Saturday, 12 September 2026 Login Register
ล้อมวงเล่า ข่าว Exclusive

‘หนุ่มเก็ท’ คอตกไหว้สวยขอโทษสังคม ปมถุยน้ำลาย–ทุบเบนซ์ เลิกเฟียส หลังเจอค่าซ่อมพุ่งหลักแสน!

จากคลิปชายขี่รถจักรยานยนต์จอดขวางถนน ก่อนลงไปทำให้กระจกมองข้างรถเบนซ์รุ่นพิเศษได้รับความเสียหาย จนเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด “เก็ท” เข้ามอบตัวแล้ว พร้อมขอโทษสังคม ผู้เสียหาย และวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามที่นำชื่อไปอ้าง ยอมรับทำไปเพราะโมโห แต่ขอให้ศาลเป็นผู้พิจารณาค่าซ่อมซึ่งเบื้องต้นอาจสูงตั้งแต่ 300,000 บาทไปจนถึง 1 ล้านบาท ขณะที่เจ้าของรถยืนยันเดินหน้าดำเนินคดี และเตรียมเอาผิดทุกคำพูดที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทค่ะ

ตามกันต่อค่ะ จากกรณีคลิป หนุ่มหัวร้อนสลิ้งแตกกลางถนน ที่กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังหญิงสาวรายหนึ่งขับรถมากับแฟนหนุ่ม และเพื่อนผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ก่อนจะพบกลุ่มรถจักรยานยนต์ขี่กินพื้นที่ทั้ง2เลน จึงบีบแตรเพื่อขอทาง แต่กลับเกิดการโต้เถียงกันขึ้น กระทั่งชายคู่กรณี ซึ่งต่อมาทราบชื่อว่า “เก็ท” จอดรถกลางถนน ลงมาทุบรถเบนซ์ จนกระจกมองข้างได้รับความเสียหายอยากหนักค่ะ

หลังเกิดเหตุ เก็ทยังออกมาโพสต์ชี้แจงและโต้ตอบผ่านโซเชียล โดยยอมรับว่าตนถ่มน้ำลายและทำกระจกรถเสียหายจริง แต่กล่าวอ้างว่าอีกฝ่ายเป็นฝ่ายด่าทอและท้าทายก่อน พร้อมประกาศว่าจะดำเนินคดีกับบุคคลที่นำคลิปไปเผยแพร่โดยไม่ปิดบังใบหน้า รวมถึงผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นด้วยถ้อยคำรุนแรง จนทำให้เรื่องยิ่งบานปลายและถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางค่ะ

โดยทางด้านหนุ่มเก็ท ยังนำชื่อของวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม มากล่าวอ้าง จนเกิดกระแสไม่พอใจจากศิษย์เก่าและผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่ต่อมาค่ะ ทางวิทยาลัย ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า หนุ่มเก็ทเป็นเพียงอดีตนักศึกษาของสถาบันเท่านั้น และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำส่วนบุคคล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบาย คำสั่ง หรือแนวทางของวิทยาลัยแต่อย่างใด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนไม่ให้เหมารวมบุคลากรและนักศึกษาคนอื่นค่ะ

ส่วนกรณีที่รถที่ได้รับความเสียหายนั้น โดยหมิวเจ้าของรถก็ได้ประเมินค่าซ่อมเบื้องต้น ทั้งชุดกระจกของแท้ เซ็นเซอร์ ชุดครอบคาร์บอน AMG และสีพิเศษ อาจอยู่ที่ประมาณ 300,000 บาท ไปจนถึง 1 ล้านบาท เนื่องจากอะไหล่บางชิ้นต้องสั่งจากต่างประเทศ พร้อมยังได้พูดถึงคู่กรณีแบบตรงไปตรงมาว่า “กร่างได้ แต่ต้องมีเงินจ่ายด้วย อย่ามางอแงหาแม่” พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตรียมเอาผิดทุกถ้อยคำที่เข้าข่ายทำให้เสียชื่อเสียงด้วยค่ะ

หลังเกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนัก เก็ทได้ลบโพสต์เดิมออก ก่อนลงข้อความชี้แจงว่า จะขอโทษทางวิทยาลัยที่ทำให้เสียชื่อเสียงเท่านั้น ส่วนคดีกับคู่กรณีก็ให้ดำเนินไปตามกฎหมาย พร้อมยืนยันว่า ตนขับรถขวางจริง ส่วนเหตุที่ถูกชกภายหลังเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง และได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ขณะเดียวกัน นิติบุคคลของคอนโดที่หนุ่มเก็ทพักอาศัยอยู่ ก็ได้ให้ข้อมูลว่า ปกติเก็ทเป็นคนพูดจาสุภาพและไม่เคยแสดงพฤติกรรมรุนแรงให้เห็น จึงรู้สึกตกใจเมื่อเห็นคลิป เพราะดูเหมือนเป็นคนละคนกัน ก่อนเปิดเผยว่า หลังเกิดเรื่อง เก็ทก็ไม่ได้กลับมาที่คอนโดอีกเลยค่ะ

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ค่ะ หนุ่มเก็ทก็ได้เดินทางเข้ามามอบตัวกับพนักงานสอบสวน และถูกควบคุมตัวตามขั้นตอน โดยหากไม่มีผู้ยื่นขอประกันตัว ก็อาจต้องถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการควบคุมต่อไปค่ะ ซึ่งท่าทีในวันมอบตัวของหนุ่มเก็ท เปลี่ยนไปจากช่วงแรกอย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวดูนิ่งและหงอยลง พร้อมยกมือขอโทษสังคม ขอโทษผู้เสียหายที่ตนถ่มน้ำลายใส่ รวมถึงขอโทษวิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ที่นำชื่อสถาบันไปแอบอ้าง ทั้งที่เรียนจบมานานแล้ว

โดยหนุ่มเก็ทยอมรับว่า สาเหตุที่ทำไปเพราะเกิดอารมณ์โมโห โดยอ้างว่าฝ่ายของตนถูกด่าก่อน แต่ก็รู้ตัวดีว่า ตอนนี้พูดไปคงไม่มีใครเชื่อ และไม่มีอะไรจะแก้ตัวกับการกระทำที่เกิดขึ้น ส่วนประเด็นค่าซ่อมรถที่ถูกประเมินไว้ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้าน หนุ่มเก็ทบอกว่า ราคาดังกล่าวสูงเกินไปหรือไม่ จึงอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย และให้ศาลเป็นผู้พิจารณาในการตัดสิน พร้อมยอมรับว่า จนถึงตอนนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับฝั่งเจ้าของรถ เพราะมองว่าคงคุยกันไม่รู้เรื่อง

นอกจากนี้ หนุ่มเก็ทยังได้ชี้แจงว่า ผู้หญิงที่ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาในวันเกิดเหตุ เป็นเพียงรุ่นน้องที่สนิทกัน ไม่ใช่แฟน ส่วนเหตุการณ์ที่ตนถูกลักเปิด หนุ่มเก็ทก็ยืนยันว่าได้เข้าแจ้งความข้อหากระทำรุนแรงไว้แล้ว แต่บอกว่าไม่ได้ถูกกลุ่มคนรุมตามที่มีการพูดถึง และเมื่อทางด้านผู้สื่อข่าวถามว่า อยากฝากอะไรถึงคนที่นำภาพไปเผยแพร่หรือเข้ามาต่อว่าในโลกออนไลน์หรือไม่ หนุ่มเก็ทก็ได้ตอบเพียงสั้นๆค่ะว่า “หยุดเถอะ”

ขณะที่ในมุมของข้อกฎหมาย หากรถมีประกัน บริษัทประกันอาจสำรองค่าซ่อมให้เจ้าของรถก่อน จากนั้นจึงใช้สิทธิ์เรียกค่าเสียหายคืนจากผู้ก่อเหตุภายหลัง ซึ่งหากไม่ยอมชำระ ก็อาจเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับคดีและยึดทรัพย์ตามกฎหมายได้ ดังนั้นการพูดว่าไม่มีเงินหรือไม่จ่าย จึงไม่ได้ทำให้ความรับผิดหายไปค่ะ

หลังจากนี้คงต้องติดตามกันต่อว่า ศาลจะพิจารณาคดีและค่าเสียหายอย่างไร รวมถึงหนุ่มเก็ทจะสามารถชดใช้ความเสียหายตามที่ถูกเรียกร้องได้หรือไม่ เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าต้นเหตุจะเริ่มจากการมีปากเสียงบนท้องถนนอย่างไร แต่การลงมือทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย ก็ต้องรับผิดชอบตามสิ่งที่ตัวเองได้กระทำไว้ค่ะ

#เก็ท #เก็ทขาเบียด #รถเบนซ์ #พังกระจกรถ #กระจกมองข้าง #ค่าซ่อมรถ #เบนซ์AMG #รถรุ่นพิเศษ #หมิวเจ้าของรถ #ราชสิทธาราม #วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม #เข้ามอบตัว #ขอโทษสังคม #ดำเนินคดี #ไล่เบี้ย #ประกันรถยนต์ #ข่าวสังคม #ดราม่าบนถนน #อุบัติเหตุบนท้องถนน #ล้อมวงเล่า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Copyright © 2025 LWL Group. All Rights Reserved.