มหากาพย์ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุยังแตกแขนงต่อไม่หยุดค่ะ หลัง “ลุงเอ” เคยเล่ากลางโหนกระแสว่า ก่อนถูกส่งไปกาญจนบุรี เคยอยู่ศูนย์แห่งหนึ่งในนนทบุรีและอ้างว่าถูกผูกขาตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด สบส. พร้อมตำรวจลงพื้นที่ตรวจ พบผู้พักชายถึง 81 ราย ทั้งที่ใบอนุญาตรองรับผู้สูงอายุเพียง 9 ราย ขณะที่ระหว่างสื่อรอเจ้าหน้าที่ มีผู้พักหลายคนตะโกนขอความช่วยเหลือจากหน้าต่างและอ้างว่าถูกล่ามกับเตียง ด้านศูนย์ของ “ป้าแมว” ก็ถูกตรวจพบข้อบกพร่องหลายประเด็น ก่อนเจ้าตัวออกมาชี้แจงว่าไม่เคยหน่วงเหนี่ยวแม่ภัทร ขณะที่ทีมกู้ภัยยืนยันว่าไม่ได้กระทำรุนแรงตามที่ถูกกล่าวหาค่ะ




และไม่เพียงเท่านั้นค่ะ เพราะต่อมาก็มีผู้เสียหายรายอื่นๆ อย่าง “ลุงช้าง” และ “ลุงเอ” ออกมาเปิดเผยเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับศูนย์ดูแลแห่งนี้ ยืนยันว่า สิ่งที่แม่ภัทรพูดเป็นเรื่องจริง เพราะตนก็เคยอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้ มิหนำซ้ำก็ยังเคยโดนกระทำเหมือนที่แม่ภัทรโดนเลย


แต่เรื่องมันยังก็ไม่จบเพียงเท่านั้นนะคะ เพราะลุงเอ ยังได้บอกด้วยว่า ก่อนหน้านี้ที่จะมาอยู่ที่ศูนย์ดูแลที่กาญจนบุรี แกยังเคยไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี โดยที่นั่นก็เจอคล้ายกัน เพียงแต่ไม่มีโครงเหล็กครอบเตียง แต่ก็ยิ่งช็อกกว่าเดิมเพราะว่าที่นั่น ใช้ตรวนผูกขาเอาไว้ตลอด 24 ชั่วโมง และต้องปัสสาวะใส่ขวดน้ำอีก เมื่อได้ยินคำตอบนี้ทำเอาเอกภพ เหลืองประเสริฐ ถึงกับถามขึ้นมากลางรายการว่า ตกลงลุงเอไปอยู่ศูนย์ดูแล หรือไปอยู่เรือนจำกันแน่




ขณะที่เมื่อวานนี้ เวลา 15.00 น. หลังจากทราบเรื่อง พรเทพ ล้อมพรม ผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สบส. ศุภชัย สิงโห ผอ.ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพที่ 4 (ศบส.4) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนนทบุรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์ดังกล่าว ซึ่งเป็นสถานที่ดูแลผู้สูงอายุภายในซอยเรวดี 22 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี
โดยพบว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นอาคาร 3 ชั้น ภายในเป็นห้องโถง ในห้องมีประมาณ 15 เตียง หันเท้าชนเท้า ห้องน้ำรวม มีการปิดล็อกประตูเพื่อป้องกันการหลบหนี ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่ามีผู้ป่วย และผู้สูงอายุเป็นชายทั้งหมด 81 ราย อยู่ในห้องบนอาคาร และจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีโซ่ล่ามขาตามที่มีการกล่าวถึง
และจากการเดินตรวจสอบบริเวณพื้นที่ยังไม่พบวัตถุที่เป็นโซ่ ตรวจสอบใบอนุญาต พบว่าเป็นการขออนุญาตดูแลผู้สูงอายุ 9 ราย ไม่ได้ขออนุญาตดูแลผู้ป่วย และไม่มีจิตแพทย์หรือพยาบาลเฉพาะทางกำกับดูแล ซึ่งในส่วนนี้จะเป็นในเรื่องของข้อกฎหมายที่ตำรวจจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ และในวันนี้จะมีการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้ง และถ้าหากว่าพบกระทำความผิด ก็ดำเนินการตามกฎหมาย และจะประสานไปยังญาติเพื่อให้มารับผู้ป่วยกลับไปทันที



นอกจากนี้ค่ะ ยังมีรายงานด้วยว่า ขณะที่กลุ่มผู้สื่อข่าวกำลังยืนรอ พรเทพ ผอ.กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สบส. อยู่นั้น จู่ๆก็ได้มีผู้ป่วยหลายราย ตะโกนขอความช่วยเหลือผ่านทางหน้าต่างของห้องพักว่า ตนถูกขังอยู่ในห้องนี้ และยังถูกล่ามโซ่กับเตียง เพราะเคยพยายามจะหลบหนี บางวันก็ถูกขังไว้ในห้องโดยปล่อยให้อดอาหารเป็นเวลาหลายวันอีกด้วย โดยผู้ป่วยยังบอกด้วยว่า ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว อยากให้ช่วยติดต่อครอบครัวให้เดินทางมารับออกไป เพราะที่นี่มีการกระทำรุนแรงจริงๆ และก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่มา ก็มีการนำโซ่ตรวนออกไปเก็บไว้ที่อื่นแล้ว


ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว มีชายหนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์มายังหน้าสถานบริการ และใช้ไขควงถอดตู้แดงสายตรวจ ของ สภ.เมืองนนทบุรี ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยบอกเพียงว่าได้รับคำสั่งจากทางสถานีตำรวจให้นำตู้แดงกลับไป ซึ่งคาดว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระแสข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเดินทางมาถึงเพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด



ขณะที่ทางด้านป้าแมว เจ้าของศูนย์ หลังมีการสั่งปิดและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของศูนย์ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบการกระทำความผิดชัดเจนใน 2 กฎหมายหลัก ได้แก่ 1. การฝ่าฝืน พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 พบการให้บริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต โดยขออนุญาตไว้เพียง 50 เตียง แต่ตรวจพบจริงถึง 129 เตียง พื้นที่ใช้สอยขอไว้ 1,600 ตารางเมตร แต่เปิดใช้จริงถึงประมาณ 4,300 ตารางเมตร หรือเกินกว่าที่ขอเกือบ 3 เท่า รวมถึงสภาพสถานที่และการดูแลไม่ได้มาตรฐาน มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้รับบริการ
และ 2. การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ขออนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แต่กลับลักลอบรับดูแลผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งต้องเป็นสถานพยาบาลที่มีแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตามกฎหมายเท่านั้น อีกทั้งการบันทึกเวชระเบียนของผู้ป่วยยังขาดความละเอียดถูกต้องตามมาตรฐาน


โดยป้าแมวก็ได้เปิดใจกับสื่อว่า รู้สึกเป็นกังวลใจ ว่าในอนาคตจะมีใครกล้าเปิดดำเนินการศูนย์ดูแลผู้ป่วยที่มีอาการเช่นนี้ เพราะต้องมีความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีเหมือนอย่างเช่นกรณีของตน ในกรณีของแม่ภัทรนั้น ตนยืนยันว่า ทางศูนย์ได้รับการร้องขอจากลูกชายของแม่ภัทรให้รับตัวมาอยู่ในความดูแล และมีการดำเนินการไปรับตัวมาตามขั้นตอน ไม่ได้มีการกระทำรุนแรงอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด อีกทั้งในระหว่างที่แม่ภัทรมาอยู่ในความดูแลของทางศูนย์ ตนก็ได้เคยติดต่อไปยังลูกชายของแม่ภัทรให้มารับแม่กลับไปถึง 3 ครั้ง แต่ก็ถูกผัดผ่อนมาโดยตลอด จนสุดท้ายจึงยอมมารับกลับไปเอง โดยไม่ได้มีการพยายามหน่วงเหนี่ยวกักขังจนแม่ภัทรต้องไปร้องขอความช่วยเหลือจากญาติให้ช่วยตามหาอย่างที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด



หลังจากนี้ ยังไม่รู้ว่าคำสั่งดังกล่าวจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง จะต้องปิดถาวรหรือปิดชั่วคราว แต่ตนก็ยังมีความหวังว่า ในอนาคตเมื่อตนปรับปรุง การดำเนินงานให้เป็นไปตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่แล้ว จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง แต่จนถึงตอนนี้ก็ต้องบอกกับพนักงานทุกคนว่าคงจะต้องแยกย้ายกันไปก่อน และหากมีความเดือดร้อนเรื่องเงินใด ๆ ก็ยังสามารถติดต่อมาขอความช่วยเหลือจากตนได้


ขณะเดียวกัน ทางศูนย์ก็ได้มีการนำเตียงที่มีการครอบลูกกรง มาทำการชำแหละแยกชิ้นส่วนออกเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ป่วยที่ญาติยังไม่สามารถมารับกลับไปดูแลได้ ทางหน่วยงานราชการจะรับหน้าที่ในการพาไปอยู่ในสถานพยาบาลหรือหน่วยงานที่มีความเหมาะสมในการดูแลต่อไปค่ะ
โดยทางด้านกู้ภัยคนขับรถก็ได้ขอความเห็นใจ! ยืนยันไม่ได้กระทำรุนแรง “แม่ภัทร” และยังบอกด้วยว่า ถ้าวันนั้นแม่ภัทรไม่โวยวาย ไม่ดิ้น ก็ไม่มีใครไปจับมัด พร้อมกันนี้กู้ภัยก็ยังบอกด้วยว่า คุณเบนซ์ ลูกชาย ได้โทรมาปรึกษาเรื่องของแม่ภัทรก่อนแล้ว มีอารมณ์รุนแรง กระทำรุนแรงแรงตัวเองและลูกสาว น้ำไม่อาบ ไปถึงก็โวยวาย เอะอะด่าทอคนทั้งหมดเลย จริงๆ ในรถมีกล้อง แต่มันนานแล้ว ที่แม่ภัทรให้ข้อมูลว่าทีมผมไปกระทำรุนแรงเขา ยืนยันว่าไม่มีใครทำเลย ไม่มีใครเอามือไปปิดปาก ลูกชายเขาเป็นพยานได้ และข้อมูลที่แม่ภัทรเล่า ทำให้ผมเสียหายมาก พร้อมยังบอกด้วยว่า มีการอุ้มขึ้นรถ เพราะอาละวาด และไม่ได้มีการเปลี่ยนรถ แต่จอดรถเพิ่มเจ้าหน้าที่ เพราะแกอาละวาดตั้งแต่กรุงเทพฯ ยันกาญจนบุรีเลย



เอาเป็นว่าเรื่องนี้คงต้องจับตากันยาว ๆ ค่ะว่า การตรวจสอบของ สบส. ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งศูนย์ดูแลที่กาญจนบุรีและนนทบุรี จะพบความผิดปกติหรือข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ รวมถึงหลังจากนี้จะมีการขยายผลตรวจสอบศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแห่งอื่น ๆ ด้วยหรือเปล่า ว่ามีการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนดจริงหรือไม่ เพราะดูแล้ว มหากาพย์ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครั้งนี้ น่าจะยังมีอีกหลายประเด็นให้ติดตามกันต่อค่ะ
#แม่ภัทร #ป้าแมว #ลุงเอ #ลุงช้าง #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #เอกภพเหลืองประเสริฐ #สายไหมต้องรอด #ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ #ศูนย์ดูแลนนทบุรี #ศูนย์ดูแลกาญจนบุรี #สบส #ศบส4 #ผู้สูงอายุ #ข่าวสังคม #ข่าววันนี้ #ดราม่าโซเชียล #LWL1 #ล้อมวงเล่า






