กลายเป็นคลิปที่ทำเอาคนใช้รถถึงกับตกใจ หลังรถเบนซ์สีขาวคันหนึ่งขับย้อนศรสวนมาในช่องทางหลักบนถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ท่ามกลางรถที่กำลังสัญจรหนาแน่น ล่าสุดทราบตัวคนขับแล้ว เป็นหญิงวัย 77 ปี ก่อนเดินทางเข้าพบตำรวจและรับทราบข้อกล่าวหาเบื้องต้น 3 ข้อหา



กลายเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์บนท้องถนนที่ทำเอาคนที่อยู่ในเหตุการณ์ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกค่ะ หลังมีชาวเน็ตรายหนึ่งออกมาโพสต์คลิปจากกล้องหน้ารถ จับภาพรถเบนซ์สีขาวคันหนึ่ง ขับย้อนศรสวนมาในช่องทางหลักบนถนนวิภาวดี ฝั่งขาเข้า ก่อนถึงห้าแยกลาดพร้าว พร้อมระบุข้อความบอกว่า รถหรูสวนมาได้อย่างไร เคยเห็นแต่คลิปคนอื่น ไม่คิดว่าจะเจอกับตัว ท่ามกลางรถที่กำลังสัญจรอยู่บนถนน จนหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันสงสัยค่ะ ว่ารถคันดังกล่าวมาจากไหน โดยเหตุการณ์นี้ค่ะ เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 13.50 น. ของวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา
โดยทางด้านของเจ้าของคลิปดังกล่าว คุณจตุพร นาคสุข หรือคุณเก่ง อายุ 40 ปี ก็ได้เล่าว่า ตนกำลังขับรถออกจากบ้าน กำลังไปยูเทิร์น ตรงห้าแยกลาดพร้าว ขับมาอยู่ดีๆ ก็เจอรถเบนซ์สีขาวคันนี้ ขับย้อนศรมา ตอนแรกก็ตกใจ ทำอะไรไม่ถูกก็เลยจอดรถ นึกว่าเขาจะจอดเหมือนกัน แต่เขาก็ขับฝ่าเข้ามาเลย เค้าขับไหลเรื่อยๆไม่หยุดเลย พยายามบีบแตรบอก แต่เขาก็ไม่หยุดแล้วเลนซ้ายขวารถมันแน่น โดยคุณเก่งยังบอกอีกว่า คนขับรถเป็นผู้หญิง อายุค่อนข้างเยอะ ไม่ได้มีอาการตกใจอะไร เหมือนตั้งใจขับย้อนศรไป พร้อมทั้งฝากบอกลูกหลานให้ดูแล ถ้าเกิดขับรถไม่ได้ ก็ควรมีลูกหลานดูแลขับรถให้จะดีกว่าค่ะ
ขณะที่ทางด้านพันตำรวจโท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สารวัตรจราจร สถานีตำรวจนครบาล.วิภาวดี เปิดเผยว่า ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและทราบตัวคนขับรถเบนซ์คันดังกล่าวแล้ว ซึ่งได้นัดหมายให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อสอบปากคำ ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในเวลา 13.00 น. ของวันนี้ค่ะ

ขณะที่ต่อมาค่ะ ทางด้านของนางพะเยาว์ อายุ 77 ปี พร้อมลูกสาว ก็ได้เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมและรับทราบข้อกล่าวหา กรณีขับรถยนต์เบนซ์สีขาวขับรถย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้า ก่อนถึงห้าแยกลาดพร้าว โดยทางด้านนางพะเยาว์ก็ได้สวมแว่นตาดำใส่หน้ากากอนามัย และไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนที่ตำรวจจะให้ญาตินำรถเบนซ์คันที่เกิดเหตุมาที่ สถานีตำรวจนครบาล.วิภาวดี เพื่อตรวจสอบ เบื้องต้นได้แจ้ง 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาท ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง และเดินรถไม่เป็นไปตามทิศทางที่กฎหมายกำหนด ก่อนจะเตรียมนัดหมายเพื่อนำตัวส่งศาลแขวงพระนครเหนือ ในวันที่ 9 กันยายน 2569 นี้ค่ะ
ภายหลังให้ปากคำเสร็จสิ้น นางพะเยาว์พร้อมลูกสาวเดินออกจากห้องสอบสวน โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันทีค่ะ







โดยทางด้านพันตำรวจโท ภุชงค์ บอกว่า นางพะเยาว์ ได้ยินเสียงแตรรถ แต่ด้วยความตกใจจึงไม่รู้จะทำอย่างไร และเข้าใจเครื่องหมายผิดแต่ใช้เส้นทางนี้บ่อยเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะว่าบ้านของนางพะเยาว์อยู่บริเวณย่านรัชดา พร้อมยืนยันว่าไม่มีโรคประจำตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พูดคุยกับทาง ลูกสาวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งปกติลูกสาวเขาดูแลอยู่แล้ว แต่ด้วยความที่นางพะเยาว์ ออกมาในบริเวณที่ใกล้บ้าน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เน้นย้ำไปเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่หลังจากนี้จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันไปวางกรวยให้ชัดเจนกว่าเดิม โดยได้มีการปรับไปจำนวน 3,000 บาท ส่วนการริบรถขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ในการพิจารณาในกรณีขับรถไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะถูกศาลสั่งริบรถ แต่ก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล และทางผู้ต้องหามีสิทธิ์อุทธรณ์ชี้แจงค่ะ


อย่างไรก็ตามค่ะ เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์สำคัญสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ยังขับรถด้วยตัวเอง เพราะเพียงแค่ความสับสนหรือเข้าใจเส้นทางผิด ก็อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่อันตรายกับทั้งตัวเองและผู้ใช้ถนนคนอื่นได้ ส่วนกรณีของนางพะเยาว์ หลังจากนี้ก็ต้องรอติดตามกันต่อค่ะว่า ในวันที่ 9 กันยายน ศาลจะมีดุลพินิจอย่างไร โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องของรถยนต์คันที่เกิดเหตุว่าจะมีคำสั่งริบหรือไม่ค่ะ
#เบนซ์ย้อนศร #วิภาวดี #ห้าแยกลาดพร้าว #ขับรถย้อนศร #ข่าววันนี้ #ข่าวโซเชียล #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ #หนุ่มกรรชัย #ล้อมวงเล่า



