Breaking
EXCLUSIVE

‘จ๋าย ไททศมิตร’ เผยปมการ์ดวันพีช สูญเงินกว่า100ล้าน? ‘หนุ่ม กรรชัย’ จี้ตรวจเส้นทางการเงิน

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘จ๋าย ไททศมิตร’ เผยปมการ์ดวันพีช สูญเงินกว่า100ล้าน? ‘หนุ่ม กรรชัย’ จี้ตรวจเส้นทางการเงิน

จากโพสต์เดือดของ “จ๋าย ไททศมิตร” ที่เคยทวงเงิน 3.2 ล้านบาท พร้อมประกาศขอต่อคิวรายการโหนกระแสหลังมหากาพย์ “ต้า-ยัด” ล่าสุดเจ้าตัวได้มาเปิดรายละเอียดเต็ม ๆ พร้อมผู้เสียหายหลายราย พบเรื่องไม่ได้มีแค่จ๋ายคนเดียว เพราะมีผู้เสียหายรวมตัวกันแล้วอย่างน้อย 118 ราย ความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 21 ล้านบาท ขณะที่เคสของจ๋าย หากรวมสองเจ้าที่เกี่ยวข้อง เจ้าตัวระบุว่าเสียหายมากกว่า 5 ล้านบาทค่ะ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนยังจับตากันอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “คุณจ๋าย ไททศมิตร” ได้ออกมาโพสต์ถึงคู่กรณีปริศนา พร้อมพูดถึงเงินจำนวน 3.2 ล้านบาท โดยบอกว่าเป็นเงินของตัวเอง รวมถึงก้อง ห้วยไร่ และโอ๊ค พร้อมตั้งคำถามถึงมัดจำการ์ดวันพีชรุ่น OP17 ที่ยังไม่ได้รับ จนชาวเน็ตพากันแซวให้เจ้าตัวต่อคิวรายการโหนกระแสกันรัว ๆ ซึ่งตอนนั้นจ๋ายเองก็พูดในลักษณะว่า ขอให้มหากพาย์เรื่อง “ต้า-ยัด” ให้จบก่อน แล้วค่อยถึงคิวของตัวเอง

ขณะที่ล่าสุดวันนี้ คุณจ๋าย ไททศมิตร ก็ได้มาเปิดใจรายการโหนกระแสดำเนินรายการโดยพี่หนุ่ม กรรชัย พร้อมด้วยทนายแก้ว มนต์ชัย และพลตำรวจตรี ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาร่วมพูดคุยให้ข้อมูลด้านกฏหมาย โดยในรายการก็ยังมีการแซวจ๋ายด้วยว่า จ๋ายอยากมาเล่าเรื่องนี้หลายวันแล้ว แต่ก็โดนประเด็นอื่นแซงคิว

โดยจ๋ายเล่าว่า ตัวเองเริ่มเข้ามาเล่นและสะสมการ์ดวันพีซช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ หลังเห็นกระแสกำลังมาแรง จากนั้นจึงเริ่มหาซื้อและพรีออเดอร์สินค้า โดยมีคนแนะนำร้านและคนกลางให้ ก่อนจะไปทำสัญญาซื้อขายกับชายคนหนึ่งชื่อ “โอ๊ต” โดยจ๋าย ยังบอกว่า ได้โอนเงินให้โอ๊ตโดยตรง และสั่งการ์ดประมาณ 75 คาร์ตัน มูลค่ารวมราว 5 ล้านบาท โดยจ่ายเงินก้อนแรกไปกว่า 3 ล้านบาท ก่อนจะรอรับสินค้าตามกำหนด

แต่หลังจากนั้นกลับมีคนนามสมมุติว่า “K” ติดต่อมาหา พร้อมอ้างว่า ฝั่งโอ๊ตซึ่งมาสั่งสินค้าต่อกับตัวเองจ่ายเงินไม่ครบ จ๋ายจึงไปสอบถามโอ๊ต ก่อนที่โอ๊ตจะส่งทั้งสัญญาและหลักฐานการโอนมาให้ดู ปรากฏว่ายอดรวมกว่า 3 ล้านบาทโอนไปยัง K แล้ว นอกจากนี้ จ๋ายยังบอกว่า สิ่งที่ทำให้ตัวเองออกมาพูด ไม่ได้มีแค่เรื่องเงินของตัวเอง เพราะหลังเริ่มตามเรื่องกลับพบผู้เสียหายอีกหลายเคสที่มีลักษณะคล้ายกัน ทั้งรับพรีออเดอร์ รอสินค้า เลื่อนกำหนด และมีการโต้แย้งกันเรื่องสัญญาหรือมัดจำ ทำให้จ๋ายมองว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “วงการการ์ด” แต่เป็นเรื่องของการซื้อสินค้าออนไลน์และการลงทุนที่คนทั่วไปควรระวังด้วย

  

ขณะที่ทางด้าน “คุณอี้” บอกว่า ขณะนี้ได้รวบรวมผู้เสียหายได้แล้ว 118 คน ความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 21 ล้านบาท และอาจมีผู้เสียหายอีกล็อตใหญ่ตามมาในช่วงที่สินค้าอีกชุดถึงกำหนดส่ง ขณะที่จ๋ายเองก็บอกว่า หากรวมความเสียหายจากสองเจ้าของตัวเอง อยู่ที่กว่า 5 ล้านบาท นอกจากก็ยังมี “คุณปั่น” ซึ่งเจอปัญหาคล้ายกัน โดยเจ้าตัวเล่าว่า มีการสั่งสินค้าหลายชุด ทั้ง OP17 การ์ดอีกชุดหนึ่ง และสินค้าการ์ดประเภทอื่น แต่ได้รับของมาเพียงบางส่วน และก็ยังมีผู้เสียหายอีกกลุ่มหนึ่ง ที่มากับคุณอี้ ก็บอกว่า บางรายเสียหายประมาณ 700,000 บาทเมื่อรวมกับเพื่อน ขณะที่มีอีกเคสประมาณ 200,000 บาท และยังมีรายที่เสียหายมากกว่า 3 ล้านบาท เพราะรับเงินจากลูกค้ามาสั่งสินค้า แต่เมื่อไม่ได้ของก็ต้องนำเงินตัวเองไปคืนลูกค้าอีกทอดหนึ่ง

ขณะที่ในรายการยังมีการพูดถึงเยาวชน ที่สะสมและซื้อขายการ์ดจนมีเงินระดับหลักล้าน และได้รับความเสียหายจากปัญหาเดียวกันด้วย ก็ยิ่งทำให้หลายคนมองว่าเรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่พ่อค้ารายใหญ่หรือคนมีชื่อเสียง แต่มีทั้งผู้เล่นทั่วไปและเยาวชนอยู่ในตลาดนี้

โดยทางด้าน “ทนายแก้ว” อธิบายว่า ในทางกฎหมาย เรื่องนี้ต้องแยกความสัมพันธ์ของแต่ละคู่สัญญาให้ชัด เช่น จ๋ายกับโอ๊ต และโอ๊ตกับ K เพราะแต่ละคนมีสิทธิเรียกร้องต่อคู่สัญญาของตัวเองต่างกัน แต่เมื่อมีข้อสงสัยว่าพฤติการณ์อาจเข้าข่ายทางอาญา ผู้เสียหายไม่ควรอยู่เฉย และควรเข้าแจ้งความก่อน เพื่อให้พนักงานสอบสวนรวบรวมข้อเท็จจริงและพิจารณาว่าจะเข้าข่ายความผิดใด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฉ้อโกง ฉ้อโกงประชาชน หรือประเด็นตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ซึ่งต้องดูตามหลักฐานของแต่ละราย

  ขณะที่พลตำรวจตรี ชัชปัณฑกาณฑ์ก็บอกว่า ต้องสอบปากคำผู้เสียหายแต่ละรายก่อน แล้วจึงสามารถดำเนินการออกหมายเรียกในภาพรวมได้ พร้อมยืนยันว่าจะช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ตามกฎหมาย และอีกประเด็นที่พี่หนุ่มจับตา ก็คือ เส้นทางการเงิน เพราะระหว่างพูดคุยกับ K มีการอธิบายเรื่องการนำเงินไปซื้อสินค้าจากต่างประเทศเป็นเงินสด ทำให้พี่หนุ่มเสนอให้ตำรวจไซเบอร์ตรวจสอบเส้นทางเงินว่า เงินที่ถูกโอนเข้ามานั้นถูกนำไปที่ไหนจริง ๆ โดยมองว่าหากตรวจเส้นทางเงินได้ ก็จะช่วยทำให้ข้อเท็จจริงชัดขึ้น

ขณะเดียวกัน K ก็ได้โทรศัพท์เข้ามาชี้แจงในรายการ โดยบอกว่าจำนวนสินค้าที่ตกลงกัน การนำเข้าสินค้า และการส่งของล่าช้า รวมถึงมองว่าบางกรณีเป็นเรื่องระหว่างตนเองกับคู่สัญญา ไม่ใช่กับผู้ซื้อปลายทางโดยตรง ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อน และต้องกลับไปดูทั้งสัญญา แชต หลักฐานการโอน และข้อเท็จจริงของแต่ละดีล

ขณะที่ทางด้านพี่หนุ่มเองก็พยายามย้ำกับ K ว่า คนที่มาในรายการไม่ได้ต้องการมาทำร้าย แต่เป็นคนที่เคยเชื่อใจและนำเงินไปให้ หากทุกอย่างเรียบร้อยจริง เหตุใดจึงเกิดปัญหาแบบเดียวกันหลายเคส พร้อมตั้งคำถามถึงปัญหาสภาพคล่องและที่มาที่ไปของเงิน โดยมองว่า สิ่งสำคัญคือทำให้ผู้เสียหายได้รับคำตอบที่ชัดเจน

โดยทางด้านจ๋ายก็ย้ำว่า จุดประสงค์ที่ออกมาครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเพียงตามเงินของตัวเอง แต่ต้องการใช้พื้นที่ของตัวเองช่วยฉายแสงให้ผู้เสียหายรายอื่น เพราะมีคนทักมาหาหลังบ้านจำนวนมาก และหลังจากนี้ทุกคนต้องรักษาสิทธิของตัวเอง ด้วยการเข้าแจ้งความ ไม่ใช่รอให้คนอื่นมาช่วยเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ก็ต้องปล่อยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทั้งเรื่องสัญญา เส้นทางการเงิน และพฤติการณ์ของแต่ละฝ่ายต่อไป โดยเฉพาะเมื่อแต่ละเคสมีคู่สัญญาและรายละเอียดไม่เหมือนกัน ส่วนผู้เสียหายจะเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่ และเรื่องนี้สุดท้ายจะจบอย่างไร ก็คงต้องรอติดตามความคืบหน้ากันต่อ

#จ๋ายไททศมิตร #ไททศมิตร #ก้องห้วยไร่ #โหนกระแส #หนุ่มกรรชัย #การ์ดวันพีช #OnePieceCardGame #OP17 #พรีออเดอร์ #ผู้เสียหาย #การ์ดสะสม #ทนายแก้ว #ตำรวจไซเบอร์ #ข่าวโซเชียล #LWL1 #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact