Breaking
EXCLUSIVE

‘นัยนา’ งัดหลักฐานโต้ปมรับบริจาค ลั่น ขู่ฟ้องคนพาดพิง ‘ปอนด์ จักรกฤษณ์’ ขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

‘นัยนา’ งัดหลักฐานโต้ปมรับบริจาค ลั่น ขู่ฟ้องคนพาดพิง ‘ปอนด์ จักรกฤษณ์’ ขอพิสูจน์ความบริสุทธิ์

ดราม่าเส้นทางเงินบริจาคยังไม่จบง่าย ๆ หลัง “ปอนด์ จักรกฤษณ์” กางเอกสารจำนวนมาก ยืนยันพร้อมให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบ ล่าสุด “นัยนา” ออกมาโพสต์ร่ายยาว ชี้แจงปมเปิดรับสิ่งของและเงินช่วยผู้ประสบอุทกภัย พร้อมประกาศดำเนินคดีผู้ที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือทำให้สังคมเข้าใจผิด ขณะที่ปอนด์ย้ำ ขอพิสูจน์ตัวเองให้พ้นข้อครหาก่อน และขอให้ประชาชนช่วยเตือนสติแทนการให้ท้าย

เรียกได้ว่ายังไม่จบง่าย ๆ ค่ะ สำหรับประเด็นของ “ปอนด์ จักรกฤษณ์” หลังถูกตั้งคำถามเรื่องเส้นทางเงินบริจาคของสมาคมสายธารสะพานบุญ ทั้งการใช้บัญชีส่วนตัวรับเงิน เงินมัดจำที่ดินจำนวน 1 ล้านบาท การถอนเงินสดจากบัญชีสมาคม รวมถึงประเด็นการจัดทำบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ที่ถูกตั้วคำถามอย่างหนักในโลกออนไลน์

ก่อนหน้านี้ ปอนด์ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปกางเอกสารจำนวนมากบนโต๊ะ โดยบอกว่ามีทั้งบิลค่าใช้จ่าย ใบเสร็จ สลิปการโอนเงิน และสเตตเมนต์บัญชีสมาคมแยกเป็นรายเดือน พร้อมยืนยันว่า ทุกรายการมีหลักฐานรองรับ และหากหน่วยงานใดต้องการตรวจสอบ ก็พร้อมนำเอกสารทั้งหมดส่งให้ทันที
แม้การออกมาเปิดเอกสารจะทำให้บางส่วนมองว่า อย่างน้อยเจ้าตัวได้แสดงความพร้อมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ แต่ในอีกด้านก็ยังมีคำถามตามมาไม่หยุด ทั้งเรื่องรูปแบบเอกสาร ความน่าเชื่อถือของหลักฐาน รวมถึงการบริหารจัดการเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับสมาคม

ขณะที่ล่าสุด ดราม่าก็เดือดอีกระลอกค่ะ เมื่อคุณ “นัยนา” ก็ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก ร่ายยาวชี้แจงเรื่องการรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมประกาศชัดว่า หากใครยังเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนหรือพาดพิงจนทำให้เกิดความเสียหาย เตรียมรับผิดชอบตามกฎหมาย โดยในโพสต์ระบุว่า ”ถึงผู้ที่นำเรื่องการรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดนครศรีธรรมราชของดิฉันไปเผยแพร่ พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบ ขอเรียนให้ทราบว่า ก่อนดำเนินการรับสิ่งของบริจาค ดิฉันได้แจ้งให้นายอำเภอบ้านฉางรับทราบถึงภารกิจดังกล่าวแล้ว สิ่งของที่ได้รับส่วนใหญ่เป็นการสนับสนุนจากโรงงานและหน่วยงานต่าง ๆ ในรูปแบบสิ่งของจำเป็น มีการรับเงินบริจาคเข้าบัญชีส่วนตัวจริงแต่ดิฉันไดแสดงหลักฐานยอดเงินและส่วนตัวดิฉันเองเพื่อเป็นค่าจ้างรถส่งของไปยังพื้นๆที่ประสบอุทกภัย

เมื่อรวบรวมสิ่งของเสร็จเรียบร้อย ดิฉันได้เช่ารถขนส่งเพื่อนำไปส่งมอบให้มูลนิธิเมตตาธรรมและเทศบาลตำบลท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อกระจายความช่วยเหลือถึงผู้ประสบภัยโดยตรง ซึ่งมีหลักฐานการส่งมอบและภาพถ่ายจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยืนยันครบถ้วน การตรวจสอบเป็นสิทธิที่ทุกคนสามารถกระทำได้ แต่การนำข้อมูลเพียงบางส่วนไปเผยแพร่ บิดเบือน หรือพาดพิงให้สังคมเข้าใจว่าดิฉันกระทำความผิด ทั้งที่ไม่เคยแสวงหาข้อเท็จจริงจากดิฉันก่อน ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติยศของดิฉัน

จึงขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า หากผู้ใดยังคงเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ หรือข้อความที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวไปประจานหรือยุยงให้เกิดความเกลียดชัง โดยปราศจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงรองรับ ดิฉันจะใช้สิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างถึงที่สุด โดยจะไม่มีการยอมความหรือผ่อนปรนในภายหลัง สิทธิในการแสดงความคิดเห็น ย่อมต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย และต้องไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ผู้ใดกล่าวหา ย่อมมีหน้าที่พิสูจน์ข้อกล่าวหาของตนเองในกระบวนการยุติธรรม”
พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์เพิ่มเติมว่า ”แจ้งความไป 4คนละ ที่โอนมาคนละบาท ถ้าอยากใช้วิธีสกปรก ก็ต้องรับกรรมตามกฏหมาย”

ต่อมา นัยนา ก็ยังโพสต์ข้อความอีกว่า ”ป้าเคยช่วยใครอย่างเขาหรือเปล่า? ช่วงโควิทแจกยาฟ้าทะลายโจรไปเกือบสี่แสนเม็ด,แจกเจลแอลกอฮอล์แจกอาหารตามบ้านที่โดนล๊อคดาวน์ห้ามออกจากบ้าน เขาห้ามคนเข้าคนออกเพราะกลัวติดเชื้อแต่ดิฉันกลัวคนอดตายมากกว่า แต่ดิฉันไม่จำเป็นต้องมีทีมงานถือกล้องไลฟ์สดให้ตัวเองเด่นดัง ไม่จำเป็นต้องเอาภาพดิฉันกับคนที่เดือดร้อนมาสร้างคอนเท้นท์ ดิฉันเลือกที่จะปิดทองหลังพระมากกว่า ตัวดิฉันมีกิจการมีฐานะที่มั่นคงมากพอที่ไม่จำเป็นต้องทำคอนเท้นท์เปิดรับบริจาคทุกวันเพื่อจ่ายค่าน้ำค่าไฟหรือค่าผ่อนรถ”

โพสต์นี้ยิ่งทำให้หลายคนจับตาค่ะว่า ข้อความดังกล่าวกำลังพาดพิงถึงใครหรือไม่ เพราะนอกจากจะย้ำว่าตัวเองเคยช่วยเหลือผู้คนโดยไม่ต้องมีทีมงานถ่ายภาพแล้ว ยังกล่าวถึงการเปิดรับบริจาคเพื่อนำไปใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าผ่อนรถอีกด้วย

และยังไม่หมดค่ะ เพราะนัยนายังโพสต์ถึงข้อมูลเรื่องการรับส่งผู้เสียชีวิตของมูลนิธิกู้ภัย พร้อมเตือนให้ผู้ที่จะโพสต์หรือกล่าวหาใคร ตรวจสอบข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน โดยระบุว่า ”ก่อนจะโพสต์อะไร ขอถามสักนิดว่า คุณโพสต์ด้วยอารมณ์ หรือโพสต์ด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง? ดิฉันขอให้ความรู้ไว้ตรงนี้นะคะ มูลนิธิกู้ภัยทั่วประเทศที่ออกช่วยเหลือประชาชน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ อัคคีภัย น้ำท่วม หรือภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงการรับ-ส่งผู้เสียชีวิตเพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบเหตุ เป็นภารกิจที่มูลนิธิจำนวนมากดำเนินการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายหรือคิดเฉพาะตามหลักเกณฑ์ของแต่ละมูลนิธิ ดังนั้น ก่อนจะกล่าวหาหรือพาดพิงใคร ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนเสียก่อน เพราะการแสดงความคิดเห็นที่ตั้งอยู่บนข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อาจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย และผู้เผยแพร่เองอาจต้องรับผิดตามกฎหมายในภายหลัง ความเห็นเป็นสิทธิ แต่ข้อเท็จจริงคือความรับผิดชอบของผู้ที่เผยแพร่ #มูลนิธิกู้ภัยทั่วประเทศเขาพร้อมส่งศพฟรีค่ะ”

ขณะที่ทางด้าน “ปอนด์ จักรกฤษณ์” ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวเช่นกันค่ะ โดยครั้งนี้เจ้าตัวยอมรับว่า แม้จะได้รับกำลังใจจำนวนมาก แต่ตราบใดที่ยังมีข้อสงสัยหรือมลทินติดตัว การให้กำลังใจอย่างเดียวอาจกลายเป็นการให้ท้าย พร้อมขอให้คนที่รักช่วยเตือนและชี้สิ่งที่ควรแก้ไข โดยโพสต์ว่า
”ตอนนี้ผมได้อ่านทุกกำลังใจ แต่หากผมยังมีมลทินอยู่ สิ่งเหล่านี้จะเป็นเหมือนการให้ท้ายและให้ผมหลงทาง หากรักผมคอยบอกคอยเตือนผมคงดีกว่า ผมแค่อยากพิสูจน์ตัวเองให้พ้นจากข้อครหาดังกล่าวก่อนแค่นั้นเอง ขอบคุณทุกกำลังใจครับ” พร้อมทั้งคอมเมนต์ใต้โพสต์ว่า
”รับฟังและนำมาใช้พัฒนา จะบอกว่าผมยังเด็ก ก็ได้ เพราะบางอย่างผมก็ไม่รู้จริงๆ”

จากนั้นปอนด์ยังโพสต์อีกข้อความ เล่าถึงวิธีรับมือกับดราม่าและความรู้สึกในวันที่ถูกวิจารณ์ โดยระบุว่า ‘’ทุกครั้งที่เจอ ดราม่า ผมจัดการกับความรู้สึกยังไง ให้ไปต่อได้ ผมก็จะกลับมา ดูการทำงานที่ผ่านมาาของผมทุกครั้ง ได้เห็นรอยยิ้ม ได้เห็นความสูญเสีย ได้เห็นสิ่งที่เราได้ช่วยมา และข้อผิดพลาด คำติฉินนินทา ที่จะนำกลับมาแก้ไข ให้คิดย้ำๆกับตัวเองว่า มึงเก่งมากแล้ว และมึงก็ผ่านมาได้เหมือนทุกครั้ง” และคอมเมนต์ใต้โพสต์อีกว่า
”จงอย่าให้กำลังใจผม แต่จงเตือนสติผมว่ามึงต้องทำให้ถูกต้อง ให้สมกับที่ประชาชนไว้ใจมึง ไม่ใช่ตอบแทนความใว้ใจด้วยการสร้างมนทิน”

อย่างไรก็ตาม การที่ปอนด์นำเอกสารออกมาแสดง หรือการที่นัยนาออกมายืนยันว่ามีหลักฐานการรับและส่งมอบสิ่งของครบถ้วน ยังถือเป็นคำชี้แจงจากแต่ละฝ่าย ส่วนข้อเท็จจริงทั้งหมดจะเป็นอย่างไร จำเป็นต้องอาศัยการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นทางการอีกครั้งค่ะ สุดท้ายเรื่องราวและบทสรุปของเรื่องนี้จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปค่ะ

#ปอนด์จักรกฤษณ์ #จักรกฤษณ์แต่งตั้ง #นัยนา #สมาคมสายธารสะพานบุญ #เงินบริจาค #ดราม่าเงินบริจาค #เปิดหลักฐาน #แจ้งความ #โหนกระแส #มูลนิธิกู้ภัย #ช่วยเหลือผู้ประสบภัย #นครศรีธรรมราช #ข่าวดราม่า #ดราม่าโซเชียล #ข่าวสังคม #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact