เจอมรสุมถาโถมแบบแทบตั้งตัวไม่ทันค่ะ สำหรับ “พิมรี่พาย” ที่ล่าสุดออกมาไลฟ์เล่าปัญหาธุรกิจแบบหมดเปลือก ทั้งขาดทุนจากวงการทุเรียนเป็นหลักร้อยล้าน หวังพลิกสถานการณ์ด้วยสกุชชี่แต่กระแสกลับอยู่ไม่นาน แถมโกดังสินค้ายังถูกน้ำท่วมจนของเสียหายหนัก ขณะที่เงินสดก็เริ่มตึงมือจนต้องคิดหาทางประคองธุรกิจต่อ ก่อนตอบตรง ๆ หลังมีคนถามว่า ทำไมช่วงนี้ไม่ออกไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยเจ้าตัวยอมรับว่า ตอนนี้ทีมงานและโกดังของตัวเองก็กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตเช่นกันค่ะ


เรียกได้ว่าช่วงนี้เจอมรสุมชีวิตถาโถมเข้ามาหลายเรื่องพร้อมกันเลยค่ะ สำหรับ “พิมรี่พาย” ที่ล่าสุดก็ได้ออกมาไลฟ์สดเปิดใจถึงสถานการณ์ธุรกิจของตัวเองแบบตรงไปตรงมา หลังต้องเจอทั้งปัญหาขาดทุนจากการขายทุเรียน สินค้าบางตัวที่หวังจะใช้พลิกสถานการณ์กลับไม่เป็นไปตามคาด รวมถึงโกดังสินค้าที่ล่าสุดยังถูกน้ำท่วมจนได้รับความเสียหายอีกระลอก
โดยเจ้าตัวถึงกับบอกว่า เจ็บหนักที่สุด ก็คือการเข้าไปทำธุรกิจ ทุเรียน ซึ่งพิมรี่พายเล่าว่า ครั้งนี้ทำให้ตัวเองขาดทุนเป็นเงินหลักร้อยล้านบาทโดยปัญหาส่วนหนึ่ง มาจากขั้นตอนการขนส่งที่ล่าช้า กว่าทุเรียนจะถูกนำลงมาคัดและชั่งน้ำหนัก บางครั้งใช้เวลาถึงประมาณ 3 วัน ทำให้ทุเรียนบางส่วนสุกงอมจนเละ เมื่อสินค้าที่ส่งถึงมือลูกค้ามีปัญหา เธอก็ต้องรับผิดชอบด้วยการส่งของเคลมให้ใหม่ทั้งหมด
พิมรี่พายยกตัวอย่างว่า หากขาดทุนกล่องละประมาณ 100 บาท ลูกค้าหนึ่งบ้านซื้อ 4 กล่อง เท่ากับขาดทุน 400 บาท และเมื่อจำเป็นต้องส่งของใหม่ไปเคลมอีกครั้ง ต้นทุนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันที
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเล่าว่า มีลูกค้าบางรายนำทุเรียนไปแกะและตากแดดเพื่อทำคอนเทนต์ ทั้งที่ทุเรียนยังไม่อยู่ในสภาพพร้อมรับประทาน ก่อนจะเกิดปัญหาตามมา และสุดท้ายก็ต้องเคลมสินค้าให้

ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นค่ะ เพราะพิมรี่พายยังเล่าว่า ในช่วงที่เพิ่งเข้าไปทำธุรกิจนี้ ตัวเองก็เจอปัญหากับทั้งคนจัดหาสินค้าและผู้เกี่ยวข้องบางราย ซึ่งเธอบอกว่ามีการทำให้เสียเงินไปจำนวนมาก เพราะอีกฝ่ายมองว่าเธอเพิ่งเข้ามาใหม่และเป็นคนตัดสินใจซื้อของง่าย และหลังจากที่เจ็บหนักจากทุเรียน พิมรี่พายก็ตั้งใจจะใช้สินค้าอีกตัวอย่าง “สกุชชี่” เข้ามาช่วยพลิกสถานการณ์ หวังว่าจะสร้างกระแสและนำเงินกลับเข้ามาหมุนในธุรกิจอีกครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เป็นไปตามที่คิดค่ะ เพราะเจ้าตัวบอกว่า กระแสของสกุชชี่ฮิตอยู่เพียงประมาณ 7 วัน ก่อนจะเริ่มซาลง
แถมยังมีปัญหากับซัพพลายเออร์จากจีน ซึ่งพิมรี่พายเล่าว่า สินค้าที่ได้รับมาไม่ตรงตามที่ต้องการ มีทั้งของผิดและของที่ต้องนำมาแก้ไขเพิ่มเติม จนสุดท้ายเธอต้องควักเงินตัวเองไปซื้อของจากญี่ปุ่น เพื่อนำมาซ่อมและปรับสินค้าให้สามารถขายต่อได้ เจ้าตัวถึงกับยอมรับว่า หลังจากแก้ปัญหาหลายอย่างต่อเนื่อง เงินทุนที่มีอยู่ก็แทบจะหมด


และเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เพราะล่าสุด โกดังสินค้ายังถูกน้ำท่วมหนัก อีกด้วย ทั้งที่เจ้าตัวบอกว่าอยู่ในพื้นที่นี้มานานก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน
ทำให้สินค้าภายในโกดังได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง ทั้งกล่องที่เปื่อยยุ่ย บรรจุภัณฑ์ที่ไม่สมบูรณ์ หรือสินค้าบางชิ้นที่ตัวของยังใช้งานได้ แต่สภาพแพ็กเกจไม่สวยเหมือนเดิม 100% ทำให้พิมรี่พายวางแผนจะนำสินค้ากลุ่มนี้ออกมาโละขายในราคาที่เหมาะสม เพื่อประคองกระแสเงินสดและธุรกิจให้เดินหน้าต่อ พร้อมขอแรงสนับสนุนจากลูกค้าที่ติดตามเธอมาตลอดค่ะ
ขณะเดียวกันก็ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้เจ้าตัวหนักใจไม่แพ้กัน คือก่อนหน้านี้เธอเคยรับปากว่าจะร่วมทำบุญหรือช่วยเหลือหลายแห่ง เพราะตอนนั้นคิดว่า ต่อให้ใช้เงินไปก่อน เดี๋ยวช่วงปลายปีก็น่าจะสามารถหาเงินกลับมาได้ตามปกติ แต่เมื่อสถานการณ์ธุรกิจมาถึงจุดนี้ พิมรี่พายยอมรับตรง ๆ ว่า ตอนนี้ตัวเองมีปัญหาเรื่องเงินสด และเริ่มเครียดว่าจะจัดการภาระต่าง ๆ ที่กำลังจะถึงช่วงสิ้นเดือนอย่างไร ทั้งเรื่องหนี้สิน การผลัดผ่อน รวมถึงการเจรจากับเจ้าหนี้ในส่วนต่าง ๆ


พร้อมกันนี้เจ้าตัวยังบอกว่า เคยเสนอว่าจะนำสินค้าจากโกดังไปช่วยทำบุญแทนเงินสด แต่บางแห่งไม่สะดวกที่จะรับเป็นสินค้า เนื่องจากต้องการความช่วยเหลือในรูปของเงินมากกว่า และอีกหนึ่งประเด็นที่หลายคนสงสัยว่า ทำไมช่วงนี้พิมรี่พายถึงไม่ออกไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมเหมือนเมื่อก่อน
งานนี้พิมรี่พายก็ตอบแบบตรงไปตรงมาว่า ตอนนี้โกดังของตัวเองก็ถูกน้ำท่วมหนักเช่นเดียวกัน ทีมงานกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต และตัวเธอเองก็กำลังพยายามประคองสถานการณ์ของตัวเองให้ผ่านไปให้ได้ก่อน พร้อมอธิบายว่า ที่ผ่านมาเธอยังคงทำโรงทานและทำบุญช่วยเหลือผู้คนอยู่เป็นประจำ เพียงแต่หลายครั้งทำกันอยู่หลังบ้านและไม่ได้ออกมาโพสต์หรือประชาสัมพันธ์ให้คนเห็นทุกครั้ง
พร้อมขอว่าอย่าเพิ่งตัดสินกัน เพราะสถานการณ์ของตัวเองก็หนักมาก และยังไม่สามารถแบ่งกำลังออกไปช่วยคนอื่นได้เหมือนเดิม เนื่องจากต้องเร่งช่วยทีมงาน รวมถึงกอบกู้โกดังและธุรกิจของตัวเองก่อน โดยเจ้าตัวยังพูดติดตลกว่า “เพื่อนรักต้องช่วยกูค่ะ เพราะกูน้ำท่วมโกดัง”

หลังจากนี้ก็คงต้องรอดูกันค่ะว่า “พิมรี่พาย” จะสามารถประคองสถานการณ์และพลิกธุรกิจกลับมาได้อีกครั้งหรือไม่ รวมถึงสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมและเตรียมนำออกมาโละขาย จะช่วยให้เจ้าตัวผ่านมรสุมครั้งนี้ไปได้มากน้อยแค่ไหน ขณะเดียวกันตอนนี้ในหลายพื้นที่ก็ยังคงมีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกันอยู่ โดยทางล้อมวงเล่าก็ขอส่งกำลังใจให้ทั้งผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ ทีมอาสา รวมถึงทุกคนที่กำลังเจอปัญหา ให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติค่ะ
#พิมรี่พาย #พิมรี่พายขายทุกอย่าง #พิมรี่พายไลฟ์สด #ทุเรียน #ธุรกิจทุเรียน #ขาดทุนร้อยล้าน #โกดังน้ำท่วม #น้ำท่วม #ผู้ประสบภัยน้ำท่วม #สกุชชี่ #ธุรกิจออนไลน์ #แม่ค้าออนไลน์ #ดราม่าโซเชียล #ข่าววันนี้ #ข่าวบันเทิง #LWL1 #ล้อมวงเล่า






