เพจดังที่มักออกมาให้ข้อมูล และอัพเดตข่าวสารอย่าง “อรรถรส” ออกมาให้ข้อมูล “อัปเดตล่าสุด! “แม่ภัทร” เอาจริง ลุยแจ้งความกวาดล้างทั้งขบวนการ ลั่นดำเนินคดีลูกชายแท้ๆ เพราะ “ดูไม่สำนึก!” คุณแม่ภัทร พร้อมด้วยคุณเอกภพ (สายไหมต้องรอด) ได้เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักขังหน่วงเหนี่ยวทุกคนแบบเด็ดขาด!!!? 


ถือว่าเป็นดราม่าใหญ่ระดับประเทศที่ผู้คน ต่างก็มห้ความสนใจกันอย่างมากมาย สำหรับเรื่องราวมหากาพย์ครอบครัว “แม่ภัทร-ลูกบีม” ซึ่งอย่างที่ทุกคนทราบกัน ว่าตอนนี้ได้ลุกลามไปยังศูนย์ พักพิง เรื่องราวไปถึง ลุงเอ มหากาพย์ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ หลัง “ลุงเอ” เคยเล่ากลางโหนกระแสว่า ก่อนถูกส่งไปกาญจนบุรี เคยอยู่ศูนย์แห่งหนึ่งในนนทบุรีและอ้างว่าถูกผูกขาตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด สบส. พร้อมตำรวจลงพื้นที่ตรวจ พบผู้พักชายถึง 81 ราย ทั้งที่ใบอนุญาตรองรับผู้สูงอายุเพียง 9 ราย ขณะที่ระหว่างสื่อรอเจ้าหน้าที่ มีผู้พักหลายคนตะโกนขอความช่วยเหลือจากหน้าต่างและอ้างว่าถูกล่ามกับเตียง ด้านศูนย์ของ “ป้าแมว” ก็ถูกตรวจพบข้อบกพร่องหลายประเด็น ก่อนเจ้าตัวออกมาชี้แจงว่าไม่เคยหน่วงเหนี่ยวแม่ภัทร ขณะที่ทีมกู้ภัยยืนยันว่าไม่ได้กระทำรุนแรงตามที่ถูกกล่าวหา



ไม่เพียงเท่านั้น เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว มีชายหนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์มายังหน้าสถานบริการ และใช้ไขควงถอดตู้แดงสายตรวจ ของ สภ.เมืองนนทบุรี ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยบอกเพียงว่าได้รับคำสั่งจากทางสถานีตำรวจให้นำตู้แดงกลับไป ซึ่งคาดว่าเป็นผลสืบเนื่องมาจากกระแสข่าวเชิงลบที่เกิดขึ้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเดินทางมาถึงเพื่อเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด
ขณะที่ทางด้านป้าแมว เจ้าของศูนย์ หลังมีการสั่งปิดและเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการของศูนย์ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบการกระทำความผิดชัดเจนใน 2 กฎหมายหลัก ได้แก่ 1. การฝ่าฝืน พ.ร.บ. สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 พบการให้บริการเกินขอบเขตที่ได้รับอนุญาต โดยขออนุญาตไว้เพียง 50 เตียง แต่ตรวจพบจริงถึง 129 เตียง พื้นที่ใช้สอยขอไว้ 1,600 ตารางเมตร แต่เปิดใช้จริงถึงประมาณ 4,300 ตารางเมตร หรือเกินกว่าที่ขอเกือบ 3 เท่า รวมถึงสภาพสถานที่และการดูแลไม่ได้มาตรฐาน มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้รับบริการ
และ 2. การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. สถานพยาบาล เนื่องจากศูนย์แห่งนี้ขออนุญาตเป็นสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ แต่กลับลักลอบรับดูแลผู้ป่วยจิตเวช ซึ่งต้องเป็นสถานพยาบาลที่มีแพทย์และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตามกฎหมายเท่านั้น อีกทั้งการบันทึกเวชระเบียนของผู้ป่วยยังขาดความละเอียดถูกต้องตามมาตรฐาน






โดยล่าสุด เพจดังที่มักออกมาให้ข้อมูล และอัพเดตข่าวสารอย่าง “อรรถรส” ก็ออกสาชี้ว่า “อัปเดตล่าสุด! “แม่ภัทร” เอาจริง ลุยแจ้งความกวาดล้างทั้งขบวนการ ลั่นดำเนินคดีลูกชายแท้ๆ เพราะ “ดูไม่สำนึก!”
🚩 วันนี้ (8 ต.ค. 2569) คุณแม่ภัทร พร้อมด้วยคุณเอกภพ (สายไหมต้องรอด) ได้เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกักขังหน่วงเหนี่ยวทุกคนแบบเด็ดขาด
🔵 เปิดรายชื่อผู้ที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี
◼️ กลุ่มชายฉกรรจ์ 2 คน:
ที่บุกเข้ามาควบคุมและอุ้มตัวคุณแม่จากบ้านพักย่านลาดพร้าว เมื่อวันที่ 21 ก.พ. 2567 เพื่อนำไปส่งที่ศูนย์ จ.กาญจนบุรี
◼️ เจ๊แมว (เจ้าของศูนย์):
ในข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว และทำร้ายร่างกายคุณแม่เป็นประจำตลอดระยะเวลา 2 ปีครึ่ง
◼️ กลุ่มพนักงาน/เจ้าหน้าที่ในศูนย์:
ที่ทำหน้าที่เป็นคนคอยลงโทษ ตี ขู่เข็ญ จับล็อกกุญแจมือ บังคับให้ใส่แพมเพิส บังคับให้กินยา และคอยถือไม้พายกำกับบังคับให้คุณแม่ยิ้มเพื่อถ่ายรูปส่งให้ญาติดู
◼️ ลูกชายแท้ๆ (เบนซ์):
คุณแม่ถึงกับหลั่งน้ำตากลางโรงพัก พร้อมยืนยันให้ตำรวจขยายผลดำเนินคดีกับลูกชายหากพบความเชื่อมโยง โดยคุณแม่ลั่นวาจาเด็ดขาดว่า “ดูไม่สำนึก!” จึงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย






🔵 ความคืบหน้าเรื่องคดีและการช่วยเหลือเหยื่อรายอื่น
◼️ เนื่องจากคดีนี้เกิดเหตุต่อเนื่องใน 2 ท้องที่ (เขตวังทองหลาง กทม. ลากยาวไปจนถึง จ.กาญจนบุรี) พนักงานสอบสวนในพื้นที่จึงมีอำนาจดำเนินการ หรืออาจมีการมอบหมายให้ “กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.)” เป็นผู้รับทำคดีนี้โดยตรง
◼️ ข่าวดีที่สุดในวันนี้คือ ผู้ป่วยและผู้สูงอายุทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อในศูนย์ของป้าแมว (บางรายถูกขังมานานถึง 17 ปี)
◼️ ได้รับการช่วยเหลือและถูกเคลื่อนย้ายออกมาอย่างปลอดภัยทั้งหมดแล้ว หลังศูนย์ถูกคำสั่งปิดตาย
โดยอรรถรสยังเสริมอีกว่า “ส่วนตัวสำหรับรสนะคะ
ตอนนี้ สังคมก็เริ่มตั้งคำถามถึงความก้าวร้าวและความ Toxic
ของคุณแม่ ว่าอาจเป็นชนวนรอยร้าวในครอบครัว แต่หากเรามองโดย “แยกแยะทีละประเด็น” ปัญหาความสัมพันธ์ก็คือเรื่องหนึ่ง
แต่การแก้ปัญหาด้วยการนำคนไปกักขังหน่วงเหนี่ยวในศูนย์เถื่อน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ย่อมเป็น “การกระทำที่ผิดกฎหมายและไม่ถูกต้อง” อย่างสิ้นเชิง ส่วนประเด็นที่หลายคนยังคาใจว่า “ทำไมลูกสาว ไม่ถูกแม่แจ้งความจับ?” ทั้งที่มีจุดน่าสงสัยหลายอย่าง (ถ้าดูในรายการจะเห็นว่าแม่เอียงไปทางน้อง) สุดท้ายก้อให้ว่ากันไปทีละเรื่องตามข้อเท็จจริงแล้วกัน“ ”เท่าที่รสตามสรุปมหากาพย์ข่าวบ้านนี้
ฝั่งแม่
เป็นคนอารมณ์รุนแรง ค่อนข้างบงการและบ้าอำนาจ ลึกๆแล้วรักลูก แต่อาจจะมีความลำเอียงไปทางลูกชายมากกว่าจึงยอมทุ่มให้ทุกอย่าง
ในขณะเดียวกันก็ใช้อำนาจกดขี่และสร้างความอึดอัดให้ฝั่งลูกสาวมาโดยตลอด
ฝั่งลูกสาว
เป็นคนที่ต้องทนรองรับอารมณ์และถูกแม่กดขี่มานาน การ ที่ยังทนอยู่ด้วยกันอาจจะด้วยเหตุผลต่างๆ นานา (ฟีลเหมือนทนอยู่กับแม่แค่เพราะมีเงิน)
แต่เมื่อถึงจุดที่แบกรับความ Toxic ไม่ไหว จึงไประเบิดอารมณ์และระบายให้พี่ชายฟัง
• ฝั่งลูกชาย:
_ ดูทรงแล้วอาจจะไม่ได้มีความผูกพันหรือรักแม่ลึกซิ้งขนาด
นั้น บวกกับความต้องการ “ทุน” ของแม่เพื่อนำไปสร้างเนื้อสร้างตัว
หวังลบข้อครหาและพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวฝั่งภรรยาได้เห็นและยอมรับ การเอาแม่ไปไว้ในที่แบบนั้น แล้วไม่สนใจเลยไม่รู้สึกผิดอะไรกับเขา
เรื่องราวทั้งหมดของบ้านนี้จึงเหมือน “วัฏจักรกงกรรมกงเกวียน” ที่คนในครอบครัววนเวียนสร้างบาดแผลให้กันและ กันไปมา
แต่ท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างต้องกลับมาอยู่บนโลกแห่งความเป็นจริงที่ว่า “ปัญหาครอบครัวคือเรื่องหนึ่ง แต่ส่วนไหนที่ผิดกฎหมาย ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย”



นอกจากนี้ อรรถรสยังออกมาเปิดจดหมายฉบับลับ ระบุ “อันนี้จดหมาย
บีมระบุว่าแม่เป็นคน Toxic มาก ทะเลาะและทำร้ายร่างกายกับป๊ามาตังแต่บีมจำความได้
และตลอดเวลา 9 ปีที่ผ่านมา แม่ทำร้ายจิตใจ “พอร์ช” (ลูกของบีม) อย่างหนักมาโดยตลอด และเอาแต่อารมณ์ตัวเองเป็นใหญ่
แม่มักจะด่าทอและบีบให้แฟนทุกคนของบีมอยู่ไม่ได้ ถึง ขั้นเคยไปต่อย “‘หมอเกล้า” (พ่อของพอร์ช) และเรียกตำรวจมาจับ
* ทั้งที่ฝ่ายชายกราบแม่เพื่อขออยู่กับลูกเมีย หรือแม้แต่แฟนคนใหม่ แม่ก็ยังตามไปด่าระรานถึงบ้านฝังผู้ชายจนทำให้บีม ต้องเลิกราและแยกทางกัน
– จุดแตกหักคือวันที่แม่กลับมาบ้านแล้วด่าทอดูถูกบีมด้วย ถ้อยคำหยาบคาย (ด่ากะหรี่, ติดผู้ชาย) ต่อหน้าลูกของบีม = และลงมือทำร้ายร่างกายโดยการ “กัดนิ้วบีมจนเลือดไหล”
พร้อมขู่จะเอาตำรวจมาจับ จนบีมทนอย่บ้านหลังนี้ไม่ไหวอีก ต่อไป
– บีมระบุว่า 9 ปีที่ผ่านมาคือ “นรก” ดีๆ นี่เอง แม่ต้องการเงินมากขึ้นไม่จบไม่สิ้น ที่หนักสุดคือแม่สร้างหนี้ไว้เกือบ 1
ล้านบาท
– โดยเอาชื่อบีมไปค้ำประกัน เพื่อตั้งใจมัดตัวไม่ให้บีมหนีไปไหนได้ โดยขู่ว่าถ้าบิมไม่กลับมาอยู่ด้วย จะปล่อยให้บิมโดน ฟ้องจนออกไปเที่ยวนอกประเทศไม่ได้ พร้อมทิ้งท้ายจดหมายอย่างเจ็บปวดว่า “นี่หรือคือคนเป็นแม่”
อย่างไรก็ตาม …
#แม่ภัทร #ลูกบีม #ป้าแมว #ลุงเอ #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ #แม่ภัทรลูกบีม #กาญจนบุรี #สายไหมต้องรอด #เอกภพเหลืองประเสริฐ #ข่าวสังคม #ดราม่าครอบครัว #ดราม่าโซเชียล #ข่าววันนี้ #LWL2 #ล้อมวงเล่าข่าว






