ดราม่าศูนย์ดูแลผู้สูงอายุใน จ.กาญจนบุรี ยังเดือดต่อเนื่องค่ะ หลังรายการโหนกระแสเมื่อวานนี้ เปิดให้แม่ภัทรและลูกชายเผชิญหน้ากัน ล่าสุด “ป้าแมว” เจ้าของศูนย์ฯ พาสื่อสำรวจพื้นที่ พร้อมชี้แจงเหตุผลที่ต้องมีกรงเหล็กและลวดหนาม ขณะที่ข้อมูลบริษัทเผยรายได้ปี 2568 กว่า 7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 756% ด้าน “เจ” ลูกชายป้าแมว ยอมรับเป็นผู้ออกแบบเตียงกรงเหล็กด้วยตัวเอง พร้อมน้อมรับข้อบกพร่องในการประเมินและรับผู้ป่วย หลังมีญาติติดต่อขอรับคนไข้กลับแล้ว 5 ราย
เรียกได้ว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นมหากาพย์ครอบครัว ที่ดูเหมือนว่าจะยังไม่จบง่าย ๆ นะคะ สำหรับเรื่องราวดราม่าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุในจังหวัดกาญจนบุรี ที่ตอนนี้กำลังถูกสังคมจับตาอย่างหนัก หลังจากก่อนหน้านี้ “แม่ภัทร” อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง ออกมาร้องเรียนผ่านรายการโหนกระแส โดยกล่าวหาว่าถูกลูกชายแท้ ๆ พาตัวไปฝากไว้ในศูนย์ดูแลแห่งหนึ่งเป็นเวลานานกว่า 2 ปี พร้อมเล่าว่าต้องใช้ชีวิตอย่างทรมาณ ทั้งถูกกระทำรุนแรง ต่างๆนานาๆ สารพัด





โดยเมื่อวานนี้ ฝั่งลูกชายและลูกสะใภ้ก็เดินทางมาเผชิญหน้ากับแม่ภัทรกลางรายการโหนกระแส โดยลูกชายยืนยันว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ต้องอยู่ในสภาพแบบนั้น ขณะเดียวกันทั้งสองฝ่าย ก็ยังมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับเรื่องโรงงานและทรัพย์สิน โดยมีช่วงหนึ่งในรายการลูกชายถึงกับปล่อยโฮร้องไห้อย่างหนัก และเข้าไปกราบเท้าขอโทษแม่ ซึ่งแม่ภัทรเองก็ให้อภัยลูกชาย และถึงแม้เรื่องภายในครอบครัวจะเริ่มมีการปรับความเข้าใจกันได้ แต่ว่าประเด็นของศูนย์ดูแลแห่งนี้ยังต้องรอผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้งค่ะ
ขณะที่ต่อมา หลายคนก็กลับจับตาป้าแมว เจ้าของศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลังที่ก่อนหน้านี้มีการพาเจ้าหน้าที่และสื่อมวลชนเข้าไปตรวจสอบพื้นที่ต่าง ๆ ภายในศูนย์ พร้อมยืนยันว่าโครงเหล็กที่ใช้ครอบเตียงผู้ป่วยนั้น มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ ไม่ได้ทำขึ้นมาเพื่อกักขังตามที่หลายคนเข้าใจ โดยป้าแมวอธิบายว่า การใช้โครงเหล็กครอบเตียง มีไว้เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถพลิกตัวไปมาได้ โดยไม่จำเป็นต้องมัดแขนหรือขาติดกับเตียงตลอดเวลา อีกทั้งยังช่วยป้องกันผู้ป่วยตกเตียงจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าทั้งหมดเป็นสิ่งที่ทำขึ้นโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ป่วยเป็นหลัก
ขณะเดียวกัน ก็พบว่ามีห้องพักผู้สูงอายุที่เพิ่งต่อเติมขึ้นมาใหม่บริเวณนอกอาคาร เนื่องจากพื้นที่ด้านในค่อนข้างแออัด แต่ภายในห้องพักดังกล่าวกลับมีเพียงเตียงนอน หมอน และเครื่องปรับอากาศเท่านั้น ไม่พบข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของผู้เข้าพัก รวมถึงไม่มีโครงเหล็กครอบเตียงเหมือนกับภาพที่เคยปรากฏก่อนหน้านี้ ไม่เพียงเท่านั้น เมื่อมองจากภายนอกศูนย์ ยังพบว่ามีการติดตั้งประตูและรั้วปิดมิดชิด รวมถึงลวดหนามและกรงเหล็กบริเวณด้านหน้า ทำให้แทบไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ด้านในจากภายนอกได้

ซึ่งป้าแมวก็ได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ต้องทำรั้วและติดตั้งลวดหนามเอาไว้ว่า ผู้ที่เข้ามาพักอาศัยในศูนย์บางคนมีอาการหลงลืม ขณะที่บางคนมีประวัติเกี่ยวข้องกับการใช้สารต้องห้าม และอาจพยายามออกจากศูนย์เพื่อกลับไปใช้สารเหล่านั้นอีก จึงทำรั้วปิดล้อมอย่างมิดชิด เป็นมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้พักออกจากพื้นที่จนเกิดอันตราย
และแน่นอนค่ะว่า คำอธิบายดังกล่าวก็ยิ่งทำให้เกิดข้อถกเถียงว่า การดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงจำเป็นต้องใช้มาตรการลักษณะนี้มากน้อยแค่ไหน และเป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
และอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกขุดขึ้นมาพูดถึงอย่างหนัก ก็คือเรื่องรายได้ของศูนย์ดูแลแห่งนี้ เพราะจากข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีรายงานว่าบริษัทแห่งนี้ จดทะเบียนเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการในปี 2568 พบว่าบริษัทมีรายได้รวม 7.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 756.05% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 8 เท่าเลยทีเดียว โดยศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบกิจการดูแลผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิงแบบมีที่พัก โดยปัจจุบันมีผู้พักอยู่ในการดูแลทั้งหมด 92 ราย



นอกจากนี้ ภายในศูนย์มีเตียงที่ติดตั้งโครงเหล็กครอบอยู่ประมาณ 6 เตียง โดยอุปกรณ์ดังกล่าวจะใช้สำหรับผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอาการแขนขาอ่อนแรง หรือผู้ที่ต้องรับอาหารผ่านสายยาง เพื่อป้องกันการดึงสายหรือการตกเตียง
ขณะที่ล่าสุดวันนี้ในรายการ “เที่ยงวันทันเหตุการณ์” ดำเนินรายการโดย พี่หนุ่ม กรรชัย และพี่หมวย อริสรา ก็ได้นำเสนอประเด็นนี้อีกครั้ง พร้อมถึงกับหันไปบอกพี่หมวยว่า “เหนื่อยนะทำเรื่องนี้ เรื่องนี้ยาวมาก” โดยพี่หนุ่มเองก็ได้วิเคราะห์ในมุมของตัวเองว่า เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นแทบจะไม่ต่างจากละครแนวตั้งเลย
ว่าลูกแท้ๆจะพาแม่ไปอยู่สถานที่แบบนั้น แล้วมีการกระทำรุนแรง ลูกชายกับลูกสาวก็มีปัญหากันอีก ลูกชายก็โยนให้ลูกสาว ว่าเป็นคนวางแผน ลูกสาวก็โยนให้พี่สะใภ้ มันเหมือนในละคร รวมไปถึงสถานที่ดูแลผู้สูงอายุจะเป็นแบบนั้น โดยพี่หนุ่มยังบอกอีกว่า ลูกชายจ่ายให้ศูนย์ดูแลแห่งนี้เดือนละ20,000บาท แล้วศูนย์แห่งนี้มีคนอยู่ทั้งหมด92คน เดือนหนึ่งรับเกือบ2ล้าน เปิดมา20ปี



ขณะที่ทางด้าน “เจ” ลูกชายของป้าแมว เจ้าของศูนย์ดูแลแห่งนี้ เรียกได้ว่าดีกรีไม่ธรรมดา เพราะเจ้าตัวเรียนจบด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ก็ได้ออกมาเปิดใจชี้แจงถึงประเด็นสภาพแวดล้อมภายในศูนย์ รวมถึงเรื่อง “เตียงกรงเหล็ก” ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ตัวเองเป็นคนออกแบบเตียงลักษณะดังกล่าวด้วยตัวเอง โดยอ้างว่าออกแบบจากหลักการทางการแพทย์และข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนั้น พร้อมยืนยันว่า ไม่ว่าจะเป็นผลดีหรือผลเสียที่เกิดขึ้นจากอุปกรณ์ดังกล่าว ตนก็พร้อมน้อมรับความรับผิดชอบทั้งหมด
โดยปัญหาบางส่วนเกิดจากความบกพร่องของตัวเองในการประเมินผู้ป่วยและการจัดเก็บข้อมูลเวชระเบียน และหลังจากที่แม่ภัทร ได้ออกจากศูนย์ไปแล้ว ทางศูนย์ได้มีการประชุมและจัดทำรายงานเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และปรับเปลี่ยนนโยบายการรับผู้ป่วยใหม่เรียบร้อยแล้ว พร้อมยืนยันว่าจะพยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันซ้ำอีก




พร้อมกันนี้เจ ก็ยังพูดถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม โดยยอมรับว่า ตอนนี้ตัวเองเข้าใจแล้วว่า แม้จุดประสงค์ของการออกแบบโครงเหล็กครอบเตียงจะออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตราย แต่รูปลักษณ์ของอุปกรณ์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากความปลอดภัยแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความรู้สึกและความสบายใจของทั้งตัวผู้ป่วยและญาติที่นำคนในครอบครัวมาฝากดูแลด้วย
และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะจาก กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. รวมถึงความคิดเห็นของสังคม เพื่อนำไปพัฒนาอุปกรณ์และการแบ่งพื้นที่ดูแลผู้ป่วยให้มีความเหมาะสมมากขึ้น และนอกจากนี้ก็ยังมีการวางแผนว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ ชี้แจง และแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของศูนย์ภายในระยะเวลาประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า

อย่างไรก็ตาม แม้ทางเจ้าของศูนย์และลูกชายจะออกมาชี้แจงถึงเหตุผลในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงยอมรับข้อบกพร่องและเตรียมปรับปรุงการดำเนินงานแล้ว ก็ยังมีอีกหลายประเด็นที่สังคมต้องการความชัดเจน ทั้งเรื่องมาตรฐานการดูแลผู้ป่วย การรับผู้พักที่มีภาวะเจ็บป่วยแตกต่างกัน การจำกัดอิสรภาพ รวมถึงขั้นตอนการประเมินผู้ป่วยก่อนรับตัวเข้าศูนย์ เอาเป็นว่างานนี้ ก็ต้องรอตรวจสอบต่อไป ว่าสิ่งที่นำมาใช้กับผู้ป่วยนั้นปลอดภัย เหมาะสม และเป็นไปตามกฎหมายจริงหรือไม่ เอาเป็นว่าเรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ รอติดตามได้ที่ทางล้อมวงเล่าข่าวค่ะ
#ป้าแมว #ลูกป้าแมว #แม่ภัทร #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ #เนิร์สซิ่งโฮม #กรงเหล็กครอบเตียง #กาญจนบุรี #สบส #กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ #ข่าวสังคม #ดราม่าโซเชียล #ข่าววันนี้ #LWL1 #ล้อมวงเล่าข่าว






