ดราม่า “น้องฟ้าใส” กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หลังเจ้าตัวโผล่ถ่ายคอนเทนต์กับ “นุ้งตี้” ดาว TikTok พร้อมข้อความว่าต่อไปนี้จะอยู่ในการดูแลของซ้อนุ้งตี้ ทำให้ชาวเน็ตวิจารณ์เสียงแตก ก่อนมีคอมเมนต์พาดพิงถึงช่วงที่ฟ้าใสเคยอยู่กับ “สไปร์ท SPD” และ “อุงเอิง” ล่าสุดทั้งคู่จึงออกมาตั้งโต๊ะชี้แจง พร้อมเปิดหลักฐานสเตทเมนต์ ยืนยันไม่เคยเอาเปรียบ โอนรายได้ให้น้องและครอบครัวครบแล้ว รวมถึงยังพร้อมทำตามสัญญาเรื่องส่งเรียน หากฟ้าใสยังอยากเรียนต่อ
ล่าสุด ประเด็นนี้กลับมาถูกพูดถึงอีกครั้ง หลัง “นุ้งตี้” ดาว TikTok ได้โพสต์คลิปร่วมเฟรมกับน้องฟ้าใส พร้อมข้อความในคลิปว่า
“ต่อไปนี้น้องฟ้าใสอยู่ในการดูแลของซ้อนุ้งตี้ จะไม่มีใครมาด่าน้องอีกแล้ว” หลังจากนั้น นุ้งตี้ยังได้ทำคลิปอธิบายเพิ่มเติมว่า เธอเป็นฝ่ายทักหาน้องฟ้าใสเอง และสาเหตุที่ยื่นมือเข้ามาช่วย เพราะเห็นว่าตอนนี้น้องไม่ได้อยู่กับใครแล้ว น้องอยู่คนเดียว อีกทั้งจากที่ได้สัมผัส น้องฟ้าใสเป็นเด็กน่ารัก มีความเป็นตัวของตัวเองสูง ไม่ได้เป็นไปตามที่ชาวเน็ตบางส่วนคอมเมนต์ด่าทอ จึงอยากซัพพอร์ตให้น้องได้เริ่มต้นชีวิตใหม่
แต่หลังจากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันจำนวนมาก โดยบางส่วนไม่เห็นด้วยกับการที่น้องฟ้าใสมาอยู่ในความดูแลของนุ้งตี้ พร้อมเข้าไปคอมเมนต์เตือนว่าอย่าพาน้องไปทำอะไรไม่ดี และอยากให้ช่วยสอน ช่วยแนะนำเรื่องการวางตัวให้กับน้องด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ เมื่อมีคนเข้ามาคอมเมนต์ว่าให้ช่วยสอนน้องฟ้าใสให้คิดก่อนพูด นุ้งตี้ก็ตอบกลับว่า “ไปสอนให้เค้าอย่าเอาเปรียบใครด้วยนะคะ” หลังจากคอมเมนต์เหล่านี้ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์ ทำให้หลายคนจับตามองไปที่ฝั่งของสไปร์ท SPD และอุงเอิงทันที เพราะข้อความดังกล่าวถูกมองว่าอาจพาดพิงถึงการดูแลน้องฟ้าใสในช่วงก่อนหน้านี้

ล่าสุด “สไปร์ท SPD” และ “อุงเอิง” จึงได้ออกมาเคลียร์ดราม่า พร้อมเปิดหลักฐานสเตทเมนต์และแชตบางส่วน เพื่อชี้แจงในประเด็นที่ถูกตั้งคำถาม โดยเฉพาะเรื่องเงินของน้องฟ้าใส และข้อกล่าวหาว่าทีมงานเอาเปรียบน้องหรือไม่ สไปร์ทยืนยันว่า ไม่เคยเอาเปรียบน้องฟ้าใส และการแบ่งรายได้ทุกอย่างเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใส และมีหลักฐานตรวจสอบได้ โดยตลอดระยะเวลาประมาณ 10 เดือนที่น้องอยู่ในการดูแล มีรายได้เข้ามากว่า 5 แสนบาท ซึ่งทีมงานได้โอนและมอบสเตทเมนต์ให้กับคุณแม่และน้องไปเรียบร้อยแล้ว
สไปร์ทระบุว่า หากจะถามว่าเงินของน้องหายไปไหน ตนและอุงเอิงไม่สามารถตอบได้ เพราะเงินไม่ได้อยู่ในบัญชีของทีมงานแล้ว แต่ได้โอนให้ฝั่งครอบครัวของน้องไปทั้งหมด นอกจากนี้ ยังมีการเปิดแชตที่ทีมงานพยายามทักไปแนะนำคุณแม่ของน้องฟ้าใส ให้แบ่งเงินรายได้บางส่วนเก็บไว้ในบัญชี เพื่อเป็นทุนสำรองให้ฟ้าใสในอนาคต แต่ในแชตที่ถูกนำมาเผยแพร่ มีข้อความที่คุณแม่ตอบกลับในทำนองว่า จะให้ไว้ 2,000 บาท
ส่วนประเด็นที่มีคนถามว่า ทำไมน้องฟ้าใสมีชื่อเสียงแล้ว แต่ยังใส่เสื้อผ้าเดิม ใช้โทรศัพท์เดิม และอยู่ห้องเช่าเดิม อุงเอิงได้ชี้แจงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ทีมงานตั้งใจดูแลและมอบโอกาสให้น้องอย่างเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้แล้ว อุงเอิงอธิบายว่า สิ่งที่ทีมงานให้ความสำคัญมากที่สุดคือ “การศึกษา” เพราะมองว่าการศึกษาเป็นสิ่งที่จะติดตัวน้องไปตลอดชีวิต ต่างจากข้าวของเครื่องใช้ ที่ต่อให้ซื้อให้ วันหนึ่งก็อาจหมดไป และหากไม่มีความรู้หรือไม่มีวิธีบริหารจัดการเงินที่ดี ให้ไปเท่าไหร่ก็อาจไม่เหลือ
ดังนั้นในส่วนของการบริหารเงินเพื่อซื้อของใช้หรือการย้ายที่อยู่ หลังจากที่ทีมงานโอนเงินให้ไปแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ทีมงานไม่สามารถเข้าไปควบคุมหรือก้าวก่ายได้ อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ ทีมงานเคยควบคุมหรือบังคับชีวิตน้องมากเกินไปหรือไม่ซึ่งอุงเอิงยืนยันว่าไม่เคยควบคุมชีวิตน้อง ทุกครั้งที่จะถ่ายคอนเทนต์ จะถามความสมัครใจก่อนเสมอว่าอยากทำหรือไม่ รวมถึงเรื่องชีวิตส่วนตัวนอกเวลางาน ก็มีการถามไถ่ว่าน้องอยากทำอะไร อยากไปไหนหรือเปล่า
ส่วนกรณีที่เคยมีการตักเตือน อุงเอิงบอกว่าเป็นเพียงการสอนและแนะนำเรื่องการวางตัว เพราะน้องเพิ่งเริ่มมีชื่อเสียง และในฐานะผู้ดูแล อะไรที่สามารถแนะนำได้ ก็ทำด้วยความหวังดี
สไปร์ทเล่าว่า ที่ผ่านมา ทีมงานพยายามตามเรื่องให้คุณแม่ไปดูโรงเรียน แต่มีการบ่ายเบี่ยงว่าไกลเกินไป และตัวน้องฟ้าใสเองก็เคยทักมาบอกทีมงานว่าเหนื่อย และไม่ได้เรียนแล้ว
สไปร์ทยังยืนยันว่า แม้ปัจจุบันจะไม่รู้ว่าน้องทำอะไร หรืออยู่ที่ไหน แต่หากน้องยังอยากเรียน ตนก็ยังพร้อมทำตามคำพูดและสัญญาที่เคยให้ไว้เหมือนเดิม ในระหว่างการชี้แจง สไปร์ทยังได้เปิดแชตที่ระบุว่าเป็นข้อความจากน้องฟ้าใสที่เคยส่งมาหาทีมงาน โดยมีใจความประมาณว่า น้องรู้สึกเหนื่อย อยากร้องไห้ อยากไปเรียน แต่เงินหมดแล้ว และมีการพูดถึงว่าแม่เอาเงินไปหมด รวมถึงบอกว่าอยากเจอพี่ ๆ แต่ไปหาไม่ได้
ทั้งนี้ ข้อความในแชตดังกล่าวยังคงเป็นข้อมูลจากฝั่งที่สไปร์ทและทีมงานนำมาเปิดเผย ซึ่งคงต้องรอฟังรายละเอียดจากทุกฝ่ายเพิ่มเติม หากมีการชี้แจงต่อไป สำหรับเหตุผลที่สไปร์ทและอุงเอิงเพิ่งออกมาตั้งโต๊ะชี้แจง ทั้งคู่บอกว่าเดิมทีเลือกที่จะเงียบมาตลอด เพราะมองว่าการออกมาพูดตอบโต้กันไม่ได้เป็นผลดีกับใคร และไม่อยากให้เรื่องราวบานปลาย แต่สาเหตุที่ต้องออกมาพูดในครั้งนี้ เป็นเพราะเริ่มมีคำพูดพาดพิงจากคนที่อาจไม่ได้รู้เรื่องราวทั้งหมด จนกระทบต่อชื่อเสียงของสไปร์ท บริษัท และความรู้สึกของทีมงานที่เคยตั้งใจดูแลน้องฟ้าใสด้วยความจริงใจ อุงเอิงทิ้งท้ายว่า การออกมาพูดครั้งนี้ต้องการให้เรื่องจบเป็นครั้งสุดท้าย จึงนำหลักฐานออกมาชี้แจง และหวังว่าหลังจากนี้จะไม่ต้องออกมาพูดถึงเรื่องนี้อีก
สุดท้ายแล้ว เรื่องนี้ยังคงต้องติดตามกันต่อค่ะ เพราะนอกจากคำชี้แจงของแต่ละฝ่ายแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคืออนาคตและความปลอดภัยของน้องฟ้าใส รวมถึงการดูแลให้น้องได้เรียน ได้เติบโต และได้ใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม หลังจากนี้จะมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากฝั่งใดอีกหรือไม่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร รอติดตามค่ะ
#ฟ้าใส #น้องฟ้าใส #สไปร์ทSPD #SPD #อุงเอิง #นุ้งตี้ #ซ้อนุ้งตี้ #ดราม่าฟ้าใส #ดราม่าSPD #ยูทูบเบอร์ #ข่าวบันเทิง #ข่าวดราม่า #ข่าวโซเชียล #ข่าวไวรัล #ล้อมวงเล่า






