Breaking
EXCLUSIVE

เพจดังขุดยับ ปมสเปกผู้ชายรายได้5แสน จับโป๊ะโปรไฟล์หรู ‘คุณหนูแอลลี่’ ฟาดกลับทุกประเด็น จ่อฟ้องคนบิดเบือน

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

เพจดังขุดยับ ปมสเปกผู้ชายรายได้5แสน จับโป๊ะโปรไฟล์หรู ‘คุณหนูแอลลี่’ ฟาดกลับทุกประเด็น จ่อฟ้องคนบิดเบือน

จากคลิปตั้งสเปกคนคุยต้องมีรายได้เดือนละ 500,000 บาท กลายเป็นมหากาพย์ขุดประวัติ “คุณหนูแอลลี่” ทั้งเรื่องคอนโดหรู การศึกษา ธุรกิจร้อยล้าน รถซูเปอร์คาร์ และไลฟ์สไตล์ที่ถูกตั้งคำถามว่ารวยจริงหรือสร้างโปรไฟล์ ล่าสุดเจ้าตัวอัดคลิปชี้แจงแบบม้วนเดียวจบ ยืนยันหลายข้อมูลถูกนำไปบิดเบือน พร้อมประกาศว่าเงียบไม่ได้แปลว่าปล่อยผ่าน และเตรียมดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จอย่างแน่นอน

กลายเป็นดราม่าให้ตามใส่ใจอีกแล้วค่ะ สำหรับ “คุณหนูแอลลี่” หลังเจ้าตัวออกมาเปิดเผยว่า คนที่จะเข้ามาพูดคุยควรมีรายได้ประมาณเดือนละ 500,000 บาท จนกลายเป็นไวรัลและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ แต่เรื่องราวไม่ได้จบเพียงแค่การถกเถียงเรื่องสเปกค่ะ เพราะไม่นานหลังจากนั้น ชาวเน็ตก็เริ่มย้อนขุดโพสต์เก่า ประวัติการศึกษา ธุรกิจ ที่พักอาศัย รวมถึงไลฟ์สไตล์ของเธอออกมาตั้งข้อสังเกตกันรัว ๆ จนเกิดคำถามว่า ภาพลักษณ์คุณหนูผู้มีรายได้หลักแสนถึงหลักล้านที่เจ้าตัวนำเสนอ เป็นเรื่องจริงทั้งหมด หรือมีบางส่วนที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเสริมโปรไฟล์กันแน่

หนึ่งในประเด็นที่ถูกนำกลับมาพูดถึง คือโพสต์เก่าที่แอลลี่เคยระบุในทำนองว่า คนที่มีเงินเดือน 30,000 บาทใช้ชีวิตกันได้อย่างไร เพราะเพียงค่าคอนโดย่านสุขุมวิทก็แทบไม่พอ พร้อมบอกว่า แม้ปัจจุบันมีรายได้หลักล้านก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองรวย

ขณะเดียวกัน ยังมีคนขุดโพสต์ที่เธอเคยเข้าไปสอบถามในกลุ่มท่องเที่ยวฮ่องกง เพื่อหาบัตรเข้าสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ในราคาที่ถูกที่สุด จนถูกชาวเน็ตบางส่วนแซะว่า หากมีรายได้ระดับที่พูดถึงจริง เหตุใดจึงต้องตามหาของราคาประหยัด

แต่ประเด็นที่ถูกจับตามองหนักไม่แพ้กัน คือเรื่องค่าเช่าคอนโดค่ะ หลังมีการกล่าวอ้างว่า แอลลี่เคยพูดถึงการเช่าห้องพักหรูในราคาประมาณเดือนละ 140,000 บาท ก่อนจะมีผู้ที่อ้างว่าเคยพักอยู่คอนโดเดียวกัน เข้ามาคอมเมนต์ระหว่างการไลฟ์ว่า ห้องขนาดเล็กที่สุดในโครงการมีราคาเช่าเพียงประมาณ 15,000 บาท และหลังจากเข้าไปแสดงความคิดเห็นก็ถูกบล็อกทันที

จากนั้นประเด็นเรื่องการศึกษาและการใช้คำว่า “หมอ” ก็ถูกขุดตามมาติด ๆ ค่ะ โดยหน้าโปรไฟล์เฟซบุ๊กของแอลลี่เคยมีข้อมูลเกี่ยวกับหลักสูตร Doctor of Dental Surgery ภาคสองภาษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อีกทั้งยังใช้ชื่อในการสอนภาษาอังกฤษว่า “พี่หมอแอลลี่” จนมีคนเข้าใจว่าเธอเรียนจบและเป็นทันตแพทย์แล้ว

นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตบางรายกล่าวอ้างว่า แอลลี่เคยพูดว่าตัวเองเรียนหลักสูตรนานาชาติมาตลอด ก่อนจะมีผู้ที่อ้างว่าเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน นำภาพสมัยเด็กในชุดนักเรียนไทยออกมาเผยแพร่ พร้อมตั้งคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว

และแน่นอนว่า ดราม่ายังลามไปถึงเรื่องธุรกิจค่ะ หลังมีคนย้อนขุดโพสต์ในอดีตที่แอลลี่เคยถ่ายภาพหน้าบริษัทแห่งหนึ่ง พร้อมข้อความที่ถูกตีความว่าเป็นเจ้าของกิจการมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท แต่เมื่อมีการนำชื่อบริษัทไปตรวจสอบข้อมูลทางการเงิน กลับพบว่ามีผลประกอบการขาดทุนสุทธิหลักแสนบาทในปีล่าสุด

ส่วนธุรกิจเสื้อผ้าที่เคยถูกระบุว่ามีมากถึง 14 สาขา ก็ถูกตั้งข้อสงสัยว่า แท้จริงแล้วเปิดเป็นสาขาของตัวเองหรือไม่ รวมถึงมีข้อกล่าวหาว่า ธุรกิจดังกล่าวไปไม่รอดตั้งแต่ช่วงแรก และอาจมีปัญหาเรื่องการจ่ายค่าคอมมิชชันให้ผู้ร่วมงาน ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ค่ะ เพราะภาพที่แอลลี่ถ่ายคู่กับรถหรูหลายยี่ห้อ ทั้งมินิ คูเปอร์ เบนซ์ ปอร์เช่ และBMW ก็ถูกนำมาขยี้ต่อ พร้อมติดแฮชแท็กในลักษณะว่าเป็น “คุณหนูรถเช่า” และตั้งคำถามว่ารถเหล่านั้นมีคันไหนเป็นชื่อเธอจริงๆ บ้าง รวมถึงเรื่องเปย์บาร์โฮสต์หลักล้าน ก็โดนแฉว่าบิลจริงๆ แค่ 90,000 บาทเท่านั้น แถมยังหารกับเพื่อน ไม่ได้เป็นการจ่ายคนเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ

และเมื่อถูกขุดหนักขนาดนี้ แอลลี่ก็ไม่ขอเงียบค่ะ เจ้าตัวออกมาอัดคลิปชี้แจงอย่างละเอียดทีละประเด็น โดยเริ่มจากเรื่องธุรกิจเสื้อผ้าและข้อกล่าวหาเรื่องไม่จ่ายค่าคอมมิชชัน แอลลี่อธิบายว่า ในช่วงที่ทำแบรนด์เสื้อผ้า มีเพียงเธอกับน้องสาวช่วยกันดูแล และมีคนช่วยแพ็กสินค้าเพียงหนึ่งคน ซึ่งได้รับค่าจ้างเป็นรายชิ้น ตัวละประมาณ 15–20 บาท ไม่ได้มีพนักงานประจำ จึงยืนยันว่าไม่มีกรณีค้างหรือเบี้ยวค่าคอมมิชชันตามที่ถูกกล่าวหา

 

 

ส่วนข้อมูลที่ระบุว่าแบรนด์เคยมีถึง 14 สาขา เจ้าตัวชี้แจงว่า ไม่ได้หมายถึงการเปิดหน้าร้านของตัวเองทั้งหมด แต่เป็นการนำเสื้อผ้าไปวางขายฝากตามร้านมัลติแบรนด์ภายในห้าง โดยแต่ละร้านจะหักเปอร์เซ็นต์และจ่ายยอดตามรอบปกติ จึงไม่ใช่กรณีเปิด 14 สาขาแล้วปิดตัวตามที่มีคนกล่าวหา

สำหรับบริษัทที่ถูกขุดข้อมูลว่ามีผลประกอบการขาดทุน แอลลี่ปฏิเสธว่าไม่เคยพูดว่าตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินมูลค่า 10 ล้านบาท โดยเจ้าตัวระบุว่า เคยทำงานเป็นพนักงานที่ปรึกษาทางการเงินอยู่ประมาณ 6 เดือน ก่อนตัดสินใจลาออก ส่วนบริษัทที่ถูกนำไปตรวจสอบ แท้จริงเป็นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างของญาติฝั่งคุณพ่อ และเธอเคยมีชื่อเป็นกรรมการอยู่ช่วงหนึ่ง เพื่อใช้ในการเซ็นสัญญานำสินค้าเสื้อผ้าเข้าไปจำหน่ายในห้างเท่านั้น ปัจจุบันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าวมาหลายปีแล้ว และยังบอกอีกว่าขณะนี้บริษัทดังกล่าวยังมีข้อพิพาททางกฎหมายเกี่ยวกับการปลอมเอกสารเพื่อขายหุ้น โดยที่เธอไม่ทราบเรื่องมาก่อนด้วย

ส่วนเรื่องคอนโดราคาเดือนละ 15,000–16,000 บาท เจ้าตัวยอมรับว่าเคยเช่าจริง แต่เป็นช่วงที่เพิ่งลาออกจากมหาวิทยาลัยและย้ายเข้ามาอยู่กรุงเทพฯ ใหม่ ๆ ไม่ใช่ที่พักปัจจุบัน โดยในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เธอย้ายคอนโดถึง 4 ครั้ง เนื่องจากต้องการพื้นที่กว้างขึ้นสำหรับใช้ถ่ายงาน
ปัจจุบันเจ้าตัวบอกว่าเช่าที่พักอยู่สองแห่ง คือย่านทองหล่อและห้องใกล้สถานที่สอนพิเศษ พร้อมบอกด้วยว่าอาจย้ายอีก เพราะเป็นคนเบื่อง่ายและต้องการเปลี่ยนพื้นที่อยู่เสมอ

ขณะที่ประเด็นสำคัญเรื่องการศึกษา แอลลี่เคลียร์ชัดว่า เธอสอบติดและเข้าเรียนคณะทันตแพทยศาสตร์จริง แต่ตัดสินใจลาออกในช่วงชั้นปีที่ 5 และยืนยันว่าไม่เคยกล่าวว่าตัวเองเป็นทันตแพทย์หรือเรียนจบหลักสูตรหมอฟัน เมื่อเรียนไม่ครบหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์ วุฒิที่ได้รับจึงเป็น วิทยาศาสตรบัณฑิต ไม่ใช่วุฒิทันตแพทยศาสตรบัณฑิต โดยเจ้าตัวย้ำว่า ในเอกสารการศึกษาระบุชัดเจนว่าเป็นวุฒิที่ออกโดยคณะทันตแพทยศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าเรียนจบและสามารถประกอบวิชาชีพทันตแพทย์ได้

ส่วนการใช้ชื่อ “พี่หมอแอลลี่” เจ้าตัวชี้แจงว่า ไม่เคยปิดบังเรื่องลาออก และทำคอนเทนต์เล่าเรื่องนี้อย่างเปิดเผยมาตลอด จึงมองว่าการนำข้อมูลบางส่วนไปกล่าวหาว่าแอบอ้างเป็นหมอ เป็นการตัดรายละเอียดสำคัญออกไป

ด้านประเด็นโรงเรียนนานาชาติ แอลลี่ปฏิเสธว่าไม่เคยบอกว่าเรียนโรงเรียนนานาชาติมาตลอด โดยช่วงประถมเรียนหลักสูตร Bilingual หรือสองภาษา ที่โรงเรียนแย้มสอาด และช่วงมัธยมเรียนหลักสูตร EP ซึ่งเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นภาษาอังกฤษ ที่โรงเรียนสายปัญญารังสิต

และประเด็นเรื่องชื่อ“โชติมณี” เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นชื่อจริงตั้งแต่เกิด ก่อนเปลี่ยนมาใช้ชื่อ “แอลลี่” เมื่อประมาณ 7–8 ปีก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัย เพราะชื่อเดิมมักถูกอ่านผิด และแฟนชาวต่างชาติออกเสียงได้ยาก พร้อมมองว่าการเปลี่ยนชื่อเป็นเรื่องปกติของครอบครัว เนื่องจากคุณพ่อเองก็เคยเปลี่ยนชื่อมาแล้วหลายครั้ง พร้อมยังบอกอีกว่าเธอรับได้หากใครไม่ชอบบุคลิก ความคิด หรือไลฟ์สไตล์ของเธอ แต่สิ่งที่รับไม่ได้ คือการนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงมาแต่งเติมและเผยแพร่ จนทำให้ชื่อเสียงและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบ

เจ้าตัวย้ำด้วยว่า ช่วงที่ไม่ได้ออกมาตอบโต้ ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยผ่าน แต่ได้รายงานเรื่องดังกล่าวไปยังแพลตฟอร์มต้นสังกัดแล้ว และเตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จ นอกจากนี้ แอลลี่ยังเตือนผู้ใช้บัญชีแอคเคานต์หลุมว่า สามารถตรวจสอบได้ และหากพบว่ามีการใส่ความหรือสร้างความเสียหาย ก็พร้อมดำเนินคดีอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน ดราม่าเรื่องประวัติการศึกษาก็ยังถูกขุดต่อแบบไม่พักค่ะ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งนำภาพที่อ้างว่าเป็นผลการค้นหารายชื่อทันตแพทย์มาโพสต์ พร้อมตั้งคำถามว่า ”เอ้า ไหนคุณหนูแอลลี่บอกว่าจบทันตะคะ”

ขณะที่เพจ “ซ้อเปา – เรื่องนี้ต้องใส่ใจ” ก็ออกมาโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมโพสต์ว่า ”ไปเจอมาเหมือนว่า “คุณหนูแอลลี่” จะโดนชาวเน็ตขุดอดีตชาติล่ะ ว่าอาจจะ “รวยทิพย์” เรื่องนี้ยังไงต่อดี…” พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์เพิ่มเติมว่า ”ใน ติ๊กต๊อก ตอนนี้เค้ากำลังขุดกันอยู่ ลองไปหาดูล่ะกัน อันนี้เอามาอัปเดตบอก”

ต่อมาทางเพจซ้อเปายังโพสต์อีกว่า ชีวิตดีดี๊ หรูหรา ในแบบคุณหนูแอลลี่ พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า มันจะมีคนนึง ที่แบบชีวิตดีๆ คือ เที่ยวกิน ฉ่ำ โอมากาเสะมื้อละ 20-30,000 ชื่อน้องชิคหรือเปล่าไม่แน่ใจ แต่นั่นรวยจริง โคตรรวย รวยแบบตะโกนนนน และอีกโพสต์บอกว่า ไปเห็นมาเมนต์นึงมา เขาพิมพ์ว่า หัดยินดีกับคนอื่นบ้าง ชีวิตจะได้มีความสุข กุอ่านแล้ว หืออออ

นอกจากนี้ เพจซ้อเปายังหยิบอีกหนึ่งเรื่องราวที่แอลลี่เคยเล่ามาโพสต์ซ้ำ โดยระบุว่า ”สวย หรู ดูแพง เลือกได้…อีกหนึ่งเรื่องที่ประทับใจของ “คุณหนูแอลลี่” เธอเล่าว่า ครั้งหนึ่งเคยไปนั่งดื่มไวน์แถวเพลินจิต ก่อนจะมีชาวอเมริกันผิวสีที่อยู่โต๊ะข้างๆ หันมาสบตาเธอ ช่วงเช็กบิลพนักงานเดินมาบอกว่า “คุณแอลลี่” ไม่ต้องจ่ายนะครับ ผู้ชายโต๊ะข้างๆ จ่ายให้แล้ว ทำให้เธอเขินจนแก้มแดงและจำเหตุการณ์นี้ไม่เคยลืม”
และคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า ”กุมีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเงินๆ ทองๆ และการจัดตั้งบริษัทของคุณหนู คิดว่าเพจอื่นน่าจะยังไม่มีข้อมูล แต่ถ้าเพจไหนโดนฟ้อง หรือ คนไหนที่โดนคุณหนูฟ้อง จากการขุดเรื่องจริงของคุณหนูกูจะงัดเอาเรื่องนี้มาเปิดให้ชาวบ้านรู้ ปล.แต่ถ้าไปด่าคุณหนูเค้าแรงจริงอันนี้ก็ช่วยไม่ได้น๊า”

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลหลายส่วนที่ถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ยังเป็นเพียงข้อกล่าวหาและคำบอกเล่าจากแต่ละฝ่าย ขณะที่แอลลี่ได้ออกมาชี้แจงในมุมของตัวเองแล้ว ส่วนข้อเท็จจริงทั้งหมดจะเป็นอย่างไร อาจต้องพิจารณาจากหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ดูเหมือนว่ามหากาพย์ครั้งนี้ยังไม่จบง่าย ๆค่ะ เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อ เราคงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

#คุณหนูแอลลี่ #แอลลี่ #สเปกผู้ชาย5แสน #รายได้5แสน #ดราม่าคุณหนูแอลลี่ #รวยจริงหรือรวยเฟก #พี่หมอแอลลี่ #ทันตแพทยศาสตร์ #คอนโดหรู #คุณหนูรถเช่า #แอคหลุม #เตรียมฟ้อง #ข่าวดราม่า #ดราม่าโซเชียล #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact