Breaking
EXCLUSIVE

‘กระต่าย พรรณนิภา’ แฉยับ ปมหนี้30ล้าน ‘แม่นิกกี้’ ออกโรงป้อง ‘ครูไพบูลย์’ เดือดจัด ด่ากราด

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘กระต่าย พรรณนิภา’ แฉยับ ปมหนี้30ล้าน ‘แม่นิกกี้’ ออกโรงป้อง ‘ครูไพบูลย์’ เดือดจัด ด่ากราด

กลายเป็นมหากาพย์อีกยกค่ะ หลัง “กระต่าย พรรณนิภา” ออกมาเปิดปมเงินค่ารถ 2 คันตามข้อตกลงท้ายการหย่า ซึ่งเจ้าตัวระบุว่าพยายามทวงถามมาร่วมปีแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป จนต้องขอคำปรึกษาจาก “แม่นิกกี้” เพจนิกกี้ขยี้ข่าว ก่อนมีหนังสือทวงถามเงินส่วนแบ่ง 765,000 บาท ขณะที่ “ครูไพบูลย์” ออกมาโพสต์ตอบโต้เรื่องหนี้สินสมรส ก่อนสุดท้ายทั้งคู่จะพูดคุยกันและฝ่ายชายประกาศลบโพสต์ พร้อมชี้แจงความเข้าใจผิดค่ะ

  

กลายเป็นอีกหนึ่งดราม่าครอบครัวที่ถูกจับตามองกันอย่างหนัก สำหรับเรื่องราวของ “กระต่าย พรรณนิภา” และ “ครูไพบูลย์ แสงเดือน” หลังมีประเด็นทวงเงินค่ารถตามข้อตกลงในบันทึกการหย่า ก่อนเรื่องจะลุกลามจนมีบุคคลที่สามอย่าง “แม่นิกกี้” จากเพจนิกกี้ขยี้ข่าว ที่เข้ามาช่วยเป็นกระบอกเสียง

โดยจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ มาจากข้อตกลงตามหนังสือสัญญาหย่าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ซึ่งมีการระบุเรื่องรถยนต์จำนวน 2 คัน ได้แก่ รถตู้ฮุนได และรถฟอร์จูนเนอร์ ว่าจะต้องนำไปขาย และนำเงินที่ได้มาแบ่งกันคนละครึ่ง ในส่วนของกระต่าย เจ้าตัวบอกว่า ตั้งใจจะนำเงินส่วนแบ่งของตัวเองโอนเข้าบัญชีของลูกโดยตรง แต่ต่อมารถทั้ง 2 คันถูกขายไปแล้ว ได้เงินรวมประมาณ 1,530,000 บาท ขณะที่ฝั่งกระต่ายก็บอกว่า ยังไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งตามข้อตกลง ซึ่งคิดเป็นจำนวน 765,000 บาท โดยกระต่ายได้พยายามพูดคุยและทวงถามเรื่องนี้มาเป็นเวลาร่วมปี แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป จนสุดท้ายจึงตัดสินใจไปปรึกษา “แม่นิกกี้” ผู้ใหญ่ที่เจ้าตัวเคารพ เพื่อขอคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรต่อ

หลังจากนั้น ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากฝั่งกระต่าย ได้ส่งหนังสือทวงถามลงวันที่ 10 กันยายน 2569 ไปยังครูไพบูลย์ โดยกำหนดให้ชำระเงินส่วนแบ่งค่ารถจำนวน 765,000 บาท ภายใน 7 วัน หากยังไม่มีการดำเนินการ ก็อาจมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน เพจ “นิกกี้ขยี้ข่าว” ก็ออกมาโพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า ”จ่อฟ้องบักกงยู ฐานผิดสัญญาบันทึกท้ายการหย่า เงินค่ารถจะแบ่งลูกสาวกี่โมง?” พร้อมคอมเมนต์ต่อว่า ”รถก็ขายไปแล้ว แต่ทำไมไม่ให้เงินลูกสาวล่ะ ? โพสต์นี้หมายถึงบักกงยูนะ อย่าโยงชื่ออื่น อิอิ”

  

ขณะที่อีกโพสต์เพจนิกกี้ขยี้ข่าวก็ยังได้โพสต์ภาพแชท โดยในแชทมีข้อความบอกว่า ”หนูทวงเงิน ตลอดเลยค่ะแม่ ตอนมาหาลูกล่าสุดหนูกะทวง แต่นางว่าจะให้บ่ให้จักเถื่อเนาะค่ะ กะต้องฟ้องเอาค่ะแม่ แล้วมาว่าแม่อีกยอมใจมากๆค่ะแม่ หนูให้แม่ทวงเงินให้ค่ะ ทวงตลอดตอนเห็นหน้าค่ะ แต่เขาว่าจะให้ๆตลอด ผลัดมาตลอดหลายปีค่ะแม่ พร้อมทั้งยังระบุข้อความด้วยว่า ”ลูกสาวบอกมาแบบนี้ ! แล้วเมื่อคืนเราพึ่งเจอและคุยกันเรื่องฟ้อง เพราะน้องรอเงินมานานแล้ว ไม่มีใครเค้าอยากเสือกหรอก ถ้าปฏิบัติตามสัญญา เพราะเป็นเงินที่น้องควรจะได้ น้องรอมาปีกว่าแล้ว มันนานเกินไปแล้วค่ะ #ละครคุณธรรมเวอร์” ไม่เพียงเท่านั้น เพราะเพจนิกกี้ยังได้เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ”บังเอิญดิฉันอยู่ข้างความถูกต้อง ! เพราะสิ่งนี้มันมีการเซ็นสัญญากันไว้ และมีการออกโนติสไปแล้ว แต่ก็ยังเพิกเฉย ก็คงต้องฟ้องแหละ”

 

 

ขณะที่ทางด้านครูไพบูลย์ ก็หัวร้อนจัด โพสต์ด่ากราดและทวงบุญคุณแทนที่จะเคลียร์เรื่องเงิน ครูไพบูลย์กลับออกมาโพสต์ตอบโต้ด้วยความโกรธ โดยยืนยันว่าตน “ไม่เคยผิดสัญญาบันทึกท้ายหย่า” อ้างว่าได้บอกไปแล้วว่าจะแบ่งเงินค่ารถให้แน่นอน แต่ต้องขอเวลาเคลียร์หนี้ก้อนใหญ่ให้หมดก่อน โดยครูไพบูลย์ได้พุ่งเป้าโจมตีไปที่เพจนิกกี้อย่างรุนแรง โดยใช้คำด่าหยาบคาย และด่าว่าเป็นพวกเผือกหิวแสงที่ชอบเข้ามาแทรกแซงเรื่องครอบครัวคนอื่น นอกจากนี้ ครูไพบูลย์ยังบอกว่า ตนรับผิดชอบหนี้สินสมรสเกือบ 30 ล้านบาทคนเดียวเพราะโชว์ความเป็นลูกผู้ชาย และขู่กลับว่าหากกระต่ายจะฟ้องจริงๆ ก็ขอให้เตรียมเงินมาช่วยใช้หนี้สมรสที่สร้างมาด้วยกันก่อนเลย ”

ขณะที่ต่อมาครูไพบูลย์ ยอมถอย ลบโพสต์ดังกล่าวออกและขอโทษ โดยก็ได้ออกมาโพสต์อัปเดตอีกครั้งว่า ”ตอนนี้ผมได้คุยกับน้องกระต่ายและแม่เรียบร้อยตกลงเข้าใจกันแล้วนะครับ ผมขอลบโพสต์ทุกอย่างออก แล้วจะโพสต์ชี้แจงประเด็นที่เข้าใจผิดกันนะครับ ขอบพระคุณทุกความห่วงใย และทุกๆกำลังใจมากๆนะครับ และขอโทษที่ทำให้เป็นประเด็นทั้งๆที่เป็นเรื่องภายในครับ แต่พอได้พูดคุยกันก็เข้าใจกันดี เพราะผมเชื่อเสมอว่าหากเราคุยกันทุกอย่างจะจบลงด้วยดี โฟกัสที่ลูกก็พอครับผม”

ขณะที่ทางด้านกระต่าย พรรณนิภา อดีตภรรยาของครูไพบูลย์ ก็ได้แชร์โพสต์ของครูไพบูลย์ต่อพร้อมระบุข้อความร่ายยาว บอกว่า ”ตามประเด็นที่ครูไพบูลย์ออกมาโพสต์เรื่องของการแบ่งสินสมรส ที่บอกว่าหนูได้ทรัพย์สินไปเยอะมากแล้ว และยังทิ้งหนี้ 30 ล้านบาทให้แกรับผิดชอบผู้เดียว ไม่เป็นความจริงค่ะ เดี๋ยวครูไพบูลย์จะมาโพสต์แจงแก้ไขให้หนูในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงนะคะ ซึ่งตรงนี้หนูไม่ติดใจและไม่อยากมีปัญหาใดอีกและไม่อยากนำประเด็นอื่นๆเกี่ยวข้องกับชีวิตคู่ที่เคยล้มเหลวมาเอามาพูดเพื่อให้มันยืดยาวต่อไปค่ะ

อีกทั้งหนูต้องแจ้งก่อนว่าหนูเป็นคนปรึกษาผู้ใหญ่เองว่ามันมีสินสมรสที่มีการบันทึกท้ายการหย่ากัน ที่ไม่ตรงไปตรงมา คือ มีการระบุว่าจะนำรถ 2 คันไปขายและนำเงินมาแบ่งกัน เงินแบ่งส่วนที่หนูจะได้ให้โอนเข้าบัญชีของลูกเลย แต่ต่อมาครูไพบูลย์แกนำรถ 2 คันนั้นไปขายโดยที่ไม่มีการนำเงินมาแบ่ง เรา มีการพูดคุยกันมาร่วมปีค่ะกับหนี้ก้อนนี้ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป เรื่องที่ค้างคามีเท่านี้เลยค่ะ ทางผู้ใหญ่ก็คือแม่นิกกี้ แกรับฟังหนู แกเลยนำปัญหาของหนูไปโพสต์ เพื่อช่วยหนูหาคำตอบว่าเรื่องรถที่นำไปขายแล้วไม่แบ่ง จะมีแนวทางอย่างไร

หนูต้องขอโทษผู้ใหญ่ที่เข้ามาช่วยเหลือหนูด้วยนะคะที่ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่า เป็นคนยุยง เป็นคนสร้างปัญหา ทั้งๆที่จริงแล้วพี่เขาเป็นคนมอบโอกาสทำงานให้หนูด้วยซ้ำ ไม่กี่เดือนมานี้หนูมีรายได้เดือนละหลายแสนบาท บางเดือนก็ได้ค่าจ้างเกือบ 1 ล้านบาท จากการให้งานจากพี่เขา
ไม่กี่เดือนมานี้ชีวิตหนูดีขึ้นมาก จากงานที่พี่ๆและผู้ใหญ่มอบให้ทำให้หนูมีเงินมาดูแลครอบครัวดูแลแม่และดูแลลูกชาย หนูขอโทษที่ เป็นต้นเหตุทำให้หลายคนเข้าใจผู้ใหญ่ผิดมากๆจริงๆค่ะและขอโทษพี่ๆเอฟซีด้วยนะคะ ที่ทำให้เป็นห่วงนะคะ ”

เรียกได้ว่าจากเรื่องเงินค่ารถที่ค้างคากันมาร่วมปี สุดท้ายกลับลุกลามไปไกลถึงประเด็นเรื่องหนี้ 30 ล้านบาท จนต่างฝ่ายต่างต้องออกมาเคลื่อนไหวกันผ่านโซเชียล อย่างไรก็ตาม เอาเป็นว่าหลังจากนี้ก็ต้องจับตากันต่อว่า ทุกอย่างจะจบลงด้วยการเคลียร์กันได้จริงหรือไม่ หรือจะยังมีใครออกมาแฉต่อหรือไม่ เรื่องราวราวจะเป็นยังไงต่อ รอติดตาม

 

#กระต่ายพรรณนิภา #ครูไพบูลย์ #ไพบูลย์แสงเดือน #นิกกี้ขยี้ข่าว #แม่นิกกี้ #ทวงเงินค่ารถ #สินสมรส #บันทึกท้ายการหย่า #ดราม่าครอบครัว #ข่าวบันเทิง #ดราม่าบันเทิง #LWL1 #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact