Monday, 27 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์’ ขอโทษปมคำพูดมายด์เซ็ตไม่พัฒนา แจงราคา–ห้ามถ่ายรูป ชาวเน็ตตั้งคำถามชี้แจงหรือเปิดตัวเมนูใหม่

ดราม่าเจลาโต้ยังร้อนต่อเนื่อง ล่าสุด “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” ตั้งโต๊ะแถลงข่าว เคลียร์ทุกประเด็นทั้งเรื่องราคา การห้ามถ่ายรูป การแบนลูกค้า น้ำหนักต่อถ้วย และคำพูดเรื่องมายด์เซ็ตคนไทย พร้อมกล่าวขอโทษจากใจ หากถ้อยคำก่อนหน้านี้ทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ แต่ยังคงยืนยันอย่างมั่นใจว่าเจลาโต้ของร้าน PARAMETER ใช้วัตถุดิบระดับโลก กระบวนการซับซ้อน และบางรสอร่อยที่สุดในโลก

ตามกันต่อค่ะ สำหรับประเด็นดราม่าเจลาโต้ ของกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เจ้าของร้าน PARAMETER หลังถูกตั้งคำถามอย่างหนักทั้งเรื่องราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึง 559 บาทต่อถ้วย ในปริมาณประมาณ 90–100 กรัม รวมถึงการขอความร่วมมือไม่ให้ลูกค้าถ่ายรูปหรือถ่ายคลิประหว่างรับประทาน

ก่อนหน้านี้ กฤษณ์เคยออกมาชี้แจงว่า ราคาที่สูงกว่าร้านทั่วไปมาจากวัตถุดิบคุณภาพสูงและกระบวนการทำแบบเจลาโต้คลาสสิกที่ละเอียดซับซ้อน พร้อมยืนยันว่าเจ้าตัวใช้เวลาถึง5ปี ที่เดินทางไปศึกษาจากทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส และญี่ปุ่น แต่กระแสกลับยิ่งเดือดขึ้น หลังเจ้าตัวตอบกลับคอมเมนต์ชาวเน็ตแบบตรงไปตรงมา รวมถึงใช้คำว่า “มายด์เซ็ตไม่พัฒนา” และ “อยู่ในกะลา” จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการสื่อสารที่ดูเหมือนลดคุณค่าผู้บริโภค

และล่าสุด กฤษณ์ก็ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ เพื่อชี้แจงทุกประเด็นที่เกิดขึ้น พร้อมยอมรับว่า ถ้อยคำบางส่วนอาจรุนแรงและทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ ก่อนกล่าวขอโทษจากใจจริง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาดูถูก เหยียดหยาม หรือมองว่าคนที่มีกำลังซื้อน้อยกว่าไม่คู่ควรกับสินค้าของทางร้าน
กฤษณ์อธิบายว่า สิ่งที่ต้องการสื่อจริง ๆ คือ หากสังคมมีคนที่ตั้งใจพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพสูง ประเทศก็จะมีของดีเกิดขึ้นมากขึ้น หลังจากเจ้าตัวเคยเห็นมาตรฐานของสินค้าจากหลายประเทศ จึงอยากนำแนวคิดดังกล่าวกลับมาผลักดันให้คนไทยกล้าสร้างผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมบ้าง

ส่วนคำว่า “อยู่ในกะลา” ที่กลายเป็นประเด็น เจ้าตัวยอมรับว่าอาจฟังดูแรง พร้อมพูดติดตลกว่า “ผมคิดว่าถ้าคนที่ดูคลิปผม แล้วดูแบบวิเคราะห์ช็อตต่อช็อตนะฮะ ผมไม่มีการดูถูกเลยนะครับ ผมพูดเรื่องจริง… คำว่าการอยู่ในกะลา มันก็ดูแรงในความรู้สึกใช่ไหมครับ งั้นเปลี่ยนเป็นกะละมังก็ได้”

ขณะเดียวกัน ประเด็นที่มีคนตั้งคำถามว่ากฤษณ์ “สลิ้งแตก” หรือควบคุมอารมณ์ไม่ได้ จากการไล่ตอบคอมเมนต์ชาวเน็ตอย่างดุเดือด เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้สติแตก พร้อมบอกว่าเป็นคนตอบทุกคอมเมนต์ด้วยตัวเอง และอยู่ในวงการบันเทิงมานานกว่า 30 ปี ผ่านกระแสวิจารณ์มาแล้วมากมาย ส่วนคลิปต่าง ๆ ที่ดูเหมือนดุลูกค้า หรือพูดแรงนั้น หลายคลิปเป็นเพียงการเล่นมุกและทำคอนเทนต์สนุก ๆ เท่านั้น

กฤษณ์ยืนยันว่า ร้านไม่ได้มีกฎบังคับห้ามลูกค้าถ่ายรูปหรือถ่ายคลิป และไม่ได้กลัวว่าจะมีใครมาขโมยสูตร เพียงแต่อยากให้ลูกค้าได้รับประทานเจลาโต้ในช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมที่สุด กฤษณ์อธิบายว่า เจลาโต้ในตู้แช่จะอยู่ที่ประมาณ -8 ถึง -9 องศาเซลเซียส เมื่อตักออกมาแล้วจะอยู่ที่ประมาณ -7 องศา และช่วงที่กลิ่นหอมรวมถึงรสชาติแสดงออกได้ดีที่สุด คือประมาณ -6 องศา หากใช้เวลาถ่ายรูปนานเกินไป เจลาโต้อาจละลายและทำให้เนื้อสัมผัสเปลี่ยนไป ส่วนคลิปที่ดูเหมือนเจ้าตัวแบนลูกค้า เพราะเคี้ยวเจลาโต้ กฤษณ์ชี้แจงว่าเป็นเพียงการหยอกล้อกับยูทูบเบอร์หน้าร้าน ไม่ได้โกรธหรือแบนลูกค้าจริงตามที่หลายคนเข้าใจ

สำหรับประเด็นเรื่องราคา กฤษณ์ยืนยันว่าไม่ได้ตั้งราคาแพงเพียงเพราะร้านอยู่ในห้างหรู แต่เกิดจากต้นทุนวัตถุดิบที่หายาก รวมถึงกระบวนการผลิตที่ใช้เวลานานและต้องอาศัยอุปกรณ์เฉพาะทาง กฤษณ์ยังยกตัวอย่างรสกัวเตมาลา ราคา 519 บาท ซึ่งใช้เมล็ดกาแฟที่ต้องประมูลมาในจำนวนจำกัด รวมถึงถั่วพิสตาชิโอจากอิตาลีที่มีต้นทุนสูง ขณะที่เจลาโต้แบบคลาสสิกบางสูตรต้องใช้เวลาเตรียมตั้งแต่ 24 ชั่วโมง ไปจนถึงหลายวัน หรือบางวัตถุดิบอาจใช้เวลานานถึง 30 วัน

พร้อมกันนี้ กฤษณ์ยังเผยว่า เตรียมเปิดตัวรสชาติใหม่ที่มีความเอ็กซ์คลูซีฟมากขึ้น ในราคาประมาณถ้วยละ 700 บาทด้วย เมื่อถูกถามว่าราคาแพงเกินไปหรือไม่ เจ้าตัวยังคงยืนยันด้วยความมั่นใจว่า หากใครสามารถทำคุณภาพและกระบวนการแบบเดียวกันได้ในราคาที่ถูกกว่า ก็สามารถทำออกมาขายแข่งได้เลย โดยกล่าวว่า “ผมบอกไปเลยว่า ถ้าคุณทำแล้วอ่ะเหมือนผมนะ ราคาได้เท่าผมนะ ทำเลย ขายเลย ผมขายเนี่ย กระหน่ำเลย คุณทำออกมาขายแข่งกับผมเลย!”

อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม คือเหตุใดเจลาโต้แต่ละถ้วยจึงมีน้ำหนักไม่เท่ากัน และหากตักเกิน 101 กรัม ทำไมพนักงานต้องตักออก กฤษณ์อธิบายว่า การตักไอศกรีมสดด้วยมือไม่สามารถควบคุมน้ำหนักให้เท่ากันทุกถ้วยแบบสินค้าอุตสาหกรรมได้ เปรียบเหมือนร้านอาหารตามสั่งที่บางวันปริมาณวัตถุดิบอาจต่างกันเล็กน้อย ส่วนเหตุผลที่ต้องตักออกหากเกินปริมาณที่กำหนด เจ้าตัวบอกว่า ไม่ได้เป็นเพราะตระหนี่ แต่เพราะต้องการรักษาสัดส่วนรสชาติให้สมดุล หากปริมาณมากเกินไปอาจทำให้ลูกค้ารู้สึกเลี่ยน และไม่ได้รับประสบการณ์ตามที่ร้านออกแบบไว้ กฤษณ์ยังย้ำว่า ร้านสามารถชั่งน้ำหนักหลังเคาน์เตอร์โดยไม่ต้องให้ลูกค้าเห็นก็ได้ แต่เลือกนำตาชั่งมาตั้งด้านหน้า เพราะต้องการแสดงความโปร่งใสและจริงใจกับลูกค้า

ส่วนกรณีลูกค้านำถ้วยมาเองเพื่อขอส่วนลด กฤษณ์ชี้แจงว่า ถ้วยของทางร้านถูกแช่ไว้ที่อุณหภูมิประมาณ -40 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้เจลาโต้ละลายทันทีเมื่อสัมผัสภาชนะ หากลูกค้านำถ้วยอุณหภูมิห้องมาเอง อาจทำให้เจลาโต้เสียเนื้อสัมผัส ส่วนลูกค้าที่ไม่ต้องการนำถ้วยของร้านกลับบ้าน สามารถแลกรับคูปองส่วนลด 10 บาทได้แทน

แม้จะกล่าวขอโทษต่อวิธีการสื่อสาร แต่ในเรื่องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ กฤษณ์ยังคงมั่นใจแบบเต็มร้อยค่ะ โดยประกาศว่า เจลาโต้คลาสสิกของร้าน โดยเฉพาะรสพิสตาชิโอ เฮเซลนัท ช็อกโกแลต และกาแฟ คือเจลาโต้ระดับ “อันดับ 1 ของโลก” กฤษณ์อธิบายว่า ความมั่นใจดังกล่าวเกิดจากการเดินทางไปชิมและศึกษาร้านเจลาโต้ระดับท็อปในหลายประเทศ ทั้งอิตาลี ฝรั่งเศส สเปน อังกฤษ เยอรมนี และญี่ปุ่น ก่อนนำประสบการณ์กลับมาพัฒนาสูตร รวมถึงลดน้ำตาลลงประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เหมาะกับรสนิยมของคนไทย ส่วนเหตุผลที่ไม่ส่งผลงานเข้าแข่งขันในเวทีระดับโลก กฤษณ์บอกว่า หลายเวทีเป็นการแข่งขันเจลาโต้แบบโมเดิร์นที่ใช้เครื่องจักร ซึ่งไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับเจลาโต้คลาสสิกที่เป็นงานคราฟต์ได้ พร้อมเปรียบเทียบว่าเหมือนการนำกะทิกล่องมาเทียบกับกะทิคั้นมือ

พร้อมกันนี้กฤษณ์ยืนยันว่า ดราม่าที่เกิดขึ้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแผนการตลาด เพราะยอดขายของร้านไม่ได้ตก และยังมีทั้งลูกค้าประจำรวมถึงชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำคำขอโทษอีกครั้งต่อทุกคนที่รู้สึกไม่สบายใจจากสไตล์การพูดของตน พร้อมเชิญชวนให้ผู้บริโภคลองเปิดใจมาชิมด้วยตัวเอง ก่อนตัดสินจากราคา หรือเปรียบเทียบกับไอศกรีมในกลุ่มราคาที่แตกต่างกัน

ขณะเดียวกันหลังจากที่กฤษณ์ออกมาชี้แจงประเด็นทั้งหมดแล้ว ทางเพจบันเทิงหน้าตุ๊ด ก็ได้ออกมาพูดถึงประเด็นนี้ด้วยว่า “กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์” ตั้งโต๊ะเคลียร์ดราม่าเจลาโต้แพง ยันไม่ได้ดูถูกใคร พร้อมเคลมแรง “อร่อยที่สุดในโลก” ชนะมิชลิน 3 ดาว!
เปิดประเด็นร้อนที่หลายคนรอคอย กฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ ออกมาแถลงข่าวปมดราม่าร้านเจลาโต้เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้ดูถูกใคร พร้อมขอโทษจากใจที่คลิปทำให้หลายคนเข้าใจผิด ส่วนเรื่องแบนลูกค้าเคี้ยวไอศกรีม เป็นเพียงการถ่ายเล่น และยอมรับตรง ๆ ว่าบางคลิปคือการกวนตรีนลูกค้า เพราะอยากให้กินพอดีคำ ไม่มัวแต่ถ่ายรูปจนละลาย

สำหรับโพสต์ถึงคนไทยไม่พัฒนา กฤษณ์อธิบายว่าแค่หมายถึงประเทศที่ตั้งใจผลิตของดี ๆ จะเจริญก้าวหน้า ไม่ได้ด่าใคร ส่วนราคาที่ถูกมองว่าแรงเกินไป ก็ชี้แจงว่ากระบวนการทำยาก ต้นทุนสูงกว่าที่อิตาลี ถ้านำถ้วยกับช้อนมาคืนสามารถแลกคูปองได้ 10 บาท แต่ที่ทำเอาสะดุดสุด ๆ คือประเด็นตักไอศกรีมออกถ้าน้ำหนักเกิน 100 กรัม ซึ่งให้เหตุผลว่า “เพราะกลัวว่าลูกค้าจะไม่อร่อย” แม้จะโดนวิจารณ์หนัก แต่กฤษณ์ยืนยันว่าไม่เครียดและลูกค้าไม่ได้ลดลง แถมปิดท้ายด้วยการอวยยศคุณภาพแบบสับ ๆ ว่าเจลาโต้ของตัวเองคือ “อันดับ 1 ของโลก” เคยไปกินระดับมิชลิน 3 ดาวมาแล้ว ของร้านตนก็ยังอร่อยกว่า ก่อนจะขอปัดตกไม่ตอบคำถามที่พาดพิงถึง ทราย สมุทร ตัดภาพมาที่ความเห็นชาวเน็ต เรียกว่าตั้งลานกฐินสับแหลกแบบครบทุกโควต มีทั้งแซะความมั่นใจว่า “ไม่มีใครดีเท่า. …เจลาโต้อัลตร้าสมูทของคุณกฤษแล้ว”, “ของดี เฮียเก็บไว้กินเองเถอะ ” และ “ถ้าเขาอร่อยกว่าคุณมรึงก็บอกไม่อร่อยอยู่ดี5555”
ตามมาด้วยการจับโป๊ะเรื่องความอร่อยว่า “อ้าวแล้วของอิตาลีที่ไปเรียนกับเขามาไม่อร่อยว่างั้น , ห่ะ อร่อยกว่าต้นตำนับอีกโอ้แม่เจ้า รวมถึงแซวเรื่องชั่งน้ำหนักว่า เกิน100กรัม ตักออก เดี๋ยวไม่อร่อย ,อันดับ 1 ของโลกเน้าะ” ปิดท้ายด้วยคนมีความรักแบบเบาๆ ว่า “ไม่ได้อยู่ที่ของอร่อยๆหรอก มันอยู่ที่ว่า ใครมากินด้วยวันนั้น ถ้าคนที่ใช่ กินอะไรก็อร่อย” แถลงจบครบด้วยข้อเท็จจริงระดับนี้ พวกหล่อนฟังแล้วรู้สึกยังไง อยากไปกินเจลาโต้ของพี่กฤษณ์ไหม หรือว่าใครกินแล้วมารีวิวหน่อย พร้อมทั้งยังคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ‘’อ้าวแล้วของอิตาลีที่ไปเรียนกับเขามาไม่อร่อยว่างั้น’’ หลังจากโพสต์ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์บอกว่า ‘’ไม่ได้ออกมาเคลียร์ข่าว  มาโปรโมทรสชาติใหม่ในราคา700-900฿ ต่อถ้วย  ทางเพจบัยเทิงหน้าตุ๊ด ก็เข้ามาตอบกลับทันทีว่า ชาวเผ่าไปกัน 5 คน แชร์กันถ้วยนึง คนละคำ

เรียกได้ว่า แม้กฤษณ์จะกล่าวขอโทษจากใจในเรื่องการสื่อสารที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่เจ้าตัวก็ยังคงยืนยันเต็มที่ทั้งเรื่องคุณภาพ ราคา และประกาศอย่างมั่นใจว่าเจลาโต้ของร้านคือ “อันดับ 1 ของโลก” ก่อนทิ้งท้ายว่าเตรียมเปิดตัวรสชาติใหม่ราคาถ้วยละ 700 บาท จนทำเอาชาวเน็ตหลายคนอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า การแถลงข่าวครั้งนี้เป็นการออกมาขอโทษ หรือเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่กันแน่


#กฤษณ์ศรีภูมิเศรษฐ์ #PARAMETER #เจลาโต้ #ดราม่าเจลาโต้ #เจลาโต้700บาท #เจลาโต้แพง #มายด์เซ็ต #อยู่ในกะลา #ไม่สลิ้งแตก #ขอโทษจากใจ #ไอศกรีม #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ดราม่าโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.