Breaking

‘ศุภมาส’ เอาจริง! ตรวจโรงงานปลากระป๋อง หลังดราม่าปลาไม่ตรงฉลาก อย.อายัดกว่า 13,000 กระป๋อง

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘ศุภมาส’ เอาจริง! ตรวจโรงงานปลากระป๋อง หลังดราม่าปลาไม่ตรงฉลาก อย.อายัดกว่า 13,000 กระป๋อง

จากคลิปไวรัลผู้บริโภคเปิดปลากระป๋องแล้วพบเนื้อปลาหน้าตาแปลก ไม่เหมือนแมคเคอเรลหรือซาร์ดีนตามที่หลายคนคุ้นเคย จนถูกตั้งข้อสงสัยว่าคล้าย “ปลาหมอคางดำ” ล่าสุดเรื่องนี้ไม่จบแค่กระแสโซเชียล เพราะ อย. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง บุกตรวจโรงงานผลิตในจังหวัดสมุทรสาคร ก่อนพบการใช้ปลาชนิดอื่นแทนปลาแมคเคอเรลตามฉลาก สั่งอายัดและเรียกคืนสินค้ากว่า 13,000 กระป๋อง พร้อมส่งซากปลาให้กรมประมงตรวจแล็บ เพื่อพิสูจน์ให้ชัดว่าเป็นปลาชนิดใดกันแน่

https://www.facebook.com/reel/984968370729648
Cr. เต๋า สมชาย’ ไง

กลายเป็นประเด็นที่ต้องตามกันต่อ หลังจากก่อนหน้านี้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งออกมาโพสต์คลิปเปิดปลากระป๋องยี่ห้อหนึ่ง แล้วพบว่าเนื้อปลาภายในมีลักษณะแปลกไปจากปลากระป๋องที่หลายคนคุ้นเคย จนเจ้าของคลิปตั้งข้อสังเกตว่า ปลาในกระป๋องดูไม่เหมือนปลาซาร์ดีนหรือปลาแมคเคอเรลทั่วไป และอาจมีลักษณะคล้าย “ปลาหมอคางดำ” หรือไม่ ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาถกกันอย่างหนักว่า สรุปแล้วปลาที่อยู่ในกระป๋องคือปลาอะไรกันแน่

หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่อง บางส่วนร่วมกันสังเกตรูปร่างของปลา ขณะที่บางคนก็มองว่า ยังไม่ควรสรุปจากภาพหรือคลิปเพียงอย่างเดียว เพราะปลาที่ผ่านกระบวนการผลิต ถูกตัดแต่ง และผ่านความร้อนแล้ว อาจทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิมได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามมากขึ้น คือข้อมูลบนฉลากข้างกระป๋องที่ผู้โพสต์นำเสนอ ระบุว่าสินค้ามีส่วนผสมของปลาแมคเคอเรล 60% และมีการรับรองมาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานเกี่ยวกับกระบวนการผลิตอาหาร ต่อมา ประเด็นนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่กระแสในโลกออนไลน์ เพราะทาง อย. พร้อมด้วยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าตรวจสอบโรงงานผลิตปลากระป๋องแห่งหนึ่งในตำบลกาหลง อำเภอเมืองสมุทรสาคร หลังเกิดข้อสงสัยว่า เนื้อปลาในกระป๋องอาจไม่ตรงกับชนิดปลาที่ระบุไว้บนฉลาก

จากการตรวจสอบอุปกรณ์การผลิตและผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเปิดกระป๋องเพื่อตรวจดูเนื้อปลา เบื้องต้นพบว่าเป็นการใช้ปลาชนิดอื่นแทน “ปลาแมคเคอเรล” ตามที่ระบุไว้บนฉลาก โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่าปลาที่พบอาจเป็น “ปลานิล” แต่เพื่อความชัดเจน ยังต้องส่งตัวอย่างซากปลาไปให้กรมประมงตรวจพิสูจน์สายพันธุ์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ได้สั่งเรียกคืนสินค้าจากท้องตลาด พร้อมอายัดสินค้าทั้งภายในโรงงานและตามจุดจำหน่าย รวมกว่า 13,000 กระป๋อง เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้ากลุ่มดังกล่าวกระจายไปถึงผู้บริโภคเพิ่มเติม ทางเจ้าของโรงงานก็ได้ชี้แจงเบื้องต้นว่า ปลากระป๋องที่ทำจากเนื้อปลานิลนั้นเป็นสินค้าทดลอง และไม่มีการจัดจำหน่ายแต่อย่างใด โดยขณะนี้กำลังตรวจสอบว่า เหตุใดสินค้าดังกล่าวจึงหลุดออกไปสู่ตลาดได้ ด้านหัวหน้าฝ่ายนโยบายและนวัตกรรมของสภาองค์กรของผู้บริโภค ให้ความเห็นว่า หากฉลากระบุว่าเป็นปลาแมคเคอเรล แต่สินค้าในกระป๋องกลับเป็นปลาชนิดอื่น ก็อาจเข้าข่ายสินค้าไม่ตรงปก หรือเข้าข่ายสินค้าปลอมได้ เพราะตัวผลิตภัณฑ์กับฉลากไม่ตรงกัน

เพื่อความชัดเจนทางกฎหมาย จึงต้องรอผลตรวจจากกรมประมงอีกครั้งว่า ปลาในกระป๋องเป็นปลานิล ปลาหมอคางดำ หรือปลาชนิดอื่นกันแน่
ขณะที่เลขาธิการ อย. ระบุว่า กรณีลักษณะนี้ถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค แม้ว่าปลาที่นำมาใช้จะสามารถรับประทานได้ก็ตาม แต่หากไม่ได้ตรงตามที่ระบุไว้บนฉลาก ก็อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ฐานผลิตอาหารปลอม ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 100,000 บาท
นอกจากนี้ ยังอาจมีความผิดฐานแสดงฉลากไม่ถูกต้อง ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาทด้วย

https://vt.tiktok.com/ZS9qULoR6/
Cr.amarintvhd

ในส่วนของโรงงานผลิต มีรายงานว่าได้ออกมาแสดงความรับผิดชอบ และเยียวยาชดใช้ให้กับผู้บริโภคที่พบสินค้าไม่ตรงปกแล้ว แต่ก็มีข้อเสนอจากฝั่งผู้บริโภคว่า หากต้องการสร้างความมั่นใจมากกว่านี้ ทางโรงงานควรออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ซื้อสินค้าไปแล้วสามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นสินค้ารุ่นการผลิตเดียวกันหรือไม่ และจะมีการเยียวยาผู้บริโภครายอื่นอย่างไร

ขณะเดียวกันล่าสุดวันนี้ “ศุภมาส อิศรภักดี” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สคบ. ได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด ไม่ใช่เฉพาะกรณีปลากระป๋องเท่านั้น แต่ยังฝากถึงประชาชนว่า หากพบการกระทำที่เข้าข่ายเอาเปรียบผู้บริโภค หรือพบสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติจนเกิดข้อสงสัย สามารถร้องเรียนไปยัง สคบ. ผ่านสายด่วน 1166 ได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า คุณศุภมาสเตรียมลงพื้นที่ไปตรวจสอบโรงงานดังกล่าวด้วยตัวเอง เพื่อตรวจดูคุณภาพ ความสะอาด และกระบวนการผลิตสินค้า
สำหรับข้อแตกต่างระหว่างปลาแมคเคอเรลกับปลาหมอคางดำ โดยทั่วไปปลาแมคเคอเรลเป็นปลาทะเล ลำตัวยาวเรียว ผิวค่อนข้างลื่น รสชาติมัน และมักมีแถบสีดำบริเวณด้านหลัง

ส่วนปลาหมอคางดำเป็นปลากลุ่มน้ำจืดหรือน้ำกร่อย ลำตัวจะค่อนข้างป้อมกว่า ครีบแข็ง ผิวสาก เนื้อแน่นคนละแบบกับปลาทะเล และเมื่อโตเต็มวัยจะมีแถบสีดำใต้คาง ลักษณะโดยรวมจะคล้ายปลาหมอหรือปลานิล อย่างไรก็ตาม การดูจากภาพหรือคลิปเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่สามารถฟันธงได้ เพราะปลาในกระบวนการผลิตปลากระป๋องจะถูกตัดแต่งและผ่านความร้อน ทำให้รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปจากปลาสด ดังนั้นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดจึงต้องรอผลตรวจพิสูจน์สายพันธุ์จากกรมประมง

สุดท้ายเรื่องนี้คงต้องรอติดตามกันต่อว่า ผลตรวจจากกรมประมงจะยืนยันออกมาว่า ปลาในกระป๋องเป็นปลาชนิดใดกันแน่ และหลังจาก อย. สั่งอายัดพร้อมเรียกคืนสินค้ากว่า 13,000 กระป๋องแล้ว ทางโรงงานจะมีมาตรการชี้แจง เยียวยา และปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างไร เพราะสำหรับผู้บริโภคแล้ว เรื่องอาหารไม่ใช่แค่กินได้หรือกินไม่ได้ แต่ต้องตรงตามฉลาก โปร่งใส และสร้างความมั่นใจได้ทุกครั้งที่เปิดกระป๋องค่ะ

#ปลากระป๋อง #ดราม่าปลากระป๋อง #ปลาหมอคางดำ #แมคเคอเรล #อย #สคบ #ข่าวผู้บริโภค #สินค้าไม่ตรงปก #อาหารกระป๋อง #ข่าวโซเชียล #ประเด็นร้อนออนไลน์ #สรุปข่าววันนี้ #ข่าวดราม่า #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact