คดีครอบครัวของ “ทราย สมุทร” ยังไม่จบ หลังศาลแพ่งพระโขนงนัดไกล่เกลี่ยรอบที่ 2 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน แต่ใช้เวลาเจรจาเกือบ 4 ชั่วโมงก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยศาลให้ทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันนอกรอบ และกลับมารายงานอีกครั้งวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ขณะเดียวกันศาลยังตักเตือนและออกข้อกำหนดห้าม “ดร.ทันกวินท์” เข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดี หลังถูกยื่นคำร้องกรณีนำข้อมูลการไกล่เกลี่ยไปให้สัมภาษณ์สื่อ ด้าน “หนุ่ม กรรชัย” เล่าเบื้องหลังการเป็นคนกลางนัด “คุณเต้” พูดคุยกับทราย เพื่อหาทางออกของปัญหาภายในตระกูล

การไกล่เกลี่ยในรอบที่ 2 ใช้เวลานานเกือบ 4 ชั่วโมง โดยศาลให้เจรจากันทีละฝ่าย ทำให้ทราย สมุทร และคุณแม่ไม่ได้เจอหน้ากันโดยตรงเลย
ต่อมาศาลได้ให้โอกาส ดร.ทันกวินท์ กล่าวขอโทษ และออกข้อกำหนดห้ามไม่ให้เข้ามาร่วมรับฟัง หรือเกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาคดีนี้อีก รวมถึงห้ามเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับคดีออกสื่อทุกช่องทางอย่างเด็ดขาด
ส่วนข้อพิพาทระหว่างฝั่งทราย สมุทร กับคุณแม่ ศาลแจ้งให้ทนายความของทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันนอกรอบ และให้กลับมารายงานต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. หลังเสร็จสิ้นการไกล่เกลี่ย เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความผูกพันระหว่างแม่ลูก ทราย สมุทร ตอบอย่างชัดเจนว่า ตนมีแม่คนเดียวคือแม่บุญธรรม ส่วนอีกฝั่งเป็นเพียงแม่ทางดีเอ็นเอเท่านั้น

หนุ่มเล่าว่า คุณเต้ต้องการฟังความจริงจากปากทรายโดยตรง และอยากรวบรวมญาติสายอื่น ๆ ในตระกูลมาพูดคุยกัน เพราะที่ผ่านมา ญาติหลายคนอาจได้ยินเรื่องราวจากฝั่งคุณแม่ของทรายเพียงฝ่ายเดียว ส่วนเหตุผลที่ทรายไม่ค่อยไปร่วมงานทำบุญของบริษัท หนุ่มเล่าว่า ทรายไม่อยากเจอคนที่เคยทำร้ายทั้งร่างกายและจิตใจของตนเอง จึงทำให้ไม่ได้ไปร่วมงานหรือพบปะกับญาติหลายคน
หนุ่ม กรรชัย ยังเล่าถึงมุมมองที่แตกต่างกันภายในตระกูล โดยฝั่งญาติบางคนมองว่าตระกูลแบ่งออกเป็น 3 สาย คือ สายของคุณเต้และคุณต๊อด สายของคุณจ๊ะ และสายของทราย สมุทร
เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ทรายเคยไปบอกคุณสันติ ซึ่งอยู่ในอีกสายหนึ่งของตระกูล แต่คุณสันติไม่กล้าข้ามไปก้าวก่ายในสายของทราย เพราะกังวลว่าอาจถูกคุณแม่ของทรายสวนกลับว่าให้ไปดูแลลูกของตัวเองให้ดีก่อน แต่ในมุมของทราย สมุทร ทรายมองว่านามสกุล “ภิรมย์ภักดี” คือครอบครัวเดียวกันทั้งหมด ไม่ได้มีการแบ่งสายแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีความพยายามจะดำเนินการพูดคุย ก็เริ่มมีบางคนในตระกูลที่ทราบเรื่องจากคุณเต้ ติดต่อมาหาทรายในทำนองว่า “ใจเย็น ๆ ไม่ต้องไปพูดอะไรแล้ว เดี๋ยวค่อยมาคุยกัน” ทรายรู้สึกผิดหวังกับข้อความลักษณะดังกล่าว เพราะมองว่าหากผู้ใหญ่ในครอบครัวแก้ปัญหาตั้งแต่แรก ชีวิตของตนคงไม่พังมาถึงขนาดนี้ และทรายย้ำว่าจะไม่ยอมถูกปิดปากอย่างแน่นอน เพราะต้องการให้เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขอย่างจริงใจ ไม่ใช่เพียงแค่ห่วงภาพลักษณ์ของตระกูล ส่วนกรณีที่มีคนวิจารณ์ว่า เมื่อทรายฉีกสัญญาปิดปากแล้ว ก็ควรต้องคืนเงินนั้น ทนายความของทรายได้อธิบายว่า เงินส่วนนั้นคือ “เงินกงสี” ที่คุณตาตั้งใจมอบให้ลูกหลานอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน หนุ่ม กรรชัย ยังบอกอีกว่า ก่อนหน้านี้ทรายเคยถูกพี่เลี้ยงทำไม่ดี จึงมีการทำสัญญาว่าห้ามพูดเรื่องครอบครัวออกสื่อ เพื่อแลกกับการได้รับเงินต่อ แต่เมื่อทรายเตรียมจะไปออกรายการตีท้ายครัว คนที่ดูแลเรื่องเงินจึงระงับการจ่ายเงิน เพราะมองว่าทรายผิดสัญญา ขณะที่ทรายมองว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรม เพราะคนที่จัดการดูแลเงินไม่ใช่เจ้าของเงินตัวจริง โดยทรายมองว่าคุณตาคือเจ้าของเงิน
ด้วยเหตุนี้ ทรายจึงตัดสินใจฉีกสัญญาทิ้ง พร้อมย้ำว่าเรื่องเงินเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับความไม่ยุติธรรมในสัญญา และที่สำคัญคือ สัญญาไม่ควรถูกนำมาใช้เพื่อปิดบังเรื่องที่ผิดกฎหมาย
หลังจากนี้ คดีครอบครัวของทราย สมุทร ยังต้องติดตามต่อ เพราะศาลให้ทนายความทั้งสองฝ่ายไปเจรจากันนอกรอบ และกลับมารายงานอีกครั้งในวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 น. สุดท้ายแล้ว การเจรจาครั้งต่อไปจะมีทางออกหรือไม่ หรือคดีนี้จะต้องเดินหน้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป คงต้องรอติดตามความคืบหน้ากันต่อค่ะ
#ทรายสมุทร #ทรายสก๊อต #คดีลูกเนรคุณ #ศาลแพ่งพระโขนง #ไกล่เกลี่ยรอบ2 #ดรทันกวินท์ #หนุ่มกรรชัย #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ #คุณเต้ #ภูริตภิรมย์ภักดี #ต๊อดปิติ #ภิรมย์ภักดี #สัญญาปิดปาก #เงินกงสี #คดีครอบครัว #ข้อพิพาทครอบครัว #ข่าวสังคม #ข่าวดราม่า #คดีดัง #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า






