Wednesday, 29 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

ศาลสั่งจำคุก ‘ครูปรีชา–เจ๊บ้าบิ่น’ คนละ 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ปมคดีหวย 30 ล้าน

คดีหวย 30 ล้านบาทกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลังศาลอาญามีคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการยื่นฟ้อง “ครูปรีชา” และ “เจ๊บ้าบิ่น” ในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน จากกรณีอ้างว่าครูปรีชาซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเลข 533726 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 5 ใบ มูลค่า 30 ล้านบาท ก่อนกล่าวหาว่า “ลุงจรูญ” นำสลากไปขึ้นเงิน ทั้งที่ศาลเห็นว่าจำเลยไม่ได้ซื้อหรือเป็นเจ้าของสลากดังกล่าว โดยศาลพิพากษาจำคุกทั้งสองคนละ 1 ปี รับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง เหลือจำคุกคนละ 6 เดือน และไม่รอการลงโทษ

         กลายเป็นอีกหนึ่งความคืบหน้าสำคัญของมหากาพย์คดีหวย 30 ล้านบาทค่ะ หลังล่าสุดวันนี้ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ อ.3448/2567 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “นายปรีชา ใคร่ครวญ” หรือ “ครูปรีชา” และ “นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์” หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” รวม 2 คน เป็นจำเลย

โดยคดีนี้ จำเลยทั้งสองถูกฟ้องในความผิดฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนได้รับความเสียหาย, ร่วมกันแจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน โดยรู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ และแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน อันอาจเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

อัยการฟ้องโดยสรุปว่า ระหว่างวันที่ 2 ถึง 28 พฤศจิกายน 2560 จำเลยทั้งสองร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ว่า ครูปรีชาได้ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 533726 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 5 ใบ จากเจ๊บ้าบิ่น และสลากดังกล่าวถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท แต่ทำหาย

ก่อนที่ภายหลังจะกล่าวอ้างว่า “ร้อยตำรวจโท จรูญ วิมูล” หรือ “ลุงจรูญ” เป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และมีการแจ้งความดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ แต่อัยการระบุว่า ความจริงแล้วครูปรีชาไม่ได้ซื้อหรือเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว การแจ้งความและให้การของจำเลยทั้งสอง จึงเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อพนักงานสอบสวน เพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้เสียหายต้องรับโทษทางอาญา และทำให้เจ้าพนักงานบันทึกข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ จึงขอให้ศาลลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมาย

ภายหลังศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว พิพากษาว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เป็นความผิดกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษฐานร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานสอบสวน โดยรู้ว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษ

ศาลพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 ปี แต่เนื่องจากจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือนทั้งนี้ ศาลพิเคราะห์รายงานการสืบเสาะและพินิจจำเลยทั้งสองแล้ว เห็นว่านอกจากการเบิกความเท็จในคดีอาญาแล้ว ยังมีการเบิกความในคดีแพ่งของศาลจังหวัดกาญจนบุรี จนทำให้โจทก์ร่วมต้องถูกอายัดเงินในบัญชี อีกทั้งหากจำเลยที่ 1 ชนะคดีก็จะได้รับเงินจำนวนมาก ศาลเห็นว่าพฤติกรรมร้ายแรง จึงไม่สมควรรอการลงโทษ

ก่อนฟังคำพิพากษา ครูปรีชามีอาการกระสับกระส่าย เดินเข้าออกห้องพิจารณาหลายครั้ง และนั่งอยู่ภายนอกห้องพิจารณาจนกระทั่งศาลเรียก
ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า ครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นยืนนิ่ง พร้อมแสดงสีหน้าคล้ายประหลาดใจ ก่อนหันไปสอบถามทนายความถึงรายละเอียดของคำพิพากษา และยื่นขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ต่อไป

โดยก่อนหน้านี้ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธและได้รับการประกันตัว ก่อนที่ในวันนี้ครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นจะเดินทางมาศาลตามนัด และศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

คดีหวย 30 ล้านบาท ถือเป็นคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2560 จากข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์สลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 ระหว่าง “ครูปรีชา” กับ “ลุงจรูญ” ก่อนนำไปสู่การดำเนินคดีหลายสำนวน และกลายเป็นหนึ่งในคดีหวยที่ถูกจับตามองมากที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของสลากรางวัลที่ 1 ชุดนี้ ที่กลายเป็นข้อพิพาทใหญ่ระหว่าง “ลุงจรูญ” และ “ครูปรีชา” จนลุกลามไปสู่คดีอาญา คดีแพ่ง และคำพิพากษาหลายชั้นศาลตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยจุดเริ่มต้นของคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อ “ร้อยตำรวจโท จรูญ วิมูล” อดีตข้าราชการตำรวจเกษียณ ได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 5 ใบ ไปขึ้นเงินรางวัล รวมมูลค่า 30 ล้านบาทต่อมา “นายปรีชา ใคร่ครวญ” หรือ “ครูปรีชา” ได้เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรีว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลข 533726 งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 5 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ได้หายไป โดยครูปรีชาระบุว่า ตนซื้อสลากชุดดังกล่าวจาก “นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์” หรือ “เจ๊บ้าบิ่น” แม่ค้าสลากในตลาดเรดซิตี้ และเจ๊บ้าบิ่นก็ยืนยันว่าได้ขายสลากชุดดังกล่าวให้ครูปรีชา

ในช่วงนั้น ร้อยตำรวจโท จรูญ ได้ไปขอให้ “นายษิทรา เบี้ยบังเกิด” เข้ามาช่วยทำคดี จากนั้นนายษิทราได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของนายตำรวจระดับสูง โดยอ้างว่ามีการเรียกเข้าไปเจรจาแบ่งเงินฝ่ายละ 15 ล้านบาท ทำให้คดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งครูปรีชาที่แจ้งความดำเนินคดีกับร้อยตำรวจโท จรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์ รับของโจร และอีกฝั่งคือร้อยตำรวจโท จรูญ ที่แจ้งความดำเนินคดีกับครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ฐานแจ้งความเท็จ

ต่อมา คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างมาก โดย “พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา” ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในขณะนั้น ได้ตั้ง “พลตำรวจตรี กฤษณะ ทรัพย์เดช” รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน เพื่อคลี่คลายคดี

ช่วงเดือนมกราคม 2561 ตำรวจภูธรภาค 7 สรุปข้อเท็จจริงและระบุว่า เจ้าของสลากคือครูปรีชา พร้อมเรียกร้อยตำรวจโท จรูญเข้ารับทราบข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์

ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 ร้อยตำรวจโท จรูญ ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และหลังจากนั้น พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ได้สั่งโอนคดีให้กองปราบปรามดูแลต่อ พร้อมมีคำสั่งย้ายนายตำรวจผู้เกี่ยวข้อง 3 นาย รวมถึง “พลตำรวจตรี สุทธิ พวงพิกุล” ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยให้ขาดจากต้นสังกัด

หลังจากนั้น พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง ก่อนวันที่ 3 เมษายน 2561 จะยื่นสำนวนให้พนักงานอัยการ โดยแยกเป็น 2 สำนวน

สำนวนแรก คือคดีอาญาที่ 4/2561 ที่ร้อยตำรวจโท จรูญ แจ้งความดำเนินคดีกับครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ในข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง แต่ต่อมาอัยการตีกลับสำนวนคืนกองปราบปราม เพื่อส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสอบต่อ เนื่องจากเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับกรณีกล่าวหาร่วมกับพลตำรวจตรี สุทธิ ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ภายหลังเมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติส่งสำนวนกลับมายังกองปราบปราม ทางกองปราบปรามจึงพิจารณาสำนวนที่เกี่ยวข้องรวม 3 สำนวนคดี ได้แก่

1.คดีที่ร้อยตำรวจโท จรูญ กล่าวหาครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ในข้อหาแจ้งความเท็จและกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา ซึ่งความคืบหน้าขณะนั้น กองปราบปรามส่งไปยังอัยการเพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จังหวัดสมุทรสงคราม

2.คดีที่ร้อยตำรวจโท จรูญ เอาผิดต่อ “นายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม” หรือ “แผน” พนักงานขับรถของธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นพยานฝั่งครูปรีชา ในข้อหาให้การเท็จ กรณีรับสมอ้างเป็นพยานผู้พบเห็นว่าร้อยตำรวจโท จรูญเป็นผู้เก็บลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวได้ โดยสำนวนนี้ถูกส่งไปยังอัยการเพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จังหวัดสมุทรสงครามเช่นกัน

3.คดีของพลตำรวจตรี สุทธิ ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งสำนวนนี้พนักงานสอบสวนมีความเห็นไม่สั่งฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานมีน้ำหนักไม่เพียงพอ

ส่วนสำนวนที่สอง คือคดีอาญาที่ 3/2561 ที่ครูปรีชาแจ้งความดำเนินคดีกับร้อยตำรวจโท จรูญ ในข้อหาลักทรัพย์ หรือยักยอกทรัพย์สิ่งของตกหล่น หรือรับของโจร โดยคดีนี้พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องร้อยตำรวจโท จรูญหลังจากนั้น ครูปรีชาได้ยื่นฟ้องคดีนี้ด้วยตัวเอง และศาลรับฟ้อง กระทั่งเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในชั้นศาล วันที่ 4 มิถุนายน 2562 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องร้อยตำรวจโท จรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับของโจร โดยเห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์ยื่นมา ไม่อาจฟังได้ว่าสลากดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย

วันที่ 20 ตุลาคม 2563 ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย จึงไม่มีอำนาจฟ้อง และวันที่ 7 มิถุนายน 2565 ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนยกฟ้องตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หลังศาลฎีกามีคำพิพากษาแล้ว แต่คดีที่เกี่ยวข้องยังไม่จบลงง่าย ๆ โดยฝั่งครูปรีชาเคยระบุว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษายกฟ้องร้อยตำรวจโท จรูญ แต่ตนซึ่งเป็นโจทก์ยื่นฟ้องไม่ได้ถือว่าแพ้คดี เพราะคำพิพากษาศาลยังไม่ได้ระบุว่าสลากชุดที่ถูกรางวัลเป็นกรรมสิทธิ์ของใคร และตนจะพิสูจน์ความจริงต่อด้วยการฟ้องคดีแพ่ง เพื่อพิสูจน์สิทธิความเป็นเจ้าของสลากชุดที่ถูกรางวัลขณะที่ฝั่งนายษิทราระบุว่า คำพิพากษาศาลฎีกาค่อนข้างชัดเจนว่าครูปรีชาไม่ใช่เจ้าของสลาก และไม่มีสิทธิฟ้องร้อยตำรวจโท จรูญ โดยจากนี้ร้อยตำรวจโท จรูญได้ฟ้องครูปรีชา และ “นายวรยุทธ บุญวงศ์ใส” ทนายความของครูปรีชา ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จ ซึ่งต้องรอผลจากคดีนี้ก่อน
เรียกได้ว่า คดีหวย 30 ล้านบาทเดินทางมายาวนานหลายปี จากข้อพิพาทเรื่องสลากรางวัลที่ 1 ที่หลายคนเคยติดตามรายวัน จนมาถึงคำพิพากษาล่าสุดที่ศาลอาญาสั่งจำคุกครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นคนละ 6 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

หลังจากนี้คงต้องรอติดตามว่า ทั้งสองฝ่ายจะดำเนินการในชั้นอุทธรณ์อย่างไรต่อไป และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมหากาพย์หวย 30 ล้านบาท จะมีความคืบหน้าเพิ่มเติมในทิศทางใด เพราะแม้เวลาจะผ่านมาหลายปี แต่คดีนี้ยังคงเป็นหนึ่งในคดีหวยที่สังคมไทยจำได้ไม่ลืมค่ะ

#หวย30ล้าน #ครูปรีชา #เจ๊บ้าบิ่น #ลุงจรูญ #ปรีชาใคร่ครวญ #รัตนาภรณ์สุภาทิพย์ #จรูญวิมูล #ษิทราเบี้ยบังเกิด #หวยหาย #สลากกินแบ่งรัฐบาล #ศาลอาญา #แจ้งความเท็จ #ฟ้องเท็จ #จำคุก6เดือน #ไม่รอลงอาญา #กาญจนบุรี #คดีดัง #คดีหวยดัง #ข่าวสังคม #ข่าวอาชญากรรม #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.