Monday, 27 July 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘นักศึกษาอิตาลี’ แจกกล้วยเข้ามอบตัวแล้ว หลัง ‘ซูกัส’ คู่กรณีเข้าแจ้งความเอาผิด ชาวเน็ตถามไม่เฟียสแล้วหรอ?

ดราม่ากลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีป่วนบน BTS เดินมาถึงบทสรุปแล้ว หลังทั้ง 6 คนในคลิปเข้ากล่าวคำขอโทษต่อ “คุณซูกัส” ครบทุกคน ขณะที่คดีอาญาถูกเปรียบเทียบปรับ 1,000 บาท และทั้งสองฝ่ายตกลงให้เรื่องยุติลงด้วยดี ด้านคุณซูกัสย้ำชัด ไม่ได้ต้องการสร้างความเกลียดชังต่อคนชาติใด แต่สิ่งที่ทำมาตั้งแต่วันแรก คือการปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของตัวเอง หลังถูกดูถูกและคุกคามในพื้นที่สาธารณะ

ตามกันต่อค่ะ จากกรณีที่มีกลุ่มนักศึกษาอิตาลีแจกกล้วย และส่งเสียงดังบนBTS จนสังคมไทยวิจารณ์อย่างหนักค่ะ ก่อนหน้านี้ บริษัท TravellingFox ผู้จัดโครงการเดินทางเพื่อการศึกษา ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษต่อสังคมไทย พร้อมยอมรับว่าความคึกคักของกลุ่มวัยรุ่นอาจนำไปสู่พฤติกรรมที่ครึกครื้นเกินพอดี แต่ไม่สามารถใช้เป็นข้ออ้างรองรับกิริยาที่ไม่เหมาะสมได้ และย้ำว่าการกระทำของคนบางคนไม่ได้สะท้อนถึงผู้ร่วมทริปทั้งหมด

ขณะที่ต่อมาสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ก็ได้ออกแถลงการณ์ประนามพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมย้ำชัดว่า การกระทำของเยาวชนบางคน ไม่ได้เป็นตัวแทนของประเทศอิตาลีทั้งหมด พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยหลังจากนั้นตัวแทนและผู้นำของกลุ่มนักศึกษาชาวอิตาลีที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้อัดคลิปยืนเรียงหน้ากระดาน พร้อมกล่าวคำขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

แต่ดราม่าก็เดือดอีกระลอกค่ะ“คุณซูกัส” สาววัย 25 ปี หญิงไทยคู่กรณีกับแก๊งนักศึกษาอิตาลี ก็ได้เดินทางเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลสำเหร่ เพื่อดำเนินการกับคู่กรณี พร้อมออกมาเล่าเหตุการณ์ในมุมของตัวเองอย่างละเอียด โดยคุณซูกัสบอกว่า กลุ่มนักเรียนดังกล่าวส่งเสียงดังมาตั้งแต่อยู่บนชานชาลา ก่อนขึ้นรถไฟฟ้าเสียอีก และเมื่อเข้าไปอยู่ในขบวนก็ยังคงพูดคุย ตะโกน และส่งเสียงดังต่อเนื่อง จนรบกวนผู้โดยสารคนอื่น เธอบอกว่า ตอนแรกพยายามอดทนอยู่พักหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเข้าไปตักเตือน เพราะคิดว่าเมื่อมีคนบอก กลุ่มนักเรียนก็น่าจะลดเสียงลง แต่เหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่คิด

คุณซูกัสอธิบายว่า หากลองนึกภาพวัยรุ่นประมาณ 20 ถึง 30 คน พูดเสียงดังพร้อมกันอยู่ในขบวนรถไฟฟ้าที่มีพื้นที่จำกัด จะเห็นได้ชัดว่าเสียงดังมากเพียงใด และไม่ใช่ระดับเสียงของการพูดคุยทั่วไป หลังจากนั้น นักศึกษาชาวอิตาลีได้พูดคำหนึ่งพร้อมกันเป็นภาษาอิตาลี ซึ่งคุณซูกัสเชื่อว่าเป็นคำหยาบ เพราะทันทีที่พูดจบ ทุกคนก็หัวเราะเยาะและแสดงท่าทีชอบใจ ราวกับกำลังสนุกกับการล้อเลียนคนไทยที่เข้าไปตักเตือน

แต่ประเด็นที่เธอมองว่าแย่ที่สุด กลับไม่ใช่เพียงพฤติกรรมของเด็กค่ะ เพราะผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่และเดินทางมากับคณะ ไม่ได้เข้ามาห้ามปรามหรือควบคุมสถานการณ์ กลับนิ่งเฉย และยังพูดในลักษณะว่า เด็กมาเป็นจำนวนมาก จะให้เงียบได้อย่างไร นอกจากนี้ คุณซูกัสยังบอกอีกว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นคนพูดเรื่องการนำเงินมาให้ประเทศไทย และภายหลังก็ใช้คำหยาบภาษาอังกฤษใส่เธออีกด้วย จุดนี้เองทำให้คุณซูกัสมองว่า เมื่อผู้ใหญ่ไม่ห้าม แถมยังออกหน้าปกป้องหรือให้ท้าย เด็กในกลุ่มก็ยิ่งได้ใจ และกล้าแสดงพฤติกรรมหยาบคายมากขึ้น จนเหตุการณ์บานปลายอย่างที่ปรากฏในคลิป

คุณซูกัสย้ำว่า ไม่ว่าใครจะเดินทางไปประเทศไหน ก็ควรให้เกียรติคนอื่นและเคารพพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่อาศัยว่ามากันเป็นกลุ่มใหญ่ แล้วเบียดบังสิทธิของผู้โดยสารคนอื่นที่ต้องใช้พื้นที่ร่วมกัน เธอยังมองว่า คนไทยควรลุกขึ้นมารักษาสิทธิของตัวเองบ้าง เพราะหลายครั้งคนไทยเลือกปล่อยผ่าน ไม่อยากมีปัญหา จนบางคนอาจมองว่าความใจดีหรือการหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง หมายความว่าจะทำอะไรก็ได้

พร้อมกันนี้ คุณซูกัสยังฝากคำถามไปถึงทาง BTS ว่า หากมีกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้โดยสารจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ และส่งเสียงหรือมีพฤติกรรมรบกวนคนอื่น ทางระบบรถไฟฟ้าควรมีวิธีจัดการอย่างไร เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารต้องเข้าไปเผชิญหน้ากันเองจนเรื่องบานปลาย และในส่วนของข้อกฎหมาย คุณซูกัสมองว่า พฤติกรรมบางอย่างอาจเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาทซึ่งหน้า และกระทำอนาจาร แต่รายละเอียดทั้งหมดต้องรอให้ตำรวจพิจารณาจากข้อเท็จจริงและหลักฐานอีกครั้ง  ส่วนคำถามที่ว่า รู้สึกอย่างไรกับกระแสที่คนจำนวนมากตามโจมตีและพยายามตามหาตัวนักเรียนกลุ่มดังกล่าว โดยเธอมองว่า หากเด็กกลุ่มนี้ไม่ได้รับการสั่งสอนมาก่อน เมื่อแสดงพฤติกรรมออกมาในพื้นที่สาธารณะ สังคมก็ย่อมวิจารณ์และตอบสนองตามผลของการกระทำ แต่ถึงอย่างนั้น คุณซูกัสก็ย้ำว่า ไม่ได้ต้องการให้คนไทยตามไปล่าตัว คุกคาม หรือสร้างอันตรายให้กลุ่มนักเรียน เพราะสุดท้ายแล้ว การกระทำดังกล่าวก็อาจย้อนกลับมาสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีให้ประเทศไทยเช่นกัน ส่วนกรณีที่สถานทูตอิตาลีออกแถลงการณ์ขอโทษ คุณซูกัสมองว่า เป็นคำขอโทษที่ออกมาเพราะสถานการณ์บังคับ และในเอกสารก็ไม่ได้มีการกล่าวถึงชื่อของเธอโดยตรง แม้เธอจะเป็นบุคคลที่ถูกกระทำในเหตุการณ์ก็ตาม

ขณะที่ทางเพจ ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ ก็ได้ออกมาอัพเดทถึงประเด็นนี้อีกครั้ง โดยโพสภาพที่แก๊งวัยรุ่นอิตาลีนั่งหน้าเศร้าที่สถานีตำรวจ พร้อมระบุข้อความด้วยว่า แก๊งวัยรุ่นอิตาลีแตกพ่าย “ถูกรวบยกแก๊ง” นั่งหน้าเศร้า อยู่ที่ สน.เรียบร้อยแล้ว หลังเจ้าของคลิปเข้าไปแจ้งความเมื่อช่วงหัวค่ำ พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า สงสารเลย แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไหมล่ะมึงงงง

ล่าสุดทางด้านคุณซูกัส สาวคู่กรณีก็ได้ออกมาโพสต์อัพเดทถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว โดยระบุว่า เหตุการณ์นี้ได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วค่ะ
* นักท่องเที่ยวชาวอิตาลีทั้ง 6 คนที่อยู่ในคลิป ได้กล่าวคำขอโทษกับเราครบทุกคนแล้ว
* ทางเราจะลบภาพของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ออก เพื่อให้เรื่องจบลงด้วยดีตามที่ตกลงกัน
* ในส่วนของคดีอาญาที่เราได้แจ้งความไว้ ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับเป็นจำนวน 1,000 บาท
(จากอัตราที่สามารถปรับได้สูงสุด 10,000 บาท) โดยตำรวจแนะนำให้ใช้จำนวนดังกล่าวเพื่อให้คดีสิ้นสุดโดยเร็ว แม้ส่วนตัวเราจะรู้สึกว่าจำนวนเงินนี้อาจไม่ใช่บทลงโทษที่หนักสำหรับพวกเขา แต่ก็เคารพดุลยพินิจและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
* เมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว ทางฝั่งนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีจะไม่สามารถนำเหตุการณ์นี้มาเรียกร้องหรือดำเนินคดีกับเราในภายหลังจากการที่เราออกมาปกป้องตัวเองได้ สุดท้าย เราไม่ได้ต้องการให้เรื่องบานปลายหรือสร้างความเกลียดชังต่อคนชาติใด สิ่งที่เราทำตั้งแต่วันแรกคือการปกป้องศักดิ์ศรีและสิทธิของตัวเองจากการถูกดูถูกและคุกคามเท่านั้น ขอบคุณทุกกำลังใจ ขอบคุณทุกคนที่ยืนเคียงข้างกัสมาตลอดค่ะ

และแน่นอนค่ะว่า หลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยคอมเมนต์แรกบอกว่า ไม่เฟียสละหรอ อีกคอมเมนต์บอกว่า ไม่คึกเหมือนตอนอยู่บนรถไฟเลยดิ มาไม่กี่วัน ทัศนศึกษาครบ โครตคุ้ม ประสบการณ์ล้านแปด กลับไปเล่าให้เพื่อนฟังได้ทั้งเดือนอะ อเมซิ่งไทยแลนด์ไหมละแก และอีกคอมเมนต์บอกว่า ซึมไม่ไหว ซึมไม่ไหว ไทยแลนด์มันน่ากลัว

เรียกได้ว่า ดราม่าที่เริ่มต้นจากเสียงดังและการปะทะคารมบนรถไฟฟ้า เดินมาถึงบทสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ หลังนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีทั้ง 6 คนที่ปรากฏในคลิป ได้กล่าวคำขอโทษต่อคุณซูกัสครบทุกคน ขณะที่ฝ่ายคุณซูกัสก็ตกลงลบภาพของนักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าว เพื่อให้เรื่องจบลงตามที่ได้พูดคุยกัน สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้คงทิ้งบทเรียนไว้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศไหน มารยาทและการให้เกียรติเจ้าบ้านคือสิ่งพื้นฐานที่ควรมี และถึงแม้คำขอโทษอาจช่วยให้เรื่องจบลงได้ แต่พฤติกรรมที่เกิดขึ้นก็ยังทิ้งภาพจำและผลกระทบเอาไว้เสมอค่ะ

#คุณซูกัส #แก๊งอิตาลี #นักท่องเที่ยวอิตาลี #ดราม่าBTS #BTS #แจ้งความ #เปรียบเทียบปรับ #ขอโทษคนไทย #สิทธิของผู้โดยสาร #ปกป้องศักดิ์ศรี #มารยาทสาธารณะ #เคารพวัฒนธรรม #สถานทูตอิตาลี #TravellingFox #ข่าวสังคม #ข่าวไวรัล #ดราม่าโซเชียล #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.