กลายเป็นเรื่องที่หลายคนตกใจ หลังพนักงานร้านอาหารชื่อดัง “เนื้อแท้” ออกมาร้องว่า ถูกค้างเงินเดือนและบางคนได้รับเงินเพียง 6% จากยอดเต็ม ขณะที่ผู้บริหารยอมรับ บริษัทมีปัญหาเรื่องเงินสดจากการคำนวณต้นทุนผิด ไม่ได้เกิดจากยอดขายตก พร้อมเร่งหาเงินทุนและให้คำมั่นว่าจะทยอยจ่ายเงินเดือนที่ค้างทั้งหมดให้ครบภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569

และแน่นอนว่า เงินเพียง 720 บาท อาจไม่พอแม้แต่ค่าเช่าห้องของพนักงานบางคน ยังไม่รวมค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าผ่อนรถ และค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทำให้หลายคนเริ่มเดือดร้อนหนัก ขณะที่บางสาขาต้องหยุดให้บริการชั่วคราว จนสังคมตั้งคำถามว่า ร้านที่ดูเหมือนยังมีลูกค้าแน่นและมียอดขายดี เหตุใดถึงไม่มีเงินจ่ายพนักงาน
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากพนักงานบางส่วนว่า ก่อนหน้านี้รูปแบบการจ่ายเงินเริ่มจากการเลื่อนวันจ่าย จากต้นเดือนออกไปอีกหลายวัน จากนั้นเปลี่ยนเป็นแบ่งจ่ายตามเปอร์เซ็นต์ และบางรายอ้างว่า เงินเดือนหนึ่งเดือนถูกแบ่งจ่ายมากถึง 14 งวด ได้ครั้งละประมาณ 200–300 บาท ทุก 2–3 วัน เงินจำนวนนี้อาจพอแค่ค่าเดินทางหรือค่าอาหารไม่กี่มื้อ แต่หนี้และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ยังรออยู่เหมือนเดิม จึงไม่แปลกที่พนักงานบางคนจะทนไม่ไหวและเลือกลาออก แต่ปัญหาคือ ต่อให้ลาออก เงินเดือนที่ทำงานไปแล้วก็ยังต้องรอรับอยู่ดี
อาร์มยังตั้งข้อสังเกตว่า ปัญหาเรื่องเงินเดือนล่าช้าอาจไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่ก่อนที่เขาจะลาออกประมาณหนึ่งปี ก็เริ่มมีการเลื่อนจ่ายเงินเดือนแล้ว เพียงแต่ช่วงหลังสถานการณ์หนักขึ้น จนกลายเป็นการแบ่งจ่ายทีละน้อย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลส่วนนี้เป็นคำบอกเล่าจากอดีตพนักงาน ซึ่งบริษัทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังต้องตรวจสอบรายละเอียดกันต่อไปค่ะ
โค้ชกิ๊กอธิบายว่า ธุรกิจที่มีหลายสาขา ต่อให้อาหารขายดี แต่ถ้าระบบบัญชี ระบบสต๊อก และการควบคุมต้นทุนไม่ดี ก็อาจเกิดภาวะที่เรียกว่า “ขายดีจนขาดทุน” ได้ เพราะยิ่งขายมาก ค่าใช้จ่ายก็อาจรั่วออกไปมากโดยที่ผู้บริหารไม่ทันเห็น สิ่งที่ต้องทำด่วนจึงมีสามอย่างค่ะ อย่างแรกคือหาเงินสดเข้ามาจ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายที่ค้างอยู่ อย่างที่สองคือตรวจสอบว่าสาขาไหนทำกำไร และสาขาไหนกำลังทำให้บริษัทเสียเงิน ส่วนอย่างที่สามคือต้องรื้อระบบบัญชีและการจัดการหลังบ้านทั้งหมด
โค้ชกิ๊กยังมองว่า วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นโอกาสได้ เพราะทำให้คนรู้จักร้านเนื้อแท้มากขึ้น และมีคนพร้อมช่วยอุดหนุน แต่เงื่อนไขสำคัญคือ บริษัทต้องรีบดูแลพนักงานก่อน พร้อมสื่อสารแผนการจ่ายเงินให้ชัดเจน เพราะพนักงานคือคนที่กำลังรับผลกระทบหนักที่สุด
เรียกได้ว่า เรื่องนี้มีสองด้านที่ต้องมองควบคู่กันค่ะ ฝั่งผู้บริหารกำลังพยายามหาทางประคองธุรกิจที่สร้างมานาน 13 ปี แต่ฝั่งพนักงานก็ทำงานไปแล้ว และจำเป็นต้องได้รับค่าจ้างเพื่อนำไปใช้ชีวิต คำขอโทษและคำสัญญาอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่สิ่งที่จะเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้จริง คือเงินเดือนที่เข้าบัญชีครบตามกำหนด เพราะสำหรับพนักงาน เงินเดือนที่ค้างไม่ใช่เพียงตัวเลขในระบบ แต่คือค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร ค่าผ่อนรถ และชีวิตของทั้งครอบครัว









ที่ผ่านมา หากพนักงานคนใดเดือดร้อนหนัก ผู้บริหารก็เคยใช้เงินส่วนตัวเข้าไปช่วย เพราะมองว่าทุกคนเป็นคนในครอบครัว แต่ครั้งนี้ต้องยอมรับว่า ปัญหาหลังบ้านสะสมหนักจนกระทบพนักงานโดยตรงจริง ๆ ตอนนี้ได้รับเงินทุนก้อนใหม่เข้ามาช่วยเสริมสภาพคล่องแล้ว พร้อมให้คำมั่นว่า เงินเดือนที่ค้างอยู่จะทยอยจ่ายให้ครบภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2569





เอาเป็นว่าหลังจากนี้จึงต้องจับตาค่ะว่า “ร้านเนื้อแท้” จะสามารถนำเงินทุนก้อนใหม่มาจ่ายเงินเดือนให้ครบภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมตามที่รับปากได้หรือไม่ และการรื้อระบบหลังบ้านครั้งใหญ่ จะช่วยให้แบรนด์ผ่านวิกฤตครั้งนี้กลับมายืนได้อีกครั้งหรือเปล่า แล้วทุกคนคิดเห็นอย่างไรคะ ร้านยังขายดีแต่กลับขาดเงินสด จนพนักงานได้เงินเดือนเพียงหลักร้อย ปัญหานี้ควรถูกแก้ตรงไหนก่อน เรื่องราวนี้จะไปจบที่ตรงไหน เราคงต้องรอติดตามกันต่อค่ะ
#เนื้อแท้ #บังโต #ร้านเนื้อแท้ #เงินเดือนพนักงาน #ค้างจ่ายเงินเดือน #PhuttaTalk #โค้ชกิ๊ก #คุณตาล #คุณโต #วิกฤตธุรกิจ #สภาพคล่อง #ข่าวสังคม #ข่าวโซเชียล #ล้อมวงเล่า






