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมด่าทอและเหยียดผู้ใช้สิทธิ 30 บาท ก่อนเรื่องจะลามไปถึงคำร้องเรียนเรื่องจริยธรรมแพทย์และการตรวจสอบคลินิก ล่าสุด ดร.ธนกฤต ลงพื้นที่ตรวจสอบแต่ไม่พบตัวหมอ ก่อนเปิดเผยว่าเจ้าตัวยอมรับว่าด่าจริง ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และประกาศว่าจะเลิกเป็นหมอ เตรียมไปบวชแบบไม่มีกำหนดสึก ขณะที่คลินิกถูกสั่งหยุดให้บริการแล้วค่ะ




กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างหนักในโลกออนไลน์ค่ะ สำหรับกรณีของคุณหมอประจำคลินิกแห่งหนึ่ง หลังมีผู้เสียหายออกมาร้องเรียนถึงพฤติกรรมด่าทอ ใช้ถ้อยคำรุนแรง รวมถึงมีประเด็นเหยียดผู้ป่วยที่ใช้สิทธิ์บัตรทอง 30 บาท ว่าเป็นคนฐานะยากจน จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก
กระทั่งต่อมาค่ะ “คุณปริม” ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมผ่านรายการโหนกระแส ซึ่งดำเนินรายการโดย “พี่หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” พร้อมด้วย ดร.ธนกฤต จิตอารีรัตน์ อดีตเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ ที่มาร่วมให้ข้อมูลและวิเคราะห์ข้อกฎหมายค่ะ
โดยคุณปริม ซึ่งเป็นผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย เล่าว่า วันเกิดเหตุ เธอเดินทางไปที่คลินิกเพื่อขอใบส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามรอบทุก ๆ 3 เดือน แต่พยาบาลกลับมาแจ้งว่า “หมอไม่อนุญาตให้ออกใบส่งตัว เมื่อคุณปริมถามถึงเหตุผล คุณหมอกลับโวยวายใส่ว่า “ตามนั้นแหละจ๊ะ ไม่พอใจก็ย้ายไป” พร้อมอ้างว่าคุณปริมแค่กินยาและตรวจเลือดก็เพียงพอแล้ว ทั้งที่คุณปริมยืนยันว่าไม่ได้กินยาดังกล่าวมานานแล้วค่ะ


คุณปริมยังเล่าว่า หลังจากนั้นหมอมีพฤติกรรมใช้คำหยาบ ด่าทอ รวมถึงโทรเข้ามาก่อกวนและข่มขู่สารพัด จนเธอตัดสินใจนำเรื่องนี้ออกมาร้องเรียนค่ะ
ขณะที่ทางด้านทนายตุ๋ย ได้ชี้แจงในรายการถึงประเด็นที่หมอเคยกล่าวอ้างเรื่องการเป็นทนาย โดยบอกว่า หากเป็นนักกฎหมายหรือทนายความตัวจริง จะเรียกว่า “ใบอนุญาตว่าความ” ไม่ใช่คำว่า “ตั๋วทนาย” ตามที่หมอพูด พร้อมทั้งชี้ว่า หากคลินิกปล่อยให้มีการถ่ายภาพประวัติผู้ป่วยออกไป ก็อาจมีประเด็นเกี่ยวข้องกับกฎหมาย PDPA ส่วนการด่าทอพ่อแม่ของผู้ป่วยก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทได้ค่ะ
ด้าน ดร.ธนกฤต ย้ำว่า หากผู้ป่วยมีอาการเกินศักยภาพของคลินิกแล้วปฏิเสธการส่งต่อ ก็ถือเป็นการผิดกติกาในการดูแลผู้ป่วย ขณะที่พฤติกรรมด่าทอหรือเหยียดหยามผู้ป่วยก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับจริยธรรมวิชาชีพแพทย์โดยตรงค่ะ ขณะเดียวกัน สปสช. เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบ และอาจมีการพิจารณาสั่งปิดคลินิกชั่วคราว รวมถึงประสาน สน.มีนบุรี เพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายในการดำเนินคดีค่ะ


โดยทางเพจ “ซ้อเปา-เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ยังได้โพสต์ภาพแชตที่อ้างว่าเป็นการสนทนาระหว่างคุณหมอรายนี้กับพยาบาลที่เคยทำงานด้วย โดยในแชตมีการใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า ”กลับไปเลี้ยงควายเถอะ เรียนแค่อาธาณสุขทำมาอวดดีกว่าหมอ องค์กรชิบหาย เพราะมีคนอวดฉลาดแบบมึงไง กลับบ้านนอกไปเลี้ยงควายไป กระจอกไม่มีศักดิ์ศรี ยังอวดฉลาด ก็สมควรที่จะเป็นแบบนี้ต่อไป ได้คนอย่างมึงมาไง องค์กรณ์ถึงได้ชิบหาย เงินเดือนทำงานขั้นต่ำ ตรวจสิ เอาใบสาธารณสุขมึงไปแขวนรพ. เงินเดือนต่ำต้อย ไม่งั้นไม่เรียนสาธารณสุข จบมาเงินเดือนไม่พอยาใส้ ชีวิตประจำวัน มีทางเดียว นอกจากกลับไปไถนาเลี้ยงควาย ไม่มีศักดิ์ศรี อวดฉลาด ชีวิตแบบมึง ตายไป500ชาติ ก็ไม่มีทางได้ดี เป็นลูกจ้างจบสาธารณสุข เสือกอวดฉลาด ชีวิตมึงมันก็แค่นี้แหละ เงินเดือนพอใช้ไหมก่อน มาขอหมออยู่ได้ ไปขอทานไป ถ้าเรียนสาธารณสุข แล้วชีวิตตกต่ำไม่มีกินขนาดนั้น”
โดยซ้อเปายังระบุข้อความว่า ”จำเคสคุณหมอปากแซ่บที่ด่าคนไข้ได้ไหม ล่าสุดน้องพยาบาลที่เคยทำงานกับหมอได้ขอลาออก จากนั้นหมอก็ส่งไลน์มาด่า เช้า กลางวัน เย็น และก่อนนอน” พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า ”หมอเป็นแบบนี้ ตั้งแต่เรียนนะ เป็นตัวตึง ด่าหมดตั้งแต่ยามหน้ามหาวิทยาลัย ยันอธิการบดี หมาแมว เดินตัดหน้าก็ด่า ผู้ปกครองมาเคลียร์ให้บ่อยมาก เพื่อนร่วมรุ่นฟ้องมา ( เรียน มข.)”


ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ ในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย และพี่หมวย อริสรา ก็ได้นำประเด็นนี้กลับมาพูดถึงอีกครั้ง
โดยในรายการมีการสัมภาษณ์ ดร.ธนกฤต ทางโทรศัพท์ หลังจากเจ้าตัวลงพื้นที่ไปตรวจสอบที่คลินิก แต่ไม่พบตัวคุณหมอ พบเพียงคุณแม่ของหมอ ดร.ธนกฤตบอกว่า คุณหมอยินดีที่จะมาออกรายการโหนกระแส เพื่อชี้แจงในมุมของตัวเอง พี่หนุ่มจึงถามกลับแบบติดอารมณ์ว่า “แล้วเขาจะมาด่าผมหรือเปล่า”
ดร.ธนกฤตก็ตอบว่า “คงไม่ด่าหรอกมั้งครับ เมื่อกี้เขาก็พูดกับผมดี” ก่อนจะเผยอีกว่า คุณหมอบอกกับตนว่า ตอนนี้อยากจะไปบวชแล้ว และไม่อยากเป็นหมออีกต่อไป อยากไปทำบุญหรือทำอย่างอื่นแทนค่ะ
พี่หนุ่มจึงถามต่อว่า แล้วจะไปบวชแบบไม่สึกเลยหรือไม่ ซึ่ง ดร.ธนกฤตบอกว่า เรื่องนี้คงต้องให้พี่หนุ่มไปถามคุณหมอเองค่ะ ส่วนสถานการณ์ของคลินิกในตอนนี้ ดร.ธนกฤตเปิดเผยว่า มีการหยุดให้บริการแล้ว โดยใช้มาตรการของ สปสช. พร้อมให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าตรวจสอบในส่วนของเวชระเบียน รวมถึงตรวจสอบตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล และได้มีการย้ายผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแลไปยังหน่วยบริการของกรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้วค่ะ
ขณะที่พี่หนุ่มยังบอกอีกว่า “หมอเขายอมรับว่าด่าจริงๆ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แต่ก็มีคนไข้หลายคนบอกว่า มันไม่ได้เป็นแค่วันนั้น แต่ละเหตุการณ์เกิดขึ้นเยอะแยะมากมาย แต่ตัวแกบอกจะไปบวชแล้ว คุณแม่ของหมอ ก็ขอโทษ”
ขณะเดียวกัน ทางเพจ “ซ้อเปา-เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นนี้เพิ่มเติมว่า”คุณหมอปากแซ่บ ด่าหยายใส่คนไข้ปล่อยโฮ ประกาศ “พอแล้ว เลิกแล้ว ไม่เอาแล้ว”ขอทิ้งอาชีพหมอไปบวชแบบไม่มีกำหนดสึก ดร.ธนกฤต เดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อพูดคุยกับคุณหมอ แต่ไม่พบตัว จึงได้คุยกันผ่านโทรศัพท์แทน โดยหมอระบายทั้งน้ำตาว่า ช่วงนี้เครียดหนักจนนอนไม่หลับ ถูกโทรศัพท์เข้ามาต่อว่าไม่หยุด ก่อนประกาศว่าจะไม่เป็นหมอแล้ว เพราะมีรายได้จากบ้านเช่าวันละหลักหมื่น ต่อให้ไม่ทำงานก็ยังอยู่ได้ และคิดว่าจะไปบวชตลอดชีวิต
ส่วนประเด็นที่เคยพูดถึงผู้ใช้สิทธิ 30 บาทว่าเป็นคนจนและพวกรากหญ้า ดร.ธนกฤตได้ถามตรงๆ ว่าทำไมถึงพูดแบบนั้น ซึ่งหมอยังคงตอบในทำนองว่า หากพูดความจริงออกไป คนใช้สิทธิ 30 บาทอาจไม่ได้รับการรักษาและถูกปล่อยให้เสียชีวิต งานนี้อาม่าถึงกับทนฟังไม่ไหว รีบสวนหลานกลางสายว่า “ไม่ให้บวช” เพราะถ้าเลิกเป็นหมอแล้วใครจะเลี้ยงอาม่า พร้อมเตือนสติว่า ตัวอาม่าเองก็ใช้สิทธิ 30 บาท”






และยังคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยว่า”อย่าบวชเลย ไปเป็นพระตุ๊ดแดกเณรในวัด หรือตอนไหนน้ำตาลตกไล่ด่ากราดหลวงพ่อ หรือญาติโยมที่มาบุญใส่บาตรทำอาหารไม่ถูกปากอีก”
หลังจากนี้จึงต้องจับตากันต่อค่ะว่า คุณหมอจะเดินทางมาออกรายการโหนกระแสตามที่มีการพูดคุยกันไว้จริงหรือไม่ และหากมา จะชี้แจงถึงพฤติกรรมที่ถูกผู้ป่วยและอดีตบุคลากรร้องเรียนอย่างไร รวมถึงผลการตรวจสอบจาก สปสช. และหน่วยงานด้านสาธารณสุข จะมีบทสรุปออกมาในทิศทางไหน เรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปค่ะ
#หมอคลินิก #สิทธิ30บาท #บัตรทอง30บาท #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ธนกฤต #ทนายตุ๋ย #ซ้อเปา #สปสช #คลินิก #จริยธรรมแพทย์ #ผู้ป่วย #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #ข่าววันนี้ #ล้อมวงเล่า



