Breaking
EXCLUSIVE

สถานทูตไทยในอังการา ยันพึ่งทราบเรื่อง29 กค. หลังมีข่าวดำเนินการล่าช้า ‘พี่หนุ่ม กรรชัย’ เผย บริษัทซมโปะเสนอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนำร่างกลับไทย

This story is not yet available in English.

Read with Google Translate Read the Thai version

สถานทูตไทยในอังการา ยันพึ่งทราบเรื่อง29 กค. หลังมีข่าวดำเนินการล่าช้า ‘พี่หนุ่ม กรรชัย’ เผย บริษัทซมโปะเสนอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนำร่างกลับไทย

ความคืบหน้ากรณี “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชาวไทย ซึ่งถูกพบเสียชีวิตภายในโรงแรมที่ประเทศจอร์เจีย ล่าสุดบริษัทประกันยืนยันพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำร่างกลับถึงจังหวัดกาฬสินธุ์ ขณะที่ประเด็นการประสานงานกลับเดือดขึ้นอีกครั้ง หลังคนไทยในจอร์เจียอ้างว่า ตำรวจท้องถิ่นแจ้งฝ่ายไทยตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม แต่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการาออกมาปฏิเสธ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยได้รับแจ้งโดยตรง และเพิ่งได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการจากกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมเท่านั้น

ตามกันต่อค่ะ สำหรับกรณีการจากไปของ “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง หลังเดินทางไปถ่ายทำคอนเทนต์ที่ประเทศจอร์เจียเพียงลำพัง ก่อนขาดการติดต่อกับครอบครัว และถูกพบเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี

เมื่อวานนี้ ทางด้าน “มอส” พี่ชาย และ “โก๊ะ” พี่สาวของ “ฮลุน โซโล่” พร้อมด้วย “ว่านไฉ” จากเพจอาสาพาไปหลง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ช่วยประสานงานตามหา ได้เดินทางไปเปิดใจในรายการโหนกระแส พร้อมไล่เรียงตั้งแต่ไทม์ไลน์การเดินทาง การขาดการติดต่อ ไปจนถึงช่วงเวลาที่ได้รับการยืนยันว่า พบร่างของฮลุนภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในกรุงทบิลิซี ประเทศจอร์เจีย นอกจากนี้ ครอบครัวยังเปิดเผยข้อสงสัยสำคัญว่า เหตุใดตำรวจจอร์เจียจึงพบร่างและสามารถระบุตัวตนได้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม แต่ครอบครัวกลับเพิ่งได้รับทราบข่าวในอีกกว่าสองสัปดาห์ต่อมา รวมถึงยังต้องรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงค่ะ

 

ขณะที่ล่าสุดค่ะ ในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ซึ่งดำเนินรายการโดย “พี่หนุ่ม กรรชัย” และ “พี่หมวย อริสรา” ได้หยิบประเด็นนี้มาพูดถึง โดยพี่หนุ่มบอกว่า เมื่อช่วงเช้าทางบริษัท ซมโปะ ที่ฮลุนทำประกันชีวิตไว้ ได้ติดต่อเข้ามา พร้อมชี้แจงเรื่องความคุ้มครองในการนำร่างกลับประเทศไทย หากกรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการทำร้ายตัวเอง ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วย ทางบริษัทจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนำร่างฮลุนกลับประเทศไทย และส่งต่อไปถึงจังหวัดกาฬสินธุ์ซึ่งเป็นบ้านเกิดโดยตรง โดยครอบครัวไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ค่ะ และทางบริษัท ซมโปะ ประกันภัย ประเทศไทย ก็ยังได้ออกหนังสือแสดงความเสียใจ และชี้แจงอย่างเป็นทางการด้วยค่ะ

แต่ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งประเด็นที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก คือเรื่องไทม์ไลน์การแจ้งข้อมูลระหว่างตำรวจจอร์เจีย กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย และสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา โดยบอย ซึ่งเป็นคนไทยในจอร์เจียและมีส่วนช่วยประสานงานตามหาฮลุนตั้งแต่ช่วงแรก ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ Phutta Talk อ้างว่า ตำรวจจอร์เจียได้แจ้งเรื่องพบคนไทยเสียชีวิตไปยังฝ่ายกงสุลไทยตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่พบร่างของฮลุน หลังแจ้งข้อมูลแล้ว เรื่องกลับเงียบหายไป ขณะที่ตำรวจจอร์เจียก็รอให้ทางการไทยติดต่อกลับมา เพราะไม่สามารถดำเนินขั้นตอนบางอย่างต่อได้ จนกระทั่งเรื่องเริ่มเป็นข่าวและมีการช่วยประสานงานอย่างจริงจังในวันที่ 29 กรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังเป็นคำกล่าวอ้างจากบอย และในช่วงแรกยังไม่มีคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ไทม์ไลน์ดังกล่าวตรงกับข้อเท็จจริงหรือไม่ค่ะ

ขณะที่ทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นต่อกรณีที่มีการกล่าวหาว่า สถานทูตไทยอาจดำเนินการล่าช้าเพราะฮลุนไม่ใช่บุคคลที่มีชื่อเสียง โดยระบุข้อความว่า “ตอนนี้มีข่าวว่า ทางการจอร์เจียได้แจ้งสถานทูตไทย ณ กรุงอังการา ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม เรื่องฮลุนเสียชีวิต แต่ทางสถานทูตไม่ได้ติดต่อญาติผู้เสียชีวิต จนกระทั่งเรื่องราวบานปลาย แล้วก็โยนความผิดให้สถานทูต บอกว่า คงคิดว่าเป็นคนไม่มีชื่อเสียง การทำงานล่าช้าคงไม่เป็นไร รับรองถ้าเป็นคนที่มีชื่อเสียง ป่านนี้เรื่องเดินเร็วกว่านี้มาก

เอิ่ม บอกตรงๆ ไม่อยากเชื่อเรื่องนี้เท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าดิชั้นต้องการดีเฟนด์สถานทูต แต่สถานทูตมีภารกิจที่ต้องทำตามหน้าที่ และไม่อาจละเลยหน้าที่นั้นได้ เมื่อตอนที่ดิชั้นอยู่ที่สถานทูตที่ไทยที่สิงคโปร์ เราต้องดำเนินเรื่องอย่างรวดเร็วหากมีกรณีคนไทยเสียชีวิต เพราะเรารู้ว่าครอบครัวของคนเสียชีวิตต้องการรับข่าวสารเร็วที่สุด จึงไม่เชื่อว่าทางสถานทูตที่อังการาจะนั่งทับเรื่องเอาไว้ นั่งทับไว้ทำไม ไม่มีประโยชน์อะไร นอกจากนี้ พอมันจะเป็นเรื่องขึ้นมา สถานทูตอังการาส่งคนไปที่จอร์เจียทันที คือเอาแหละ การที่ผู้เสียชีวิตเป็นคนมีชื่อเสียงมันก็อาจจะทำให้เรื่องเดินเร็วกว่าปกตินิดหน่อย เพราะถ้าเกิดเป็นกรณีของบุคคลธรรมดาทั่วไป ทางสถานกงสุลก็อาจจะไม่ส่งคนไปที่จอร์เจีย แต่พอเป็นกรณีของฮลุน แล้วด้วยกระแสกดดันจากสังคม จึงทำให้สถานทูตต้องเดินเรื่องเร็วกว่าปกติ แต่ใดๆ ดิชั้นยังเชื่อว่านักการทูตทุกคน ไม่นิ่งนอนใจหากคนไทยเสียชีวิตในต่างประเทศค่ะ” พร้อมทั้งยังคอมเมนต์ใต้โพสต์ด้วยว่า “ขนาดตอนพ่อหลวงใส่ชุดคร็อปท็อปเดินอยู่ที่มิวนิค สถานทูตยังรายงานอย่างรวดเร็วไปที่กระทรวงต่างประเทศเลยค่ะ”ขณะที่ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ก็ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงทันที โดยปฏิเสธว่า ไม่เคยได้รับแจ้งจากตำรวจจอร์เจียโดยตรงตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมตามที่มีการนำเสนอข่าว โดยระบุข้อความว่า “ตามที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการดำเนินการของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา กรณีการเสียชีวิตของนายบวรทัต เป็งสุข หรือ “ฮลุน โซโล่” นั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่เคยได้รับแจ้งจากตำรวจจอร์เจียเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2569 ตามที่เป็นข่าว และขอเรียน ดังนี้
1 เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ซึ่งเดินทางถึงกรุงทบิลิซี เวลา 20.30 น. วันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ได้เดินทางไปยังสถานีตำรวจจอร์เจียในทันที และได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจจอร์เจียที่รับผิดชอบคดี ว่า สถานีตำรวจได้ส่งเรื่องทางอีเมลแจ้งกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย เพื่อขอให้แจ้งทางการไทย เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2569 โดยสถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่ได้รับการแจ้งข่าวจากตำรวจจอร์เจียโดยตรงก่อนหน้านี้แต่อย่างใด
2 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียซึ่งได้มอบหนังสือแจ้งการเสียชีวิตของนายบวรทัตฯ อย่างเป็นทางการ (หนังสือลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 เป็นภาษาจอร์เจีย พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษอย่างไม่เป็นทางการ) ให้แก่เจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ
3 สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ขอให้ฝ่ายจอร์เจียตรวจสอบว่า เหตุใดกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียจึงทำหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 หลังจากสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ติดต่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีนี้ไปเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 (หลังจากทราบข่าวการหายตัวไปของนายบวรทัตฯ)
สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอยืนยันการปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางกงสุลอย่างรอบคอบ บนพื้นฐานของข้อมูลที่เชื่อถือได้จากทางการรัฐผู้รับ และตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตและครอบครัว” และอีกโพสต์บอกว่า “สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่เคยได้รับแจ้งจากตำรวจจอร์เจีย และได้รับแจ้งครั้งแรกจากกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียเมื่อวันที่ 29 ก.ค.”

และแน่นอนว่า หลังสถานทูตออกมาชี้แจง ประเด็นนี้ก็ทำให้สังคมตั้งคำถามใหม่ว่า ความล่าช้าเกิดขึ้นตรงขั้นตอนไหนกันแน่ ระหว่างสถานีตำรวจจอร์เจีย กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย หรือการประสานงานระหว่างประเทศ

หลังจากนี้คงต้องรอผลการตรวจสอบจากกระทรวงการต่างประเทศจอร์เจียว่า เหตุใดข้อมูลจากตำรวจซึ่งถูกส่งตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม จึงไม่ถูกส่งต่อมายังสถานทูตไทยจนถึงวันที่ 29 กรกฎาคม รวมถึงรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการ เพื่อคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับสาเหตุการจากไปของฮลุนให้ชัดเจน ระหว่างนี้ ทุกฝ่ายควรติดตามข้อมูลจากครอบครัว สถานเอกอัครราชทูต และหน่วยงานทางการเป็นหลัก เพราะยังมีรายละเอียดอีกหลายส่วนที่ต้องตรวจสอบ และไม่ควรรีบกล่าวหาว่าฝ่ายใดละเลยหน้าที่ จนกว่าจะได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนจากทั้งทางการไทยและจอร์เจียค่ะ

โดยทางล้อมวงเล่าขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของ “ฮลุน โซโล่” อีกครั้ง และขอให้กระบวนการนำร่างกลับประเทศไทยดำเนินไปอย่างราบรื่น เพื่อให้เจ้าตัวได้เดินทางกลับบ้านเกิดเป็นครั้งสุดท้ายอย่างสงบค่ะ

#ฮลุนโซโล่ #หนุ่มกรรชัย #สถานทูตไทยอังการา #สถานเอกอัครราชทูตไทย #จอร์เจีย #กระทรวงการต่างประเทศจอร์เจีย #ตำรวจจอร์เจีย #กรุงทบิลิซี #ซมโปะประกันภัย #ประกันการเดินทาง #ทุนประกัน5ล้าน #นำร่างกลับไทย #เที่ยงวันทันเหตุการณ์ #ปวินชัชวาลพงศ์พันธ์ #ครอบครัวฮลุน #ผลชันสูตร #ประสานงานล่าช้า #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวสังคม #ข่าวเศร้า #ล้อมวงเล่า

Related stories

All sections

Language
Appearance
Log in / Join free Advertise About Contact